โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'เท้ง' หาเสียงเชียงใหม่ - 'พิธา' ลุยเบอร์ลิน ปลุกคนไปเลือกตั้ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน หาเสียง

โดยนายณัฐพงษ์ เริ่มต้นหาเสียงด้วยการเดินขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นได้เข้าพบกับเจ้าอาวาส เพื่อสนทนาและขอพรให้การหาเสียงและการเลือกตั้งมีความราบรื่น ก่อนที่จะเดินทางไปพบปะประชาชนที่ตลาดบริเวณหน้าวัด เพื่อแจกใบปลิวและขอคะแนนเสียงให้กับนายณัฐพล

อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์มีกำหนดการหาเสียงในจังหวัดเชียงใหม่วันนี้วันสุดท้าย ก่อนที่จะเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดเชียงรายในวันพรุ่งนี้ และจังหวัดลำพูนและลำปางในวันที่ 22-23 มกราคมต่อไป

จ.เชียงใหม่มีทั้งหมด 10 เขต พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ดังนี้

  • เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เขต 1 (เบอร์ 2)
  • การณิก จันทดา เขต 2 (เบอร์ 8)
  • ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เขต 3 (เบอร์ 5)
  • พุธิตา ชัยอนันต์ เขต 4 (เบอร์ 6)
  • สมชิด กันธะยา เขต 5 (เบอร์ 9)
  • อรพรรณ จันตาเรือง เขต 6 (เบอร์ 2)
  • สมดุลย์ อุตเจริญ เขต 7 (เบอร์ 2)
  • ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เขต 8 (เบอร์ 4)
  • ฉัตรณพัฒน์ สมศักดิ์เกตุกร เขต 9 (เบอร์ 3)
  • อิทธิธัญกร ตาคำ เขต 10 (เบอร์ 6)

'พิธา-กุลธิดา' ตะลุยเบอร์ลิน ปลุกคนไทยไปเลือกตั้ง-ประชามติ

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางถึงกรุงเบอร์ลินตามคำเชิญของพี่น้องชาวไทยในเยอรมนี เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนไทยที่พำนักอยู่ในเมืองต่าง ๆ อาทิ มิวนิก ฮัมบูร์ก เบรเมน แฟรงก์เฟิร์ต และ พัสเซา

นายพิธาชื่นชมความตื่นตัวทางประชาธิปไตยของชาวไทยในเยอรมนี ที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งและประชามติเพิ่มขึ้นจากประมาณ 5,000 คน เป็นกว่า 8,000 คน คิดเป็นอัตราการเติบโต มากกว่า 60% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนไทยในต่างประเทศทั่วโลก สะท้อนพลังของคนไทยไกลบ้านที่ยังคงห่วงใยและมีส่วนร่วมกับอนาคตของประเทศ

ในวงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ชาวไทยในเยอรมนีได้ร่วมพูดคุยถึงคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของรัฐ รวมถึงโครงสร้างการจัดเก็บภาษีที่แตกต่างจากประเทศไทย โดยมีการแลกเปลี่ยนอย่างรอบด้านถึงทั้งข้อดีและข้อจำกัดของระบบภาษีสูง-สวัสดิการสูง ซึ่งแม้จะช่วยให้รัฐสามารถลงทุนในบริการสาธารณะและความมั่นคงทางสังคมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายด้านภาระภาษี ค่าครองชีพ และแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและแรงงานเช่นกัน

ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ การลงทุนด้านการพัฒนาทักษะ (Upskill และ Reskill) ซึ่งเยอรมนีให้ความสำคัญในระดับแนวหน้าของโลก เพื่อรองรับแรงงานวัยกลางคนที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้แรงงานสามารถปรับตัวได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง

นายพิธากล่าวว่า ไม่มีประเทศใดเหมือนกันทั้งหมด และไม่อาจนำรูปแบบของประเทศหนึ่งไปปรับใช้กับอีกประเทศหนึ่งได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากเยอรมนีสะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบระบบภาษีและสวัสดิการที่เหมาะสมสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการลงทุนกับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตั้งแต่การศึกษา สุขภาพ ไปจนถึงความมั่นคงของแรงงาน ซึ่งเป็นบทเรียนที่ประเทศไทยสามารถนำมาพิจารณาและปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...