โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

น้ำมัน “WTI–เบรนท์” พุ่งกว่า 2% หลัง IEA ชี้สัญญาณตลาดตึงตัว-จับตาคว่ำบาตรรัสเซีย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (12 ก.ค. 68) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันศุกร์ (11 ก.ค.) หลังสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าตลาดน้ำมันโลกตึงตัวมากเกินคาด ขณะที่นักลงทุนจับตานโยบายภาษีของสหรัฐฯ และความเป็นไปได้ในการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 1.88 ดอลลาร์ หรือ 2.82% ปิดที่ 68.45 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 1.72 ดอลลาร์ หรือ 2.51% ปิดที่ 70.36 ดอลลาร์/บาร์เรล

ขณะที่ ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมัน WTI เพิ่มขึ้นประมาณ 2.2% และสัญญาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้น 3%

IEA ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกอาจตึงตัวมากกว่าคาด โดยอุปสงค์ได้รับแรงหนุนจากการเดินเครื่องกลั่นน้ำมันเต็มกำลังในช่วงฤดูร้อนเพื่อรองรับความต้องการเดินทางและการผลิตไฟฟ้า

ขณะที่ สัญญาน้ำมันเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. มีราคาซื้อขายสูงกว่าสัญญาส่งมอบเดือนต.ค. ประมาณ 1.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเผชิญภาวะตึงตัวในระยะสั้น

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดเริ่มตระหนักว่าอุปทานน้ำมันมีจำกัด ส่วนข้อมูลจาก บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ส (Baker Hughes) ระบุว่า ผู้ประกอบการพลังงานในสหรัฐฯ ปรับลดจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซเป็นสัปดาห์ที่ 11 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นการลดต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2563 ที่อุปสงค์น้ำมันลดลงจากการระบาดของโรคโควิด-19

แม้ตลาดตึงตัวในระยะสั้น แต่ IEA ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปทานน้ำมันในปีนี้ พร้อมกับลดคาดการณ์อุปสงค์ลงเล็กน้อย ซึ่งชี้ว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดในภาพรวม

ขณะที่ นักวิเคราะห์จากธนาคารคอมเมิร์ซแบงก์ (Commerzbank) ระบุว่า กลุ่มโอเปกพลัสสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็วและมากเพียงพอ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำมันล้นตลาด แต่ในระยะสั้น ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนอยู่

กลุ่มโอเปกพลัสประกอบด้วยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และพันธมิตร อาทิ รัสเซีย อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น คือ คำกล่าวของอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียที่ระบุว่า รัสเซียจะชดเชยปริมาณการผลิตที่เกินโควตาของโอเปกพลัสด้วยการปรับลดการผลิตในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.ปีนี้

นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบีย ยังมีแนวโน้มจะส่งออกน้ำมันดิบไปยังจีนประมาณ 51 ล้านบาร์เรลในเดือนส.ค. ซึ่งถือเป็นปริมาณมากที่สุดในรอบกว่า 2 ปี และบ่งชี้ว่าอุปสงค์ในระยะสั้นยังแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว โอเปกได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในช่วงปี 2569-2572 ลงในรายงานแนวโน้มน้ำมันโลกปี 2568 (World Oil Outlook) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี โดยให้เหตุผลว่าอุปสงค์จากจีนมีแนวโน้มชะลอตัว

กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ประเทศยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันภายใต้กรอบ โอเปกพลัสอย่างเคร่งครัด

ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี สัญญาน้ำมันทั้งสองชนิดร่วงลงมากกว่า 2% เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่านโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่า เขาจะออกแถลงการณ์สำคัญเกี่ยวกับรัสเซียในวันจันทร์ (14 ก.ค.) โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าในการยุติสงครามในยูเครน และรัสเซียยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนอย่างรุนแรง

คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเสนอแนวทางการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียแบบลอยตัวในสัปดาห์นี้ภายใต้ร่างมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ ขณะที่รัสเซียระบุว่า รัสเซียมีประสบการณ์ในการรับมือและลดผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...