โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ธปท. ออกกฎสแกนหน้า - ลายนิ้วเพิ่ม หากโอนเงินถี่ - ยอดเยอะ หวังสกัดมิจฉาชีพดูดเงินหมดบัญชี

BT Beartai

อัพเดต 13 ก.พ. 2566 เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2566 เวลา 05.22 น.
ธปท. ออกกฎสแกนหน้า - ลายนิ้วเพิ่ม หากโอนเงินถี่ - ยอดเยอะ หวังสกัดมิจฉาชีพดูดเงินหมดบัญชี

ปัจจุบัน มิจฉาชีพกำลังระบาดหนักในประเทศไทย ใช้สารพัดกลโกงและข้อความหลอกลวงเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อจนสูญเงินหมดบัญชีธนาคาร ไล่ตั้งแต่การส่งข้อความผ่าน SMS, การส่งลิงก์แปลกปลอมผ่านอีเมล เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันไลน์ รวมไปถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเรื่องนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีแนวทางกำกับดูแล โดยการสั่งให้สถาบันการเงินเร่งพัฒนา และหาทางป้องกันเรื่องนี้ให้รัดกุมมากขึ้น

ล่าสุด นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมเพิ่มมาตรการป้องกัน โดยจะให้สถาบันการเงินเพิ่มกระบวนการยืนยันตัวตนด้วยการเปรียบเทียบอัตลักษณ์ หรือ Biometric Comparison บนโมบายแบงก์กิ้ง เช่น การสแกนใบหน้า, การสแกนลายนิ้วมือ เมื่อการใช้งานของลูกค้าเข้าเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การโอนเงินเป็นจำนวนมาก, การโอนเงินความถี่สูง รวมถึงการปรับเพิ่มวงเงินต่อวัน โดยเงื่อนไขนั้นจะถูกกำหนดตามพฤติกรรม หรือระดับความเสี่ยงของลูกค้าของธนาคารด้วย

ทั้งนี้ มาตรการป้องกันดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปิดช่องโหว่ของโมบายแบงก์กิ้งหลายแห่ง ที่แม้ว่าจะมีการกำหนดวงเงินในการทำธุรกรรมแบบต่าง ๆ แล้ว แต่ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนวงเงินได้ง่าย ๆ ผ่านการใช้รหัส PIN สำหรับเข้าใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง และการใช้รหัส OTP ผ่านการส่งข้อความ SMS ซึ่งหากมิจฉาชีพสามารถหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปพลิเคชันสำเร็จ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้โดยง่าย

นอกจากนี้ ธปท. ยังสั่งการให้สถาบันการเงินเพิ่มช่องทางติดต่อเร่งด่วน (Hotlines) อย่างเพียงพอ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าสามารถแจ้งเหตุหลอกลวงได้โดยตรง

นางสาวสิริธิดา ยังเปิดเผยอีกว่า ธปท. และสถาบันการเงินยังอยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการทุจริต และบัญชีม้าระหว่างกัน โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้หลังจาก ร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลบังคับใช้

โดยร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าว กำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี และธุรกรรมของลูกค้าที่ต้องสงสัยได้ โดยไม่ขัดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...