โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

Estar ถอดประสบการณ์อสังหา โตจากหนี้=วิกฤต โตจากโอเปอเรชั่น=โอกาส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 05.11 น.

เบิกฤกษ์ครึ่งปีหลัง 2568 ค่าย Estar ประกาศความพร้อมทั้งแผนงาน-แผนเงิน-แผนคน ในการเดินหน้าแผนธุรกิจใหม่ ภายใต้มอตโต้ The Next Chapter in Exclusive Living

เรื่องใหม่ในครึ่งปีหลังนี้ ถอดบทเรียนอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างตรงจุด ฟันธงได้อย่างตรงใจว่า บนความผันผวนของภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ธุรกิจที่ยังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการได้อย่างต่อเนื่อง กุญแจสำคัญอยู่ที่โมเดลการเติบโต จะต้องเติบโตจากโอเปอเรชั่น ไม่ใช่การเติบโตจากการกู้หนี้มาลงทุนต่อยอด

ขยับฐานลูกค้าราคา 10-30 ล้าน

โดย “ไพโรจน์ วัฒนวโรดม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ Estar ระบุว่า ปี 2568 นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Estar ที่มีวิสัยทัศน์กลยุทธ์การแข่งขันไม่ใช่แค่การดำเนินธุรกิจตามทิศทางตลาดทั่วไป แต่เป็นการ “สร้างเกมใหม่” ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งกว่าเดิม

ด้วยแนวคิดที่ว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพียงเพื่อการขายที่อยู่อาศัย แต่คือการส่งมอบคุณภาพชีวิตและประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์อนาคตของผู้คนอย่างแท้จริง

“Estar เชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แท้จริงไม่ควรจำกัดอยู่แค่ตัวเลขรายได้ แต่ต้องสร้าง คุณค่าร่วม ให้กับลูกค้า สังคม และองค์กรอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ Estar มีการรีโมเดลแผนธุรกิจครั้งสำคัญ ขยับฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จากราคา 3-5 ล้านบาทที่มีปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อสูง มาสู่ฐานลูกค้าระดับไฮเอนด์และลักเซอรี่ แต่ไม่ใช่ลักเซอรี่พร่ำเพรื่อ หากแต่โฟกัสกลุ่มราคา 10-30 ล้านบาท เป็นเป้าหมายหลัก นำเสนอผ่านกลยุทธ์ Creating What’s Different-สร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่าง 4 แกนหลัก คือ

1.Segment (โฟกัสกลุ่มเป้าหมายศักยภาพสูง) : เจาะกลุ่ม High Net Worth และ Mid-High Segment ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ

2.Speed (ดำเนินงานตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม) : วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 3-4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดมีความคึกคักและพร้อมรับการลงทุน

3.Quality (ยกระดับคุณภาพงานออกแบบ) : นำเสนอดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง พร้อมความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด

4.Connection (เชื่อมต่อทำเลศักยภาพ) : สร้างเครือข่ายที่อยู่อาศัยคุณภาพระดับสูงในทำเลทองทั้งในกรุงเทพฯ

และระยอง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและสร้างโอกาสในการเข้าถึงทำเลสำคัญ

เปิด 4 โครงการลักเซอรี่ 3,500 ล้าน

ทั้งนี้ Estar ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการบ้านหรู โดยเฉพาะในจังหวัดระยอง ที่บริษัทประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากโครงการ เวลาน่า ไฮด์ อู่ตะเภา-บ้านฉาง มียอดขายและยอดโอนเฟสแรก 95%, แกรนด์ เวลาน่า พูลวิลล่า ที่สร้างปรากฏการณ์ Sole Out 100% ภายใน 3 เดือน

ล่าสุด Estar เตรียมเปิดเพิ่มโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องใน 2 ทำเลทอง ได้แก่ จังหวัดระยอง ดินแดนแห่งโอกาสและศักยภาพทำเลแห่งอนาคต โดยข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดศักยภาพระยองมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงสุดของประเทศ ณ ปี 2567 รายได้อยู่ที่ 1.03 ล้านบาท/คน/ปี และ GPP (มูลค่าเศรษฐกิจจังหวัด) สูงถึง 1.08 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ คาดการณ์ตลาดบ้านแนวราบในพื้นที่ EEC (เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) น่าจะยังขยายตัวไปได้ถึงสัดส่วน 34% ของตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ที่แข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อระดับกลางถึงบน ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยตรง

อีกทั้งเมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐ อาทิ โครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก บนพื้นที่ 6,500 ไร่ ตามแผนคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2572 รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปี ประเมินว่ามีการจ้างงาน 50,000 ตำแหน่ง เป็นโอกาสทางธุรกิจจากดีมานด์ในพื้นที่ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โดย Estar วางแผนเปิดตัว 3 โครงการใหม่ในระยอง ประกอบด้วย 1.โครงการแกรนด์ เวลาน่า คราวน์ อู่ตะเภา-บ้านฉาง มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท ราคา 11-20 ล้านบาท เปิดขายเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำยอดขายเฟสแรกเกิน 70%

2.แกรนด์ เธร่า พรีม่า บูรพาพัฒน์-สุขุมวิท มูลค่า 200 ล้านบาท ดีไซน์บ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน บนที่ดิน 72 ตารางวา ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ราคาจับต้องได้ 5-8 ล้านบาท วางแผนเปิดขายในไตรมาส 3/68 3.โครงการใหม่ เวลาน่า บูรพาพัฒน์-สุขุมวิท มูลค่า 700 ล้านบาท บ้านเดี่ยวสไตล์ French Villa ราคา 6-9 ล้านบาท วางแผนเปิดตัวในไตรมาส 4/68

