โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘โรม – เท้ง’ ลุยสระแก้ว เขย่ารัฐบาลปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่คืบ

ไทยโพสต์

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น.

'โรม-เท้ง' ลุยสระแก้ว ดูปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จี้รัฐบาลเร่งงานปราบคอลเซ็นเตอร์ แย้มมีข้อมูลทุนใหญ่หลังบ้านผู้มีอำนาจในกัมพูชา

6 ก.ค.2568 - นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อดูการแก้ไขปัญหาควานมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยจุดแรกมาที่บริเวณด้านหลังห้างสรรพสินค้าอรัญประเทศ โดยพันเอกเมธี คำเต็ม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา รายงานว่าจุดนี้เเป็นพื้นที่ที่การข่าวแจ้งว่าใช้เป็นช่องทางลักลอบข้ามไปฝั่งกัมพูชา เป้าหมายไปทำงานหรือเล่นการพนัน ปัจจุบันได้ซีลพื้นที่แล้ว แต่ยังมีการลักลอบเข้าออกตลอดซึ่งจับกุมได้ทุกวัน และจากร่องรอยจะพบว่า เพิ่งก่อประตูปิดช่องไป แต่ก็ยังพบมีช่องที่ใช้การขุดดินรอดข้ามไป ซึ่งทางทหารยอมรับว่า พื้นที่ตรงนี้อาจจะดูแลยาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ของเอกชน

นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ได้ถามถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ด้านพันเอกเมธี กล่าวว่าหลังมีมาตรการคุมเข้มชายแดน ได้มีการลดระดับการปล่อยสัญญาณ ทำให้การใช้สัญญาณโทรศัพท์ตามแนวชายแดนจะเปิดใช้ได้เฉพาะฝั่งไทย ส่วนฝั่งกัมพูชาจะไม่ได้รับสัญญาณ นอกจากมีการใช้ลวดหนามขึงตลอดแนวแล้ว ตั้งแต่พรมแดนบ้านคลองลึกถึงตำบลป่าไร่ จังหวัดสระแก้ว ก็จะมีจุดตรวจประจำ ส่วนการตรวจตราจะมีการลาดตระเวน และดูผ่านกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง

สำหรับระบบการป้องกันดูแลตามแนวชายแดน จะดูในทุกเรื่อง เช่น ปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ จะมีการประสานงานร่วมกับฝั่งกัมพูชา และหมู่บ้านมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งจะมีแหล่งข่าวแจ้งเตือนทางฝั่งไทยถึงความเคลื่อนไหวของกัมพูชา อีกทั้งยังมีการลาดตระเวนร่วมกันระหว่างทหารพรานของไทยกับทหารกัมพูชา และมีการตั้งจุดตรวจร่วม 3 ฝ่ายตามช่องทางคมนาคมที่จะแอบลักลอบไปฝั่งกัมพูชา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย

จากนั้น นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการ พร้อมผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการได้จัดทำรายงานในข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งระบบไปยังรัฐบาล เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ รวมถึงการค้ามนุษย์ที่มีความรุนแรงต้องยอมรับว่าประเทศพื้นบ้านอย่างกัมพูชาที่มีความรุนแรงมาก โดยก่อนหน้านี้เราเห็นความคืบหน้าไปบ้างมีการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ในฝั่งกัมพูชาความคืบหน้ายังไม่น่าพึงพอใจเท่าไร ซึ่งต้องการความคืบหน้ามากกว่านี้

นายรังสิมันต์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ต้องขอบคุณผู้บังคับการทหารพรานที่ 12 เพื่อให้เราเข้าใจถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของกัมพูชา อย่างไรก็ตามแม้ไทย-กัมพูชามีมีความขัดแย้งเกิดขึ้นตามแนวชายแดน และมีมาตรการหลายอย่างเกิดขึ้น รวมถึงมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่มีความพยายามในการข้ามไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวยังมีอยู่และเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการจับกุมอยู่เป็นระยะ และต้องยอมรับว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เติบโตมากในกัมพูชา และเท่าที่ได้มีการพูดคุย มูลนิธิอิลมานูเอล รู้ละติจูดลองติจูดทั่วประเทศกัมพูชา แล้วจึงสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มายกระดับปราบปรามได้

“เมื่อเรามองแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อย่ามองแค่เรื่องการโกงเงิน แต่หนึ่งในปัญหาที่มีความร้ายแรงคือการค้ามามนุษย์ ซึ่งทั่วโลกให้ความสำคัญ เราไม่ควรปล่อยให้มีเหตุการณ์ค้ามนุษย์แบบนี้ แน่นอนแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน กฎหมายไทยไม่ถึง แต่ผมเชื่อว่ากลไก กฎหมายระหว่างประเทศยังมีอยู่ ซึ่งจะต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งจะมีการพูดคุยในคณะกรรมาธิการ” นายรังสิมันต์ ระบุ

