โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นายกรัฐมนตรี ประชุม ติดตามการเตรียมความพร้อมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ พร้อมสั่งการ 7 นโยบายสำคัญ สร้างความสงบเรียบร้อยและความเป็นธรรมให้กับสังคมและประชาชนคนไทย

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (17 ก.ย. 69) เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาค ร่วมรับฟังผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference System)

นายอนุทิน กล่าวว่า นับเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ตนได้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ทำงานร่วมกับทุกท่านด้วยความใกล้ชิดมาโดยตลอด จึงขอชื่นชมการทำงานของทุกท่านตั้งแต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนถึงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคน รวมถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 69 มีเรื่องสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยต้องรับผิดชอบ จึงขอเน้นย้ำให้ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ช่วยกันขับเคลื่อนให้บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

1. การเตรียมความพร้อมจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 โดยกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายเป็นหน่วยงานหลักในการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนส่วนภูมิภาคทุกพื้นที่ “ต้องดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด” ตลอดจนการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายและพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดต้องให้ความสำคัญสูงสุด มีการวางแผนทั้งการซักซ้อมการปฏิบัติและการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้งในส่วนของจังหวัดและอำเภออย่างเต็มที่ พร้อมวางแผนเผชิญเหตุด้วยความละเอียดรอบคอบ

2. การทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ถือเป็นการทุจริตอย่างอุกอาจ ขณะนี้มีการทำงานคู่ขนานกันหลายหน่วยงาน ทั้ง ปปง. ป.ป.ท. ป.ป.ช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขยายผลถึงเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน ซึ่ง ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้วรวมมูลค่ากว่า 320 ล้านบาท และยังคงขยายผลอย่างต่อเนื่อง กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะต้องขยายผล โดยสำหรับข้าราชการที่มีส่วนกระทำผิดจะต้องเร่งดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด ขอย้ำว่า “ทุกท่านเป็นเจ้าของบ้าน หากมีผู้ใดมาทำลายทรัพย์สินหรือบ้านของเรา จะต้องถือว่าบุคคลนั้นไม่มีความเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกัน” เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องเหล่านี้ในบ้านของเรา ถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรง และยืนยันว่าจะไม่มีการขยายเวลา จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด อย่าให้ล่วงเลยวันที่ 30 ก.ย. 69 นี้ ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องร่วมกันหารือและนำไปดำเนินการโดยไม่มีการปกป้องช่วยเหลือผู้ใด เร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นถือเป็นข้อสั่งการที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่ามีการดำเนินการอย่างเต็มที่และไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ

3. การบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการ Data Center ที่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะรองรับ คณะรัฐมนตรีจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลด้านกฎระเบียบ กำหนดทิศทาง และผลักดันให้มีกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักลงทุน และเกิดความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ทั้งพลังงาน น้ำหล่อเย็น และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตรวจพบ Data Center และการลักลอบกักเก็บน้ำมันไว้ใต้อาคาร จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้านครหลวง และหน่วยงานด้านน้ำ รวมถึงทุกจังหวัดที่มี Data Center ตรวจสอบเชื่อมโยงข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชน

4. การกำกับดูแลคนต่างด้าวที่เข้ามาพำนักและประกอบกิจกรรมในประเทศไทย รวมไปถึงการจัดการปัญหาตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” และการเอารัดเอาเปรียบจากชาวต่างชาติ ต้องชื่นชมท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้เป็นผู้นำในการดำเนินคดีและเป็นกำลังใจให้ทีมงานปราบปรามจนได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากสังคมไทยอย่างมาก ทั้งนี้ขอกำชับให้ “การดำเนินการต้องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา” หากเข้ามาอยู่ในประเทศนี้ก็ควรประกอบอาชีพสุจริต ไม่ใช้ความได้เปรียบทางด้านเงินทุนหรือเทคโนโลยีมาเอาเปรียบคนไทย หากมีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ข่มขู่ หรือเอารัดเอาเปรียบ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย เช่น จังหวัดภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน) หรือจังหวัดอื่น ๆ รวมถึงการควบคุมการจัดตั้งศาสนสถาน ต้องมีความชัดเจน แม้ว่าเราก็ยินดีที่จะต้อนรับหากมาแล้วก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่จะมาเอาเปรียบกันไม่ได้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เข้มงวดกวดขันจัดระเบียบให้อย่างมีประสิทธิภาพ