อีก 1 โครงการปักหมุดลงทุนในกรุงเทพฯ Estar และหมายมั่นปั้นมือให้เป็นโครงการเรือธง “แกรนด์ เวลาน่า คราวน์ กาญจนาภิเษกฯ-พุทธมณฑล สาย 1” มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท บ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่ ราคา 20-30 ล้านบาท โดดเด่นด้วยดีไซน์ Modern European Classic ภายใต้แนวคิด “The Aesthetics of Success” สะท้อนความเป็นมรดกแห่งความสำเร็จ ตอบโจทย์กำลังซื้อสูงที่มองหาความพิเศษและแตกต่าง วางแผนเปิดตัวไตรมาส 3/68 นี้

“ซัพพลายในตลาดบนทำเลนี้ยูนิตเหลือขาย 20-30 ล้านบาท เริ่มพร่องไปจากทำเล จุดขายที่ตั้งใจทำคือฟังก์ชั่นที่คู่แข่งขันมี Estar 1+ ผมบวกให้อีก 1 ฟังก์ชั่น เช่น คู่แข่งให้ 3 ที่จอดรถเราให้ 4 คัน คนอื่นมี 3 ห้องนอนเราเพิ่มเป็น 4 นอน ทีมงานดีไซน์มาจากทีมเดียวกับท็อป 3 ตลาดบ้านแพง ในขณะที่ทำเลเรากินขาดเพราะอยู่ริมถนน ไม่ได้อยู่ในซอย การจะเปลี่ยนใจลูกค้าพรีเมี่ยมต้องให้ในสิ่งที่ลูกค้าจับต้องได้ วัสดุก็ต้องเทียบเท่าหรือมากกว่า เมื่อวางบนบรรทัดเดียวกันเราคุ้มค่ากว่าแน่นอน”

เกมรุก Estar “โตด้วยโอเปอเรชั่น”

เรื่องใหม่ที่ให้น้ำหนักเป็นพิเศษยังรวมถึง Estar ต่อจิ๊กซอว์พอร์ตรายได้ นอกจากทำที่อยู่อาศัยเพื่อขายแล้ว ยังให้น้ำหนักการลงทุนสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น

โดยมีแผนพัฒนาโครงการที่อำเภอบ้านฉาง ได้แก่ 1.Seastar Serviced Apartment & Hotel มีบ้านเช่า 23 หลัง ห้องพัก 114 ยูนิต มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเกิน 70% อนาคตอันใกล้มีแผนขยายเพิ่มอีก 27 หลังในเฟสถัดไป 2.The Sphere Sport Club มี 2 สาขาที่เปิดให้บริการ รองรับสมาชิกองค์กร 50 บริษัท สมาชิกใช้งานประจำ 500 ราย ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 50 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ตลอด 5 ปีหน้า

3.One Stop Living Service บริการครบวงจรที่ครอบคลุมการดูแลบ้าน รีโนเวต ซ่อมแซม ทำสวน และแม้กระทั่งบริการแม่บ้าน เพื่อสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกบ้าน

“บ้านฉางไม่ใช่แค่ทำเลแห่งอนาคตในเชิงเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันก็มีศักยภาพด้านคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน ทั้งสนามกอล์ฟ สิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบ และธรรมชาติที่ร่มรื่น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ห่างไกลจากศูนย์กลางอุตสาหกรรมและสนามบิน”

สำหรับแผนธุรกิจ Estar ปี 2568 มั่นใจว่าจะทำยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้า 2,000 ล้านบาท โดยแผน 3 ปี (2569-2571) ต้องการไต่ระดับขึ้นไปถึงเป้าโอน 3,000 ล้านบาท คำนวณคร่าว ๆ ปี 2568 เป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท ปี 2569 เป้ารายได้ 2,200-2,400 ล้านบาท ปี 2570 เป้ารายได้ 2,500-2,700 ล้านบาท และปี 2571 เป้ารายได้ 3,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้หลักยังคงมาจากตลาดกรุงเทพฯ 70% ระยองอีก 30%

“เวลาทำธุรกิจต้องดู Life Cycle ประเทศไทยงวดนี้จีดีพีขาลงตลอดและต่อเนื่องเป็นสิบปีแล้ว แนวทางของ Estar เหมือนเราเป็นยักษ์หลับที่เพิ่งตื่น ดีอีเรโช (หนี้ต่อทุน) ไม่ถึง 1:1 ถึงแม้มีหลายแบงก์ยินดีให้เงินกู้ไปซื้อที่ดินมาลงทุน แต่เราดูจากโอเปอเรชั่นเป็นหลัก ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ตอนนี้เรายังไม่กู้เพิ่มขอดูผลตอบรับแต่ละโครงการ เราไม่มีปัญหาหุ้นกู้ ไม่มีปัญหาการจ่ายดอกเบี้ย”

บรรทัดสุดท้าย “ไพโรจน์” ประเมินสถานการณ์ดีเวลอปเปอร์อย่างตรงไปตรงมา ภาพรวมสำหรับองค์กรที่เติบโตจากหนี้อาจต้องเหนื่อยกว่าคนที่เติบโตจากโอเปอเรชั่น เพราะกำลังจะเจอปัญหากับดักจ่ายคืนหนี้หุ้นกู้ ซึ่งเป็นหนี้ระยะสั้น หากหมุนรอบไม่ดี-ไม่ทัน อาจถึงเวลาที่ต้อง End Game

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Estar ถอดประสบการณ์อสังหา โตจากหนี้=วิกฤต โตจากโอเปอเรชั่น=โอกาส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...