โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อจำกัดในการวัดเงินเฟ้อ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 10.50 น. • ธนาพร ศรีคล้าย เศรษฐกรอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท

คุณเคยขับรถตาม GPS ไป แล้วเจอว่าเส้นทางจริงไม่เหมือนแผนที่หรือเปล่า?

ความจริงแล้วแผนที่ก็ไม่ได้ผิด แต่อาจเพิ่งจะเปิดใช้แยกใหม่ มีอุบัติเหตุ หรือปิดถนนซ่อมแซม แต่ GPS ยังไม่ได้อัปเดต ในสถานการณ์จริง คุณจะต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และการสังเกต เพื่อตัดสินใจและสามารถไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยและทันเวลา

การอ่านตัวเลขเงินเฟ้อก็อาจเจอสถานการณ์คล้ายกับการอ่านแผนที่ใน GPS บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเลขเงินเฟ้อไม่ได้สะท้อนสิ่งที่พวกเขาเผชิญได้ทั้งหมด เพราะเบื้องหลังการจัดทำตัวเลขเศรษฐกิจย่อมมีข้อจำกัดทั้งด้านการเข้าถึงข้อมูลและด้านเทคนิค ซึ่งยิ่งท้าทายมากขึ้นในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว การเข้าใจข้อจำกัดของเครื่องมือเหล่านี้ จะช่วยให้ใช้ข้อมูลและตีความสอดคล้องกับสถานการณ์จริงได้ดียิ่งขึ้น (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำตัวเลขเงินเฟ้อได้ที่ “ไขความลับ 'ตะกร้าเงินเฟ้อ'”)

บทความนี้จะชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจข้อจำกัดของตัวเลขเงินเฟ้อที่ทางการประกาศ และตัวอย่างของการใช้ข้อมูลเงินเฟ้อที่ลึกกว่าตัวเลขที่ประกาศ เพื่อประกอบการตัดสินนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจในทางปฏิบัติ

พฤติกรรมที่เปลี่ยนเร็วทำให้เงินเฟ้อคลาดเคลื่อน

การติดตามภาวะเงินเฟ้อ หรือการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกของสินค้าและบริการนั้น โดยทั่วไปจะใช้ “ดัชนีราคาผู้บริโภค” หรือ CPI (Consumer Price Index) ที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์เป็นเครื่องมือหลักในการวัดและประเมินแรงกดดันด้านราคาภายในประเทศ รวมถึงใช้ประกอบการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของภาครัฐ จนไปถึงการวางแผนใช้จ่ายและลงทุนของภาคธุรกิจและครัวเรือน

ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคนั้น จะคำนวณจากราคาสินค้าและบริการเดิมที่อยู่ใน “ตะกร้าเงินเฟ้อ” ภายใต้สมมุติฐานว่า “ปริมาณการบริโภคคงที่” เท่ากับปีฐาน1 ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับปัจจุบันที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนจากปีฐานไปแล้ว ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาอาจคลาดเคลื่อน (bias) จากความเป็นจริงโดยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคสินค้าอื่นทดแทน การเปลี่ยนแหล่งซื้อสินค้า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และการเกิดสินค้าใหม่ ๆ ในตลาด

เมื่อสินค้าบางอย่างแพงขึ้น ผู้บริโภคจะหันไปซื้อสินค้าที่ราคาถูกกว่ามาทดแทน เช่น ถ้าเนื้อหมูราคาแพงขึ้น คนจะหันไปซื้อเนื้อไก่แทน แต่สูตรการคำนวณเงินเฟ้อที่ใช้ในปัจจุบัน ยังคงสมมุติให้คนซื้อหมูเท่าเดิม กรณีแบบนี้เรียกว่า “ความคลาดเคลื่อนจากการบริโภคสินค้าอื่นทดแทน” (substitution bias) ซึ่งทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อในภาพรวมสูงกว่าที่เกิดขึ้นจริง

เช่นเดียวกับการเปลี่ยนไปซื้อสินค้าทดแทนที่ราคาถูกกว่า ผู้บริโภคอาจเปลี่ยนไปซื้อสินค้าชนิดเดิมจากแหล่งอื่นที่ถูกกว่า ทำให้การคำนวณเงินเฟ้อที่ยังต้องอ้างอิงราคาจากร้านค้าเดิมอยู่ จะก่อให้เกิด “ความคลาดเคลื่อนจากการเปลี่ยนแหล่งซื้อสินค้า” (outlet bias) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ทุกวันนี้เราซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก ทำให้เปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อจากร้านที่ราคาถูกกว่าได้ง่าย ในกรณีนี้จะทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าที่ควรจะเป็น

