เดินลุยน้ำย่ำโคลน ระวัง! ‘โรคเมลิออยด์’ เสียชีวิตแล้ว 72 ราย พร้อมแนะวิธีป้องกัน
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • The Bangkok Insightสธ.เตือน! เดินลุยน้ำย่ำโคลน ระวัง "โรคเมลิออยด์" สูดหายใจเอาฝุ่นที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไปก็ป่วยได้ ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 72 ราย พร้อมแนะวิธีป้องกัน
นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ยังคงมีฝนตกในบางพื้นที่ ทำให้มีน้ำท่วมขังหรือดินชื้นแฉะ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เกษตรกร หรือผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และโรคธาลัสซีเมีย จะมีความเสี่ยงป่วยโรคเมลิออยด์สูง
ลุยน้ำย่ำโคลนระวังโรคโรคเมลิออยด์ เสียชีวิตแล้ว 72 ราย
โดยเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุจะอยู่ในดินและในน้ำ จะเข้าสู่ร่างกายได้ทางเยื่อบุผิวหนังหรือบาดแผล การดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป รวมถึงการสูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป หลังติดเชื้อโดยเฉลี่ย 4-9 วัน จะมีอาการเจ็บป่วย เร็วสุดหนึ่งวันแต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภาวะภูมิคุ้มกันของแต่ละคน
อาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ อาจเป็นการติดเชื้อเฉพาะที่หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะก็ได้ ซึ่งมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นหลายโรค ส่วนใหญ่เริ่มจากมีไข้ มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หายใจหอบเหนื่อย เป็นต้น บางรายพบมีฝีที่ผิวหนัง ปอด ตับหรือม้าม
ในรายที่มีอาการรุนแรง มักมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก ต้องอาศัยการตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก เพื่อใช้ประกอบการตรวจวินิจฉัยและรักษา
สถานการณ์โรคเมลิออยด์ ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (Digital Disease Surveillance: DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-9 กรกฎาคม 2568 พบผู้ป่วย 1,676 ราย ผู้เสียชีวิต 72 ราย
กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูง 3 อันดับแรก คือ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป 693 ราย รองลองมาเป็นกลุ่มอายุ 50 - 59 ปี (449 ราย) และกลุ่มอายุ 40 - 49 ปี (247 ราย) ตามลำดับ พื้นที่ที่พบผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดห้าอันดับแรกคือ มุกดาหาร 15.82 ต่อประชากรแสนคน ยโสธร (11.10) บึงกาฬ (9.77) นครพนม (9.66) และ บุรีรัมย์ (8.64) ตามลำดับ
แนะวิธีป้องกัน
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วิธีการป้องกันโรคเมลิออยด์สามารถทำได้ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นขอให้สวมรองเท้าบู๊ต ถุงมือยาง กางเกงขายาวหรือชุดลุยน้ำ หลังสัมผัสดินและน้ำให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที
- หากมีบาดแผลที่ผิวหนัง ควรรีบทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อและหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะแห้งสนิท
- รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำในบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการสูดดมลมฝุ่นและการอยู่ท่ามกลางสายฝน
- หากมีอาการไข้สูงต่อเนื่อง 2 วัน ร่วมกับมีประวัติการสัมผัสดินและน้ำ ให้รีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ป่วยโรคเบาหวาน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เตือน! อาการแบบนี้? ระวัง ‘โรคผื่นกุหลาบ’ ติดเชื้อในขณะตั้งครรภ์ เสี่ยงแท้งได้
- จัดทำ 4 แนวทางจัดการตะกอนดินปนเปื้อนสารหนู จากการขุดลอกแม่น้ำกก
- เร่งตรวจสอบ! ชาวบ้านผวา ขุดตะกอนดินแม่น้ำกก รับมือน้ำท่วม หวั่นสารหนูกระจาย
ติดตามเราได้ที่