นายรังสิมันต์ ระบุว่า ในวันนี้นอกจากการลงพื้นที่ของพวกเราแล้ว ยังมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมลงพื้นที่ร่วมด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องขอขอบคุณทหารพราน ที่มาช่วยอำนวยความสะดวกในวันนี้ ตนเองเล็งเห็นความตั้งใจ แต่พื้นที่ชายแดนต้องการสนับสนุนจากทุกรูปแบบมากกว่านี้เพื่อแก้ไขปัญหา และคงไม่ใช่เรื่องที่สามารถแก้ปัญหาชั่วข้ามคืนได้

นายรังสิมันต์ ระบุว่า ส่วนเป้าหมายในการมาครั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะต้องนำรายละเอียดมาพูดคุยและสำรวจต่อไปว่านโยบายต่าง ๆ เรื่องของชายแดนเป็นอย่างไร และรัฐบาลนโยบาย Seal Stop Safe ตนเองคิดว่าไม่ได้ขัดแย้งกับคณะกรรมาธิการ แต่ต้องศึกษารายละเอียดในการดูตั้งแต่เรื่องของการตัดอินเทอร์เน็ต รวมถึงการตัดไฟให้กัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้กัมพูชาในการตัดของเองแล้ว หากวันข้างหน้ากัมพูชากลับเข้ามาต่อไฟฟ้าใหม่เราต้องมานั่งคุยกันว่าไฟของเราจะยังไหลไปฟังกัมพูชาหรือไม่

นายรังสิมันต์ ชี้ไปที่ตึกฝั่งตรงข้ามโดยอาคารที่บริเวณฝั่งกัมพูชา เป็นที่น่าสงสัยเกี่ยวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ ซึ่งต้องการไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งโดยภาพรวมเราสงสัยว่าอาจจะเป็นเมืองสแกมเมอร์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ โดยเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในประเทศเดียว ฝ่ายนโยบายต้องไปพูดคุย เพื่อชวนนานาชาติมาร่วมในการแก้ไขปัญหาเรื่อง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่เคยไปพูดคุยกับองค์กรตำรวจ ซึ่งเสียหายจากการโดนหลอกคาดว่าจะเยอะกว่าประเทศไทยด้วยซ้ำ

เมื่อถามถึงโครงการรั้วข้ามแดนกว่า 300 ล้านบาท ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้มีการเสนอนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ตนเองเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่สามารถเสนอ ซึ่งหากมีการเสนอเข้ามาเราสามารถพูดคุยกันได้อยู่แล้ว

“เมื่ออยากจะสร้างกำแพงชายแดน ในตอนนี้มีเทคโนโลยีเสาเซ็นเซอร์ มีเรด้าร์ตรวจจับได้หมด ไม่ว่าจะเป็นแมวสุนัขหรือนกสามารถระบุได้หมด ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องลงทุน และในประเทศไทย ประดิษฐ์ได้ สามารถเป็นการสร้างงานในประเทศได้ด้วยซ้ำไป ต้องไม่ลืมว่าจุดที่เราอยู่มีรั้ว แต่จุดที่มีรั้ว ก็มีการข้ามเข้าออก ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อยู่ ดังนั้นหากพิจารณาทำเป็นรั้วมันคงต้องไม่ใช่มีแค่รั้ว“ นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จะมีการพูดคุยถึงกลุ่มทุนที่เป็นเบื้องหลังของแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้นด้วย ซึ่งคาดว่าจะลงในรายละเอียดพรุ่งนี้ ตอนนี้ตนได้ชื่อเพิ่มมาอีก 1 ชื่อ ซึ่งเกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจในกัมพูชา วันนี้ถือเป็นการมาให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อถามว่าช่องธรรมชาติที่เห็นเป็นธรรมชาติโดยแท้จริงหรือจงใจให้เป็นช่องธรรมชาติ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เพื่อความแฟร์ ตนเข้าใจว่าการเข้าออกของทั้ง 2 ประเทศไม่ได้ยากอยู่แล้ว ถ้าความพยายามก็ข้ามได้ เรายอมรับว่าการขนคนภายใต้มาตรการที่เข้มข้น ต้องมีเครือข่ายและกระบวนการเราต้องดูว่าคนที่เกี่ยวข้องมีใครบ้าง ซึ่งตนได้รายชื่อมาบางส่วนแล้ว คงต้องมีการพูดคุยกับหน่วยงาน

ด้านนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ กล่าวช่วงหนึ่งว่า กำแพงรั้วที่เกิดขึ้นเป็นกำแพงที่สร้างขึ้นโดยเอกชนฝ่ายไทยเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ทางฝั่งไทยคอยตรวจตรา ในขณะที่ฝั่งกัมพูชาเป็นพื้นที่โล่ง ทำให้ไม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบอะไรเลย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...