โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KKP มองสงครามการค้าทรัมป์ ตั้งเก็บภาษีในอัตราสูงกับไทย มีเป้าหมายเพื่อดิสรัปซัพพลายเชนทั้งภูมิภาค จี้จุดที่จีน ห่วงลงทุนชะงัก

BTimes

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 18.46 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 11.46 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า สงครามการค้าในครั้งนี้ ประเทศไทยเจอศึกค่อนข้างหนัก โดยมองว่า สิ่งที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยากได้ในสงครามครั้งนี้ คือ 1. ต้องการให้เปิดอุตสาหกรรมในประเทศ ลดอัตราภาษี ยกเลิก non-tariff พิธีการต่าง ๆ 2. อยากให้มีการย้ายฐานการผลิตไปสหรัฐฯ และ 3. ทรานชิปเมนต์

โดยอัตราภาษีที่ไทยกำลังโดนขู่ มองว่าเขาต้องการดิสรัป ซัพพลายเชนทั้งภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญคือจีน และทำให้เกิดสงครามในหลายมิติ โดยในประเทศที่เห็นชัด ๆ คือการบังคับให้เราเลือกระหว่างภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร บริการ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดใหญ่ที่ไทยส่งออก 18% ประเด็นตอนนี้อาจไม่ใช่ว่าเราโดนเท่าไหร่ แต่เราโดนเท่าไรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งตอนนี้ประเทศรอบ ๆ ต่ำกว่าเราหมด" นายพิพัฒน์ กล่าว

ดังนั้น คำถามสำคัญคือไทยที่มีความไม่แน่นอนในหลาย ๆ ด้าน แล้วทำไมต่างชาติจะต้องมาลงทุนในไทย ซึ่งนี่อาจเป็นวิธีการเจรจาของทรัมป์ที่ใช้ความไม่แน่นอนเป็นเครื่องมือให้เกิดการตกลงเกิดขึ้นเร็ว ซึ่งสิ่งที่จะกระทบมากกว่าความสามารถในการแข่งขัน คือความสามารถในการเป็นฐานการลงทุน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ มองว่า ถ้าไทยไม่สามารถเจรจาได้ ก็จะเหนื่อย เพราะสิ่งที่ไทยต้องเจอคือผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน การเกษตรและบริการ และเงื่อนไขเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องทางการค้า รวมถึงการที่ไทยอาจจะต้องเลือกระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทั้งนี้มองว่าแรงกดดันครั้งนี้รุนแรง ไทยต้องมาปรับโครงสร้าง เปิดเสรีอย่างค่อยเป็นค่อยไป และหาวิธีชดเชยเยียวยา โดยประเด็นสำคัญคือการอัพสกิลรีสกิลแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

ส่วนปัจจุบันนโยบายอัตราดอกเบี้ยมีความเหมาะสมกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ช็อกครั้งนี้ที่ไทยเจอค่อนข้างรุนแรง การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สื่อสารชัดเจนว่า ไม่ได้ขัดกับการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่อยากเก็บกระสุนไว้เผื่อช็อกใหญ่กว่านี้ ในมุมมองของตนมองว่าช็อกครั้งนี้ใหญ่มาก ดังนั้น อาจต้องมานั่งคิดเรื่องการออกแบบ Policy space เพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...