โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กับระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา คำถามต่อพันธกรณีอนุสัญญาออตตาวา

THE STANDARD

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น. • thestandard.co
กับระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา คำถามต่อพันธกรณีอนุสัญญาออตตาวา

กรณีพลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 เหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานีจนขาขาดนั้นสร้างความตกใจให้กับประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งคำวิจารณ์ที่ปรากฎในสังคมว่า ถ้าเป็นการวางกับระเบิดใหม่จริง ๆ ก็ถือว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวาหรืออนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. 1997 ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาต่างลงนามและให้สัตยาบันให้อนุสัญญานี้

อาการตกใจของคนไทยก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจของผู้นำจากหลายชาติที่มาประชุมตกลงกันและนำมาสู่อนุสัญญาออตตาว่านี้ เพราะทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเป็นอาวุธที่ทำอันตรายไม่เลือกหน้า เนื่องจากจะทำงานไม่ว่าผู้ใดมาเหยียบ ส่วนใหญ่เน้นทำให้พิการคือขาขาด ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

อีกทั้งการวางทุ่นระเบิดนั้นมักจะวางโดยปราศจากการจดบันทึกที่ดี ทำให้บ่อยครั้งที่เมื่อสงครามจบลงแล้ว ทุ่นระเบิดที่ยังฝังอยู่และไม่ได้รับการเก็บกู้ยังส่งผลต่อเนื่องและสร้างผลกระทบให้กับประชาชนทั่วไปต่อมาอีกหลายสิบปี

ซึ่งจริง ๆ แล้วกัมพูชาเป็นประเทศที่น่าจะรู้ดีถึงผลกระทบของทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพราะตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา มีชาวกัมพูชากว่า 65,000 คนที่ได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากทุ่นระเบิดที่ฝังเอาไว้ตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมือง

โดยเฉพาะในชายแดนไทยกัมพูชาที่ในครั้งนั้นฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา หรือ People’s Republic of Kampuchea ได้วางกับระเบิดเพื่อต่อต้านฝ่ายเขมรแดงเป็นจำนวนมากตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชากว่า 750 กิโลเมตรจนสนามทุ่นระเบิดนี้รู้จักกันในชื่อม่านไม้ไผ่หรือ Bamboo Curtain หรือโครงการสนามทุ่นระเบิด K5 ซึ่งตัว K มาจากคำว่า kar karpier หรือการป้องกันในภาษาเขมร และ 5 คือหลักการ 5 ข้อของพลเอกพิเศษ เล ดึ๊ก อัญ เพื่อใช้ในการของเวียดนามในการสนับสนุนรัฐบาลสังคมนิยมของกัมพูชาในการต่อต้านเขมรแดงในช่วงนั้น

แม้ว่ายังต้องรอรัฐบาลและกองทัพยืนยันด้วยการตรวจสอบหลักฐานว่าทุ่นระเบิดที่ทำให้พลทหาร ธนพัฒน์ต้องพิการนั้นเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ แต่ก็มีข้อมูลบางส่วนระบุว่าตำแหน่งที่พลทหาร ธนพัฒน์เหยียบทุ่นระเบิดนั้นเป็นตำแหน่งที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบและเคลียร์ทุ่นระเบิดไปหมดเป็นเวลานานแล้ว

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ รวมถึงกองทัพของไทยได้ยกเลิกการใช้งานทุ่นระเบิดสังหารบุคคลไปแล้วหลังจากลงนามในอนุสัญญาออตตาวา

อีกทั้งก่อนหน้าที่จะลงนามในอนสัญญาดังกล่าว กองทัพของไทยยังไม่เคยมีการจัดหาทุ่นระเบิดที่ผลิตในรัสเซียอย่าง PMN 2 มาใช้งาน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ทุ่นระเบิดนี้จะมาจากการใช้งานจากฝ่ายไทย

ทั้งนี้ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN 2 เป็นทุ่นระเบิดที่ผลิตในโซเวียตตั้งแต่ในทศวรรตที่ 70 โดยพัฒนามาจาก PMN 1 มีลักษณะเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 120 เซนติเมตร บรรจุดินระเบิด TNT ถึง 100 กรัม ซึ่งมากกว่าทุ่นระเบิดตระกูลอื่น 2 – 3 เท่า

นอกจากนั้นแม้ว่าจะยังทำงานเหมือนทุ่นระเบิดแบบอื่น ๆ คือใช้ชนวนที่ทำงานเมื่อมีแรงกด แต่การค้นหา PMN 2 จะทำได้ยากขึ้น เนื่องจากตัวทุ่นทำจากพลาสติก ทำให้มีชิ้นส่วนโลหะน้อย เครื่องตรวจจับโลหะจึงตรวจจับได้ยากขึ้น

และเมื่อตรวจจับได้แล้วก็ยังทำลายยากขึ้น เพราะโดยปกติการทำลายที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคือการทำลายด้วยระเบิดทำลายทุ่นระเบิดเช่นระเบิดบังกาลอร์ (Bangalore Torpedo) ที่เป็นระเบิดเจาะช่องสนามทุ่นระเบิดที่มีลักษณะท่อยาวที่จะใช้แรงระเบิดสร้างแรงกดเพื่อให้ทุ่นระเบิดระเบิดออกหรือถูกทำลายจากแรงระเบิด

แต่ทุ่นระเบิด PMN 2 นั้นมีแผนรับแรงกดที่เป็นรูปตัว X ซึ่งช่วยกระจายแรงกดของระเบิดบังกาลอร์จนไม่สามารถที่จะทำให้ตัวทุ่นระเบิดเกิดการระเบิดหลังการจุดระเบิดบังกาลอร์ได้ ทำให้การเก็บกู้มักจะต้องใช้เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดคลานเข้าไปเก็บกู้หรือทำลายด้วยตัวเอง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่เก็บกู้

ในรุ่นหลัง ๆ เช่น PMN 3 หรือ PMN 4 มีการพัฒนาเพิ่มเข้าไปอีก เช่น มีระบบชนวนกันเขยื้อน ซึ่งหมายถึงระเบิดจะทำงานเมื่อมีการขยับเขยื้อน เพื่อให้ระเบิดทำงานในขณะที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังเก็บกู้ หรือมีขนาดเล็กลงเพื่อให้ตรวจจับและสังเกตุได้ยากขึ้น เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทำไมทุ่นระเบิดจึงถูกขนานนามว่าเป็นอาวุธที่มีความโหดร้ายและไร้มนุษยธรรม ซึ่งถ้ามีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ากัมพูชาเพิ่งมาวางทุ่นระเบิดแล้ว นอกจากควรจะต้องดำเนินการทางการทูตด้วยการแจ้งเรื่องพร้อมหลักฐานในที่ประชุมของอนุสัญญาออตตาวาที่จะจัดขึ้นที่เจนีวาในวันที่ 1 – 5 ธันวาคมนี้ เพื่อให้นานาชาติมีแรงกดดันไปสู่รัฐบาลกัมพูชาให้ยกเลิกการใช้งานทุ่นระเบิด ก็จำเป็นที่จะต้องให้กำลังพลของไทยระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อลดอันตรายและป้องกันการสูญเสียจากฆาตกรที่ฆ่าไม่เลือกฝ่ายอย่างทุ่นระเบิดแบบนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...