โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดประวัติ "วรภัค ธันยาวงษ์" จากนายแบงก์มือทอง สู่มรสุมตรวจสอบระดับโลก

Thai PBS

อัพเดต 15 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ชื่อของ "วรภัค ธันยาวงษ์" อดีตนายแบงก์ชื่อดังและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กลับมาเป็นจุดสนใจของสังคมและแวดวงการเมือง-การเงินอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าชื่อของเขาปรากฏอยู่ในหนังสือของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ยื่นขอให้ฝ่ายบริหารตรวจสอบบุคคลที่อาจพัวพันกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เส้นทางชีวิตของเขานับเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจของวงการเศรษฐกิจไทย จากผู้บริหารระดับสูงที่สร้างผลงานโดดเด่นในสถาบันการเงินชั้นนำ ก้าวสู่วงการการเมืองในฐานะเทคโนแครต จนกระทั่งต้องเผชิญกับมรสุมข้อกล่าวหาและการตรวจสอบระดับสากล

ปูมหลัง "นายแบงก์มือทอง" แถวหน้าของไทย

นายวรภัค ธันยาวงษ์ มีประวัติการศึกษาและการทำงานในสายการเงินที่โดดเด่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน Management Science & Computer System จาก Oklahoma State University และปริญญาโท MBA ด้านการเงินจาก University of Missouri-Kansas City ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตลอดหลายทศวรรษในแวดวงการเงิน เขาผ่านงานบริหารระดับสูงในสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บอยน์ แอนด์ คอมพานี, ดอยช์แบงก์, เจพี มอร์แกน เชส และ ธนาคารไทยพาณิชย์

จุดสูงสุดในชีวิตการทำงานภาคการเงินของเขาคือการดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2555–2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นำพาองค์กรปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการและความทันสมัย จนได้รับการยอมรับในฐานะ "นายแบงก์มือทอง" ที่มีเครือข่ายกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ

ก้าวสู่การเมืองในฐานะ "ขุนพลเศรษฐกิจคนนอก"

ด้วยโปรไฟล์สายการเงินระดับมืออาชีพ นายวรภัคได้รับการดึงตัวเข้าสู่งานภาครัฐ โดยเคยทำหน้าที่เป็น ที่ปรึกษา นายพิชัย ชุณหวชิร อดีต รมว.คลัง ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อปี 2568 โดยถูกมองว่าเป็น "โควตาผู้เชี่ยวชาญคนนอก" ที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

ทว่า บทบาททางการเมืองของเขากลับดำเนินไปได้เพียงช่วงสั้น ๆ เมื่อเกิดกระแสข่าวและข้อครหาเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและนักธุรกิจต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจในกัมพูชาและ "เบน สมิธ"

ทำให้นายวรภัคตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง หลังปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 29 วัน เพื่อไม่ให้ประเด็นข้อกล่าวหาดังกล่าวกลายเป็นเงื่อนไขกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาล พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอง

ปมหนังสือสภาสหรัฐฯ และข้อกล่าวหาเชื่อมโยงสแกมเมอร์

มรสุมลูกล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ ไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และ จอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจด้านจีนแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ทำหนังสือถึง มาร์โก รูบิโอ รมต.ต่างประเทศ และ สก๊อต เบสเซนต์ รมต.คลังสหรัฐฯ

หนังสือดังกล่าวเสนอให้ตรวจสอบและพิจารณาบุคคลและนิติบุคคลรวม 28 รายชื่อ ภายในกรอบเวลา 180 วัน ว่าเข้าข่ายถูกใช้มาตรการคว่ำบาตรภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ Global Magnitsky Human Rights Accountability Act หรือไม่

จากกรณีที่ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในรายชื่อดังกล่าวปรากฏชื่อของนายวรภัครวมอยู่ด้วยการชี้แจงและเดินหน้าสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

หลังประเด็นดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป นายวรภัคได้ออกมาชี้แจงทันที โดยย้ำข้อเท็จจริงว่า หนังสือของสมาชิกสภาคองเกรสนั้นเป็นเพียง "คำขอให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบข้อมูล" เท่านั้น ไม่ใช่ผลการสอบสวน ไม่ใช่คำวินิจฉัยความผิด และตนยังไม่ได้ถูกทางการสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรแต่อย่างใด

นายวรภัคยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยสนับสนุน หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการของเครือข่ายสแกมเมอร์ การฟอกเงิน หรืออาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมระบุว่าได้ประสานงานไปยังสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐฯ (OFAC) และจัดส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะของสหรัฐฯ เพื่อขอช่องทางนำส่งพยานหลักฐานและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ในประเทศไทย นายวรภัคระบุว่าได้ใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมดำเนินคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนไปก่อนหน้านี้แล้ว และพร้อมนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทั้งในชั้นศาลไทยและต่อหน่วยงานของสหรัฐฯ ต่อไป

อ่านข่าว :

"อนุทิน" ตั้งบอร์ดคุม Data Center หลังไร้กฎหมายเฉพาะ

"โรม" ท้า กกต.เปิดหลักฐาน "สว.สีส้ม" ลั่นอย่าใช้หลัก "ถ้าฉันชั่ว คุณต้องชั่วด้วย"

“วรภัค” แจงไม่เคยยุ่งเกี่ยวสแกมเมอร์ พร้อมส่งหลักฐานชี้แจงสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"อนุทิน" โยน "วรภัค" เคลียร์ตัวเองปมสแกมเมอร์ จ่อคุย "ทรัมป์" ดีลภาษีใหม่

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" ตั้งบอร์ดคุม Data Center หลังไร้กฎหมายเฉพาะ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

ขนส่งฯ ลงโทษเด็ดขาด! สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ตรอ. 3 แห่ง-ยกเลิกบัตรผู้ควบคุมฯ 7 ราย เหตุออกใบรับรองเท็จ

สวพ.FM91

นายกรัฐมนตรี ประชุม ติดตามการเตรียมความพร้อมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ พร้อมสั่งการ 7 นโยบายสำคัญ สร้างความสงบเรียบร้อยและความเป็นธรรมให้กับสังคมและประชาชนคนไทย

สวพ.FM91

ดรามาสนั่น รพ! ล็อกล้อรถคาช่องคนพิการ อ้างพ่อขาขาดนั่งรถมาด้วย

Amarin TV

สงสารเลย เล่านาทีเจอคุณยายวัย66 ข้ามจังหวัดตามหารักแท้หนุ่มนักบิน

สยามนิวส์

น้ำมันรั่วพระราม 3 จ่อบานปลาย รัฐสั่งตรวจท่อ 32 กม. เปลี่ยนแนวป้องกันซ้ำ

ฐานเศรษฐกิจ

สงสาร! ป้าวัย 66 ปี นั่งรถข้ามจว. ตามเสียงหัวใจ มายังสนามบิน รอเจอ หนุ่มนักบิน ก่อนพบความจริง ตกหลุมรัก AI

สยามนิวส์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...