นอกจากสองกรณีข้างต้นแล้ว เราจะพบเห็นความคลาดเคลื่อนอีกแบบในภาวะวิกฤต เช่น ช่วงการระบาดของโควิด 19 ที่ผู้บริโภคมีการปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย ลดการท่องเที่ยว เอาเงินไปซื้อของจำเป็นที่มีราคาแพงขึ้นในเวลานั้น เช่น อาหาร ยา หน้ากากอนามัย การคำนวณเงินเฟ้อที่อ้างอิงราคาและสัดส่วนสินค้าจากตะกร้าสินค้าเดิม จะทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าความเป็นจริง กรณีนี้เรียกว่า “ความคลาดเคลื่อนจากพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลง” (changing behavior bias)

งานศึกษาของต่างประเทศพบว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น อาจทำให้เงินเฟ้อที่วัดได้จาก CPI คลาดเคลื่อนจากที่ผู้บริโภคเผชิญเฉลี่ยประมาณ -0.3% ถึง 0.3% ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทแต่ละประเทศ ทำให้ต้องมีการปรับองค์ประกอบของตะกร้าสินค้าปีฐานอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนลง เช่นเดียวกันกับประเทศไทย ที่กระทรวงพาณิชย์จะมีการปรับปรุงน้ำหนักและตะกร้าสินค้า CPI ทุก 4–5 ปี รวมถึงปรับปรุงวิธีการจัดเก็บราคาให้ทันสมัยมากขึ้น ทั้งในแง่แหล่งที่จัดเก็บข้อมูลและรายการสินค้า

คุณภาพสินค้าพาเงินเฟ้อเคลื่อน

ความท้าทายในการวัดเงินเฟ้อของหลาย ๆ ประเทศคือ ดัชนีราคาไม่สามารถสะท้อน “คุณภาพของสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป” (quality adjustment bias) เพราะหลายครั้งที่สินค้าบางอย่างมีราคาเท่าเดิม แต่มีคุณภาพดีขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น สมาร์ตโฟนที่ฟังก์ชันและคุณภาพดีขึ้นมากในราคาเท่าเดิม แต่ดัชนีราคาไม่สามารถสะท้อนคุณภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ได้ ก็จะทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าจริง

ในทางกลับกัน สินค้าหรือบริการบางอย่างมีราคาถูกลงแต่ก็ลดคุณภาพลงด้วย เช่น ตั๋วเครื่องบินที่ราคาถูกลง แต่ไม่รวมค่าโหลดกระเป๋า หรือโรงแรมที่ราคาถูกลง แต่ไม่รวมอาหารเช้า ซึ่งหากจะสรุปว่าผู้บริโภคจ่ายน้อยลงก็ไม่ถูกเสียทีเดียว และกรณีที่ว่านี้จะทำให้เงินเฟ้อต่ำกว่าความเป็นจริง

ค่าเช่าบ้าน : ตัวอย่างข้อจำกัดการสำรวจเงินเฟ้อ

นอกจากค่าเช่าบ้านจะเผชิญปัญหาคุณภาพที่เสื่อมลงตามกาลเวลา ขณะที่ผู้เช่ายังจ่ายค่าเช่าเท่าเดิมแล้ว ยังมีปัญหาจากการเข้าถึงข้อมูลให้ทันกับช่วงที่ค่าเช่ามีการเปลี่ยนแปลงด้วย เพราะโดยปกติแล้ว ผู้ให้เช่ามักจะไม่ค่อยปรับขึ้นค่าเช่าเพราะกลัวเสียลูกค้า จึงมักจะปรับราคาเมื่อเปลี่ยนผู้เช่า ซึ่งในหลายประเทศจะเผชิญปัญหาที่คล้ายกัน คือ ไม่สามารถสำรวจค่าเช่าที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงที่มีการเปลี่ยนผู้เช่าใหม่ได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

งานศึกษาของต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลค่าเช่าบ้านจากปัญหาคุณภาพบ้านที่เสื่อมลงและข้อจำกัดจากการสำรวจ ประกอบกับน้ำหนักของค่าเช่าบ้านที่มีสัดส่วนสูงในตะกร้าเงินเฟ้อ จะทำให้ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าความจริงประมาณ 0.4-0.8% ทำให้แต่ละประเทศต้องหาแนวทางแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการปรับวิธีจัดเก็บข้อมูล หรือการพัฒนาเทคนิคการคำนวณ

