โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติศาสตร์! อังกฤษออกกฎหมายคุมฟุตบอล

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

"ช่วงเวลาประวัติศาสตร์" ของวงการฟุตบอลอังกฤษ เกิดขึ้นแล้ว หลังจากร่างกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลฟุตบอลอิสระกลายเป็นกฎหมายอย่างเต็มตัว

ร่างกฎหมายการกำกับดูแลฟุตบอลจัดตั้ง “หน่วยงานกำกับดูแลอิสระเพื่อดูแลการเงินของสโมสร” ได้ถูกนำมาบังคับใช้การทดสอบความสามารถของเจ้าของสโมสรในอังกฤษแล้ว โดยจะ ห้ามการซื้อกิจการโดยใช้เงินกู้ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของแฟนๆ ในการตัดสินใจสำคัญ เช่น การคุ้มครองมรดกทางฟุตบอล

ร่างกฎหมายธรรมาภิบาลฟุตบอลได้รับพระบรมราชานุญาต และในที่สุดก็กลายเป็นกฎหมาย โดยแฟนบอลก็มีเพื่อนที่มีอำนาจปกป้องพวกเขา ปกป้องสโมสร และปกป้องกีฬาฟุตบอล

หน่วยงานกำกับดูแลฟุตบอลอิสระจะมีอำนาจประกอบด้วย 1.กฎระเบียบทางการเงินฉบับใหม่ที่เข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่าสโมสรจะมีอนาคตที่ยั่งยืนในระยะยาว, 2.การทดสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อหยุดยั้งเจ้าของสโมสรที่ไม่ซื่อสัตย์, 3.มาตรฐานใหม่สำหรับการมีส่วนร่วมของแฟนบอลในการตัดสินใจของสโมสร, 4.ห้ามสโมสรเข้าร่วมการแข่งขันแบบปิดและลีกที่แยกตัวออกไป, 5.ดูแลการกระจายทางการเงินอย่างยุติธรรมระหว่างลีก และ 6.การคุ้มครองมรดกสำคัญของสโมสร เช่น สีเสื้อเหย้า ตราสโมสร และการย้ายสนาม

นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ กล่าวว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็น ช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจและนิยามวงการฟุตบอลอังกฤษ และจะนำไปสู่ "อนาคตที่แข็งแกร่งและเป็นธรรมยิ่งขึ้น" ของวงการฟุตบอล ซึ่ง เควิน ไมล์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมผู้สนับสนุนฟุตบอล (FSA) กล่าวว่า นี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลในประเทศนี้

พระราชบัญญัติการกำกับดูแลฟุตบอล (Football Governance Act) จะให้อำนาจแก่หน่วยงานที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและหน่วยงานด้านฟุตบอล โดยพระราชบัญญัตินี้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่า พระราชบัญญัตินี้ได้ผ่านเป็นกฎหมายและจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อกำกับดูแลกีฬาฟุตบอลชายครอบคลุมลีกระดับอาชีพของอังกฤษ

พระราชบัญญัตินี้เป็นข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนการแข่งขันโดยแฟนบอล และได้มีการเสนอร่างกฎหมายที่คล้ายคลึงกันในเดือนมีนาคม 2024 โดยรัฐบาลอนุรักษ์นิยมในขณะนั้น แต่ร่างกฎหมายนี้ไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2024 รัฐบาลพรรคแรงงานได้นำร่างกฎหมายนี้กลับมาเสนออีกครั้งในอีก 4 เดือนต่อมา

พระราชบัญญัตินี้จะเปิดตัวในปลายปีนี้ รัฐบาลกล่าวว่า จะมีการหารือกับอุตสาหกรรมฟุตบอลก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น

“พระราชบัญญัติธรรมาภิบาลฟุตบอลฉบับสำคัญของเรานั้นเป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับแฟนบอล พระราชบัญญัตินี้จะปกป้องสโมสรที่พวกเขารัก และบทบาทสำคัญของพวกเขาที่มีต่อเศรษฐกิจของเรา” สตาร์เมอร์ กล่าวเสริม

นอกจากจะช่วยปรับปรุงความยั่งยืนทางการเงินทั่วทั้งวงการฟุตบอลแล้ว หน่วยงานกำกับดูแลยังจะยับยั้งสโมสรต่างๆ ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันแบบแยกตัวออกไป เช่น ข้อเสนอของยูโรเปียนซูเปอร์ลีกในปี 2021 ซึ่งถูกแฟนบอลประณามอย่างหนักจากแฟนบอล

ในการผ่านร่างกฎหมายนี้ มีกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วนคัดค้าน คาร์เรน เบรดี รองประธานสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด กล่าวต่อสภาขุนนางว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มี “อันตรายแฝงอยู่” โดยให้เหตุผลว่าจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน พรีเมียร์ลีกยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงความจำเป็นในการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลอีกด้วย

ลิซ่า แนนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับแฟนฟุตบอล เพราะเรามีสโมสรมากมายเหลือเกิน รวมถึงสโมสรวีแกน แอธเลติก ของเรา ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากปัญหาความเป็นเจ้าของและฐานะการเงินที่ย่ำแย่

"นี่คือช่วงเวลาที่แฟนฟุตบอลสามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้ เพราะเรากำลังแก้ไขรากฐานของฟุตบอล และนำแฟนๆ กลับสู่หัวใจสำคัญของเกมที่พวกเขาควรอยู่"

พรีเมียร์ลีกยังไม่ได้แสดงความคิดเห็น แต่ที่ผ่านมานั้น พวกเขากังวงลเรื่องของอำนาจที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่เคยได้รับการทดสอบในการแทรกแซงการกระจายรายได้ขององคาพยพของฟุตบอล

นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าหน่วยงานกำกับดูแลอาจส่งผลกระทบทางลบต่อความสามารถในการแข่งขัน การลงทุนของสโมสรในนักเตะระดับโลก และความมุ่งมั่นที่ขับเคลื่อนความน่าดึงดูดใจและการเติบโตของเราในระดับโลกในอนาคต

สำหรับเรื่องนี้ยกตัวอย่าง คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เจอกับแนวทางปฏิบัติของตระกูลเกลเซอร์ และกลุ่มทุน INEOS เช่น การบริหารหนี้ และการลงทุน ซึ่งอาจทำให้แฟนๆ สามารถท้าทายความเป็นเจ้าของที่เป็นอันตรายต่อสโมสรที่รักของพวกเขาได้ แม้ว่าการกระทำในอดีตจะไม่สามารถแก้ไขได้ย้อนหลังก็ตาม

ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีหน่วยงานกำกับดูแลฟุตบอลอิสระ เพื่อต่อต้านเจ้าของสโมสรที่ประมาทเลินเล่อและขาดความระมัดระวัง ในการเข้ามาลงทุนและทำให้ทีมตกต่ำจากการบริหารที่ไม่ดี โดยปกตินั้น พรีเมียร์ลีกและ EFL มีเจ้าของที่ดี แต่ก็มีบางแห่งที่ไม่น่าไว้วางใจ โดยตัวอย่างคือ การกระโดดไปร่วมยูโรเปียนซูเปอร์ลีก, เหตุการณ์ล้มละลายที่บิวรี่ รวมถึงเคสต่าง ๆ ของ เรดดิง, เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์, มอร์แคมบ์, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...