โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป 24 ชั่วโมง เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา สมช. ให้อพยพปชช. พ้นรัศมี 50 กม. จากชายแดน

SpringNews

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 00.50 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 00.41 น.

จากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนจำนวนมาก พร้อมสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนอย่างกว้างขวาง กองทัพไทยได้ทำการตอบโต้และประณามการโจมตีพื้นที่พลเรือนของกัมพูชาว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นพื้นที่ประมาณ 4 จังหวัด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เพราะฉะนั้นขณะนี้ยังควบคุมอยู่ในพื้นที่ได้อยู่ แต่ก็มีความระมัดระวังและป้องกันชายแดนเต็มที่ ได้ให้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สมช.- กระทรวงมหาดไทยอพยพคนออกจากพื้นที่ให้ไกลกว่า 50 กิโลเมตร

ลำดับเหตุการณ์การปะทะ วันที่ 24 ก.ค. 2025

ตามรายงานจากกองบัญชาการกองทัพไทย ชนวนเหตุเริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าตรู่ เมื่อเวลา 07.45 น. กองกำลังสุรนารีของไทยตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของกัมพูชา บินล่วงล้ำเข้ามาในเขตไทยบริเวณปราสาทตาเมือนธม ก่อนที่เวลา 08.20 น. ฝ่ายกัมพูชาจะเปิดฉากยิงเข้าใส่ที่ตั้งของทหารไทย ทำให้สถานการณ์บานปลายสู่การปะทะเต็มรูปแบบ

สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อฝ่ายกัมพูชาเริ่มใช้จรวดหลายลำกล้อง BM-21 ยิงถล่มเข้ามาในดินแดนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเป็นพื้นที่ชุมชนและเขตพลเรือนอย่างชัดเจน อาทิ:

จังหวัดสุรินทร์: จรวดตกใส่ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง และวิทยาลัยการอาชีพ อ.สังขะ

จังหวัดศรีสะเกษ: การโจมตีที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ใน อ.กันทรลักษ์ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตถึง 9 ราย และบาดเจ็บ 14 ราย

จังหวัดบุรีรัมย์ และ อุบลราชธานี: มีรายงานกระสุนปืนใหญ่และจรวดตกใส่บ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ เช่น อ.บ้านกรวด (บุรีรัมย์) และ อ.น้ำยืน (อุบลราชธานี)

กองทัพภาคที่ 2 ของไทยได้ทำการยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองและยับยั้งการรุกราน โดยมีรายงานว่าสามารถสร้างความเสียหายให้กับรถถังของฝ่ายกัมพูชาได้ 2 คันในพื้นที่ตรงข้ามปราสาทโดนตวล

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา ใช้จรวด BM.21 ยิงเข้าใส่พื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บริเวณปั๊มน้ำมัน, พื้นที่เขาพระวิหาร มีการปะทะตั้งแต่ วัดแก้วฯ ไปจนถึง ภูมะเขือ ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในที่ตั้ง, พื้นที่ช่องจอม ฝ่ายกัมพูชา ใช้อาวุธยิงสนับสนุนยิงต่อที่ตั้งฝ่ายพลเรือน เช่นวิทยาลัยการอาชีพ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา และบ้านเรือนประชาชนไทย และพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม หลังจากประกาศปิดการท่องเที่ยว ฝ่ายกัมพูชาได้มีการใช้กำลังเข้าโจมตีฝ่ายเรา ตั้งแต่ห้วงเข้า รวมทั้งใช้อาวุธยิงสนับสนุนยิงเข้าที่ตั้งพลเรือนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ

ผลกระทบและความเสียหาย จากเหตุปะทะ

คววามสูญเสียครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ข้อมูลสรุปจากกระทรวงสาธารณสุข ณ เวลา 21.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ระบุว่า:

พลเรือน: เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บรวม 45 ราย (สาหัส 7, ปานกลาง 13, เล็กน้อย 12)

ทหาร: เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บรวม 15 นาย (สาหัส 6, ปานกลาง 5, เล็กน้อย 3)

ทางการไทยได้เร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 8 แห่ง ในเขต จ.บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมจัดตั้งครัวสนามเพื่ออำนวยความสะดวก

ท่าทีของกองทัพไทย

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 และโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำของกัมพูชาที่จงใจใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ที่กำหนดให้การโจมตีต้องจำกัดอยู่เฉพาะเป้าหมายทางทหาร (Military Objectives) เท่านั้น

กองทัพไทยได้เรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการกระทำดังกล่าวโดยทันที พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรมและคุณค่าสากลของมนุษยธรรม แต่จะไม่ยอมให้การกระทำใดๆ มาละเมิดอธิปไตยและบ่อนทำลายศักดิ์ศรีของชาติ และพร้อมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...