ภายใต้ข้อจำกัดและความคลาดเคลื่อนของการวัดเงินเฟ้อที่เล่ามาทั้งหมด ทำให้หลายประเทศมีการพัฒนาการจัดทำข้อมูลอยู่เสมอ รวมทั้งหาข้อมูลทางเลือก (alternative data) นอกเหนือจากการติดตามดัชนี CPI ทางการ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์ให้ครอบคลุมและทันการณ์มากขึ้น เช่น ราคาสินค้าจากเว็บไซต์ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือข้อมูลสินค้าออนไลน์ ที่มีความถี่ข้อมูลเป็นรายวัน ซึ่งช่วยให้เห็นทิศทางราคาที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่า CPI ที่เผยแพร่เป็นรายเดือน อีกทั้งยังครอบคลุมสินค้าที่หลากหลายและแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่แตกต่างกันได้ดีกว่าด้วย

การเข้าใจข้อจำกัดของการวัดเงินเฟ้อตามที่เล่ามาข้างต้น จะช่วยให้เราสามารถตีความและใช้ข้อมูลได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ในส่วนต่อไปจะขอยกตัวอย่างว่า ธปท. มีการใช้ข้อมูลเงินเฟ้ออย่างไรบ้างเพื่อให้เข้าใจแรงกดดันทางด้านราคาที่ต้องประเมินสำหรับการดำเนินนโยบายการเงิน

ทำความเข้าใจให้ลึกกว่าตัวเลข

การดำเนินนโยบายการเงินจะต้องประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อซี่งต้องทำความเข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อมีการเปลี่ยนแปลง จึงต้อง “มองให้ชัด มองให้ลึก และมองให้รอบ” เพื่อประเมินสถานการณ์และตอบสนองได้อย่างเหมาะสม

“มองให้ชัด” ธปท. ได้นำข้อมูลเงินเฟ้อมาจัดทำเป็น “เครื่องชี้แนวโน้มเงินเฟ้อ” เพื่อใช้ในการวิเคราะห์แรงกดดันด้านราคาให้ชัดเจนขึ้น เพื่อสะท้อนปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ขณะที่ลดทอนบทบาทของราคาสินค้าที่ผันผวนจากปัจจัยเฉพาะ และความผันผวนระยะสั้นจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ราคาน้ำมันที่ผันผวนตามตลาดโลก เพื่อให้เห็นปัจจัยพื้นฐานและสะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจที่แท้จริง

นอกจากนี้ ธปท. ยังได้นำแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์มาช่วยวิเคราะห์เพื่อแยกปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง ออกมาจากปัจจัยที่มีผลกระทบเฉพาะกับสินค้าเพียงบางกลุ่ม เพื่อให้การวิเคราะห์แนวโน้มในภาพรวมมีความแม่นยำขึ้น

“มองให้ลึก”

การเข้าใจที่มาของเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไปต้องมองให้ลึกไปถึงสาเหตุด้วยว่า เกิดจากปัจจัยด้านอุปสงค์หรืออุปทาน จะช่วยให้การตัดสินนโยบายถูกต้องมากขึ้น หากเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากปัจจัยด้านอุปทาน เช่น ราคาพลังงาน ราคาสินค้าเกษตร ซึ่งสามารถคลี่คลายและปรับลดลงได้เองในระยะเวลาอันสั้น ก็อาจไม่ต้องรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เพราะนอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาต้นตอของเงินเฟ้อที่สูงได้แล้วนั้น ยังอาจนำไปสู่ผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อภาวะเศรษฐกิจการเงิน แต่หากเงินเฟ้อสูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่ร้อนแรงหรือปัจจัยด้านอุปสงค์ ซึ่งมักจะนำไปสู่การปรับขึ้นราคาพร้อมกันในหลายสินค้าเป็นวงกว้าง ก็จะต้องพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนบั่นทอนเสถียรภาพด้านราคาและเศรษฐกิจในระยะยาว

“มองให้รอบ” การติดตามปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างรอบคอบและรอบด้านมีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะการประเมินแรงกดดันด้านราคาและสภาวะเศรษฐกิจ ไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากหลายปัจจัย จึงต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากหลาย ๆ ด้านประกอบกัน นอกจากข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ ธปท. ติดตามแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจเพื่อให้เข้าใจมุมมองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ครบถ้วนมากขึ้น

