โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ แถลงจับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 2.3 กิโล ซุกเรือท่องเที่ยว เตรียมส่งไปประเทศที่ 3

Khaosod

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.30 น.
นายกฯ แถลงจับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 2.3 กิโล ซุกเรือท่องเที่ยว เตรียมส่งไปประเทศที่ 3

นายกฯ แถลงจับไอซ์ล็อตใหญ่ 2.3 กก. ลักลอบขนส่งผ่านเรือยนต์ท่องเที่ยว ไปประเทศที่ 3 จับ 8 ผู้ต้องหา เจ้าของเรือคาดเป็นคนต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2568 ที่กระทรวงยุติธรรมน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้แทนกองทัพเรือ และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงข่าวจับกุมยาเสพติด

ภายหลังดีเอสไอ สนธิกำลังกองทัพเรือ สำนักงานป.ป.ส. บุกทลายเครือข่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน)ยึดของกลางเป็นยาไอซ์ จำนวน 2,399 กิโลกรัม มูลค่าในประเทศกว่า 239 ล้านบาท ซุกเรือเตรียมส่งออก มูลค่าในต่างประเทศกว่า 2,000 ล้านบาท

โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถควบคุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย, ตรวจยึดเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,399 กิโลกรัม ยึดรถบรรทุกหกล้อแบบตู้ทึบ สีขาว 1 คัน และตรวจยึดรถกระบะ 4 ประตู สีเทาดำ 1 คันมาไว้ที่ดีเอสไอ

ส่วนเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส อยู่ในความควบคุมของทัพเรือภาคที่ 1 โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลไปถึงเจ้าของที่แท้จริง ขณะนี้ทราบเบื้องต้นว่า เป็นชาวต่างชาติ

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ได้ ยืนยันว่าเรื่องยาเสพติด รัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้ เพราะหากยาเสพติดมาบดบังศักยภาพของคน โดยเฉพาะเยาวชน การพัฒนาประเทศก็เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่สามารถจับกุมยาล็อตใหญ่ได้

โดยการปฏิบัติการดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กองคดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ได้รับแจ้งข่าวสารจากแหล่งข่าวว่า กลุ่มบุคคลผู้รับจ้างเดินเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผิดกฎหมายจากบริเวณปากน้ำประแส ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง ไปยังพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อลำเลียงส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

ต่อมาเมื่อวันที่ 21มิ.ย. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการ ลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์โดยใช้เรือยางตรวจการณ์ จำนวน 4 ลำ ทำการตรวจการณ์เฝ้าระวังเรือต้องสงสัยที่อ่าวไทยบริเวณปากน้ำประแสห่างจากชายฝั่งประมาณ 5 ไมล์ทะเล พบเรือยนต์ต้องสงสัยเป็นเรือยนต์ท่องเที่ยว ปรากฏข้อความอักษรภาษาอังกฤษว่า “PAIKANCATAMARANS” พบบุคคลเพศชาย อยู่บริเวณพื้นที่ลำเรือ จำนวน 8 คน

ต่อมาเมื่อบุคคลบนเรือดังกล่าว สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ก็มีพฤติการณ์ต้องสงสัยคือ เร่งความเร็วเรือหนีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าว มียาเสพติดไว้ในความครอบครองบนเรือ จึงแสดงตัวส่งสัญญาณเสียงทางวาจา

จากการตรวจค้นบนเรือ พบผู้ควบคุมเรือและลูกเรือ จำนวนรวม 8 คน และตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยในกระสอบมีลักษณะเป็นวัตถุเกล็ดสีขาวลักษณะคล้ายยาไอซ์ ที่น่าเชื่อว่าจะเป็นเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ และจึงได้ทำการควบคุมตัว และตรวจยึดของกลางดังกล่าว เข้ามายังท่าเรือ จากการตรวจสอบยืนยันพบว่าวัตถุเกล็ดสีขาวลักษณะคล้ายยาไอซ์ เป็นเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ จำนวนประมาณ 2.4 ตัน (2,399 กิโลกรัม)

ขณะทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว เมื่อมีการยืนยันว่าเป็นยาเสพติดแล้ว จึงได้แจ้งให้ชุดปฏิบัติการอีกชุดหนึ่งที่มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 2 เจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เตรียมปฏิบัติการบนฝั่ง เพื่อให้เข้าตรวจสอบท่าเทียบเรือ “ลูกยอด”

จากการตรวจค้นพบรถบรรทุกหกล้อ ลักษณะเป็นตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว กรุงเทพมหานคร ทราบภายหลังเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งยาเสพติดล็อตดังกล่าว และพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทาดำ ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ แถลงจับยาไอซ์ล็อตใหญ่ 2.3 กิโล ซุกเรือท่องเที่ยว เตรียมส่งไปประเทศที่ 3

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...