โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นประหารชีวิต ‘ฆาตกรทวิตเตอร์’ ก่อเหตุสังหารเหยื่อ 9 คน ภายใน 2 เดือน

THE STATES TIMES

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • Hard News Team

(27 มิ.ย. 68) ญี่ปุ่นกลับมาใช้โทษประหารอีกครั้งในรอบ 3 ปี เมื่อล่าสุดทางการญี่ปุ่นสั่งแขวนคอนายทาคาฮิโระ ชิราอิชิ วัย 34 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญหญิงสาว 8 ราย และชาย 1 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน

โดยญี่ปุ่นได้ดำเนินการประหารชีวิต ชิราอิชิ ด้วยการแขวนคอเมื่อวันศุกร์ที่เรือนจำโตเกียว ซึ่งการประหารชีวิตในญี่ปุ่นเป็นไปอย่างลับๆ โดยปกติแล้ววันที่ประหารชีวิตจะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ จนกว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จ

สำหรับคดีของชิราอิชิ ได้ใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (ปัจจุบันคือ X) ล่อลวงเหยื่อที่โพสต์ว่ามีความคิดอยากปลิดชีพตัวเอง เขาหลอกว่าจะช่วยพวกเธอจบชีวิต หรือพร้อมจบชีวิตไปด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับสังหารเหยื่อและหั่นศพ บางส่วนถูกซ่อนในกล่องและถังในห้องพัก พร้อมใช้ทรายแมวกำจัดกลิ่น

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เคย์สุเกะ ซูซูกิ ระบุว่าอาชญากรรมของชิไรชิในปี 2017 มีทั้งการล่อลวง ข่มขืน ปล้น ฆาตกรรม และอำพรางศพ เหยื่อทั้งหมดถูกตีหรือรัดคอจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปซ่อน บางส่วนถูกทิ้งในถังขยะ พฤติกรรมของเขาถูกอธิบายว่า “เห็นแก่ตัวและสุดโต่งเกินไป” เพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศและเงิน

แม้ทีมทนายความพยายามให้เหตุผลว่าผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มปลิดชีพตัวเองอยู่แล้ว บางรายอาจยินยอม อย่างไรก็ตามศาลญี่ปุ่นปฏิเสธ โดยชี้ว่าชิราอิชิฉวยโอกาสจากผู้เปราะบาง และการกระทำของเขา “โหดเหี้ยมเกินมนุษย์”

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังคงมีโทษประหารชีวิตสำหรับคดีรุนแรง เช่น ฆาตกรรมต่อเนื่องหรือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เป็นประเทศพัฒนาแล้วเพียงไม่กี่แห่งที่ยังใช้โทษนี้ การสำรวจชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุน โดยเฉพาะในคดีสะเทือนขวัญที่สังคมเห็นว่าผู้กระทำ “ไม่ควรมีโอกาสแก้ตัว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...