เครื่องชี้แนวโน้มเงินเฟ้อ (underlying inflation indicators)

อัตราเงินเฟ้อมักจะมีความผันผวนมาก จึงทำให้ตัวเครื่องชี้แนวโน้มเงินเฟ้อสามารถสะท้อนแรงกดดันด้านราคาได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างช่วงปี 2565-2566 ที่อัตราเงินเฟ้อไทยสูงถึง 8% แต่เครื่องชี้แนวโน้มที่ ธปท. ใช้ในการวิเคราะห์แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งตัดผลของปัจจัยเฉพาะออกไปแล้ว ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่านั้น แสดงให้เห็นว่า แรงกดดันด้านราคาน่าจะมาจากปัจจัยชั่วคราวและไม่ได้ส่งผลทอดยาว

หากจะพูดให้ชัดขึ้น ณ ตอนนั้น เงินเฟ้อสูงขึ้นจากราคาพลังงานและอาหารเป็นหลัก จากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน หาก ธปท. ไม่มีการวิเคราะห์แรงกดดันเงินเฟ้อที่แท้จริง และต้องจัดการกับเงินเฟ้อที่ประกาศที่ 8% ก็จะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงและเร็วมากซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวได้ช้าจากโควิด 19 ขณะเดียวกันกลับไม่สามารถส่งผลให้ราคาน้ำมันที่สูงจากสงครามลดลงได้

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน นอกจากการอ่านข้อมูลที่ทำหน้าที่เสมือน GPS แล้ว จำเป็นต้องทำความเข้าใจข้อจำกัดของข้อมูลด้วย ประกอบกับการวิเคราะห์ที่ “มองให้ชัด มองให้ลึก มองให้รอบ” เพื่อช่วยตีความข้อมูลให้ถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถผ่านพ้นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจนไปถึงจุดหมายได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ได้ในที่สุด

อ้างอิง

- Ambrose, B. W., Coulson, N. E., & Yoshida, J. (2022). Housing Rents and Inflation Rates. Journal of Money, Credit and Banking, 55(4), 975-992.

- Cavallo, A., & Rigobon, R. (2016). The Billion Prices Project: Using Online Prices for Measurement and Research. Journal of Economic Perspectives, 30(2), 151–178.

- Coffey, C., McQuinn, K., & O'Toole, C. (2021). Rental equivalence, owner-occupied housing, and inflation measurement: Microlevel evidence from Ireland. Real Estate Economics, 50(4), 990-1021.

Diewert, W. E. (1998). Index Number Issues in the Consumer Price Index. Journal of Economic Perspectives, 12(1), 47–58.

- European Central Bank. (2024). Measuring inflation with heterogeneous preferences, taste shifts and product innovation: Methodological challenges and evidence from microdata (Occasional Paper Series No. 323).

Rossiter, J. (2005). Measurement Bias in the Canadian Consumer Price Index. Bank of Canada Working Paper No. 2005-39

- Sabourin, P. (2012). Measurement Bias in the Canadian Consumer Price Index: An Update. Bank of Canada Review, Summer 2012.

- Seiler, P. (2020). Weighting bias and inflation in the time of COVID-19: evidence from Swiss transaction data. Swiss Journal of Economics and Statistics, 156(13).

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไอที ธุรกิจ อื่น ๆ

ประท้วงเบลเยียม บินไทย ยกเลิกเที่ยวบิน TG935 ‘บรัสเซลส์-กรุงเทพฯ’

The Bangkok Insight

Alysa Liu – Eileen Gu ความสำเร็จไม่ได้มาง่าย บทเรียนจากโอลิมปิกสู่โลกธุรกิจ

TODAY

“คูเวต” สั่งลดกำลังผลิตน้ำมัน-การกลั่นชั่วคราว ป้องกันความเสี่ยงสงคราม “อิหร่าน”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

นักวิเคราะห์ชี้ SET กระเพื่อม “Private Credit” สหรัฐจำกัด! ชูหุ้นพลังงาน–ปันผล พยุงตลาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

"GON Beyond Buffet" คัมแบ็ก ยิงยาว 35 วัน คู่ขนาน GON Buffet

ประชาชาติธุรกิจ

ส่องทัพนวัตกรรม AI เปลี่ยนโลกงาน MWC 2026 ยกระดับระบบนิเวศอัจฉริยะ

ฐานเศรษฐกิจ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...