ราชกิจจาฯ งัดนิยาม “รัฐมนตรีต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ต้องไร้มลทิน ไม่ขัดผลประโยชน์ชาติ ไม่คิดทรยศ
ราชกิจจาฯ งัดนิยาม “รัฐมนตรีต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” พร้อมขีดเส้นมาตรฐานรัฐมนตรี ต้องไร้มลทิน ไม่ขัดผลประโยชน์ชาติ ไม่คิดทรยศ หลังศาล รธน. ชี้ "ภูมิธรรม-ทวี" ไม่ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมถูกร้องแทรกคดีฮั้วสว.
จากกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ถูกประธานวุฒิสภา ส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ ทั้ง 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) หรือไม่ โดยศาลได้มีการวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงไปก่อนแล้วตามคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๑๗/๒๕๖๘ และรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบมาตรา ๑๗๐
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ราชกิจจาออกประกาศถึงกรณีดังกล่าว โดยบางท่อนบางตอนของเอกสาร กล่าวว่า "รัฐธรรมนญ มาตรา ๑๖๐ (๔) บัญญัติให้รัฐมนตรีต้อง "มีความซื่อสัตย์สจริต เป็นที่ประจักษ์" คำว่า "มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" นั้น คำว่า "ชื่อสัตย์" หมายความว่า ประพฤติตรงและจริงใจ ไม่คิดดดทรยศ ไม่คดโกง และไม่หลอกลวง ส่วนคำว่า "สุจริต" หมายความว่าความประพฤติชอบ โดยความชื่อสัตย์สุจริต (Honesty) นี้ เป็นคุณธรรมสำคัญขั้นพื้นฐานของบุคคลทั่วไป และเป็นส่วนหนึ่งของการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (Integrity) ทั้งนี้ การมีความชื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ย่อมหมายความว่ารัฐมตรีต้องไม่มีพฤติกรรมที่บกพร่องจากมาตรฐาน หรือ "ขาดความซือสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์" ไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริต หรือพฤติการณ์บิดเบือนเพื่อให้ตนเองได้ไป ซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของบุคคลอื่นโดยมิชอบ แต่ไม่ถึงกับต้องแสดงให้ปรากฏว่าบุคคลนั้น มีความประพฤติดีงามอย่างชัดเจน เพียงไม่ประพฤติตนให้ "ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังอย่างชัดเจน" ความประจักษ์ในที่นี้จึงหมายถึงไม่มีพฤติกรรมที่ปรากฏในทางมิชอบหรือไม่ลอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ ของรัฐมนตรีที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นส่วนรวม"