“นอกจากนี้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้แล้ว ขอให้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรม รัดกุม และเด็ดขาด ซึ่งตนได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเนรเทศบุคคล ซึ่งเป็นการทำให้ท่านมีกลไกในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเขาปฏิบัติพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ถ้าพบมีพฤติกรรมเข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการทันที ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงขอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ติดตามและดำเนินการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมการปกครอง ทำให้ทุกอย่างดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ติดตามแก้ไขปัญหาการกระทำผิดของคนต่างด้าวอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องของการใช้นอมินีถือครองที่ดิน การประกอบธุรกิจต่าง ๆ การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต การใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด เรายืนยันว่า “ประเทศไทยยินดีต้อนรับคนต่างชาติที่เข้ามาโดยสุจริต แต่เขาต้องเคารพกฎหมาย ต้องเคารพขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของประเทศเรา แล้วก็ทำให้คนไทยได้อยู่ร่วมกับเขาได้โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา””

5. ปัญหายาเสพติด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ทำงานร่วมกันแบบคู่หู มีผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานคู่กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายอำเภอทำงานคู่กับผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจ ปฏิบัติการอย่างเต็มที่ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการจัดระเบียบสังคม ต้องวางกรอบการทำงานร่วมกัน ทั้งการข่าว ชี้เป้า แล้วดำเนินการ ทำงานด้วยความมั่นใจและแสดงผลงานออกมาอย่างเต็มที่ ในการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ทั้งการจัดระเบียบสังคม จับกุมบ่อน สถานบริการ หรือยาเสพติดต่าง ๆ โดยที่ผ่านมา การที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงไปปฏิบัติการด้วยตนเอง เป็นการแสดงให้เห็นว่า เราในฐานะฝ่ายนโยบายเป็นคนเปิดเกมให้และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติ แต่ในระยะต่อไป ผู้ปฏิบัติ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องนำกำลังไปดำเนินการปฏิบัติการด้วยตนเอง สร้างความตื่นตัวให้กับนายอำเภออย่างจริงจัง ต่อเนื่อง

6. ปัญหาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีการปรับจำนวนบุคลากรของกระทรวงมหาดไทย โดยเร่งจัดตั้ง “กระทรวงมหาดไทยส่วนหน้า” เพื่อที่จะไปดำเนินการบริหารสถานการณ์อย่างทันท่วงทีตามมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยบูรณาการร่วมกับแม่ทัพภาค 4 เร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

7. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วงที่ผ่านมามีเหตุภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติต่าง ๆ มากมาย ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบเหตุได้ตอบสนองกับสถานการณ์ได้ด้วยความรวดเร็ว ไม่มีสิ่งที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณและชื่นชมที่ได้เตรียมการและวางแผนเผชิญเหตุอย่างที่ได้มอบนโยบายไว้ และมีความพร้อมในการให้การดูแลพี่น้องประชาชน ขอให้เพิ่มศักยภาพและเพิ่มการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้มีฝนหนัก ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการบริการสถานการณ์ตามแผนเผชิญเหตุด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

“ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ นำข้อสั่งการและนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และดำเนินการด้วยความต่อเนื่องรวดเร็วต่อไป พร้อมทั้งแจ้งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนด้วย ทั้งนี้ ขอขอบคุณข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่จะครบกำหนดเกษียณอายุราชการ “ขอให้ท่านได้มีความภาคภูมิใจว่า ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประเทศชาติและประชาชนมาด้วยความทุ่มเทเสียสละ ขอให้มีความสุขในการใช้ชีวิตภายหลังเกษียณอายุราชการ ตนเชื่อว่าหลายท่านยังคงมีบทบาทได้เข้ามาช่วยใช้องค์ความรู้ต่าง ๆ มาช่วยเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทางราชการต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงท้าย

นอกจากนี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้กล่าวถึงผลการปฏิบัติภารกิจตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย อาทิ การจัดระเบียบสังคม การแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น กกฎหมายโรงแรม นอมินี การจัดการสาธารณภัย การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศ พร้อมทั้งกำชับข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...