ตลาดหุ้นเอเชีย ผันผวน รับแรงกดดันจากการเมืองและความไม่แน่นอนนโยบายเศรษฐกิจทั่วภูมิภาค
ตลาดหุ้นเอเชีย เคลื่อนไหวผันผวนในวันนี้ (18 ก.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยทางการเมืองและความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจทั่วภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนยังคงอยู่ในโหมดระมัดระวัง ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อทิศทางการลงทุนระยะสั้น
ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (18 ก.ค.) ที่ 82.08 จุด หรือ -0.21% ที่ระดับ 39,819.11 จุด
โดยได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการตัดสินใจซื้อขาย ท่ามกลางความไม่แน่นอนก่อนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้
บรรยากาศการลงทุนโดยรวมอยู่ในโหมดระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนรอดูทิศทางนโยบายเศรษฐกิจจากผลการเลือกตั้งดังกล่าว ซึ่งอาจมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและท่าทีในการดำเนินนโยบายการคลังและเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีนบวกในวันนี้ (18 ก.ค.) ปิดที่ 17.66 จุด หรือ +0.50% ที่ระดับ 3,534.48 จุด
โดยได้แรงสนับสนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังคณะผู้นำจีนออกแถลงการณ์ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการควบคุมการทำสงครามราคาที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินฝืดในประเทศ
การส่งสัญญาณดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลจีนในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา และฟื้นฟูความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและผู้บริโภค ท่ามกลางแรงกดดันจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยนักลงทุนมองว่ามาตรการเชิงรุกจากภาครัฐอาจช่วยหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (18 ก.ค.) ที่ 326.71 จุด หรือ +1.33% ที่ระดับ 24,825.66 จุด
โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หลังนักลงทุนขานรับแนวโน้มเชิงบวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนที่มีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง
บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น หลังภาครัฐของจีนแสดงท่าทีสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้านโยบายเชิงผ่อนคลายเพิ่มเติมหากจำเป็น ขณะที่ความเคลื่อนไหวของตลาดสะท้อนถึงการคาดหวังว่าภาคเอกชนจะได้รับแรงสนับสนุนเพื่อเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (18 ก.ค.) ที่ 4.22 จุด หรือ -0.13% ที่ระดับ 3,188.07 จุด
ท่ามกลางแรงกดดันจากความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยบรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวัง
นักลงทุนประเมินว่าท่าทีเชิงแข็งกร้าวด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศคู่ค้ารายใหญ่ รวมถึงเกาหลีใต้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดันตลาดในระยะสั้น
ที่มา : infoquest.co.th