กบน.เคาะลดราคา ”ดีเซล” หน้าปั๊มลิตรละ 1.50 บาท มีผลพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยถึงมติที่ประชุมล่าสุด ซึ่งเห็นชอบให้มีการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 และ B20 ลง 5.00 บาทต่อลิตร แม้ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะยังคงมีความผันผวนค่อนข้างสูงก็ตาม
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลก ณ วันที่ 23 เมษายน 2569 พบว่า ราคาน้ำมันดีเซลปิดที่ระดับประมาณ 171 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 131 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ปิดในระดับประมาณ 155 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ 124 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ
สำหรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่นี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดการปรับโครงสร้างราคาดังนี้
กลุ่มน้ำมันดีเซล: มีการปรับลดราคาขายปลีกโดยรวมลง 1.50 บาทต่อลิตร
น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา: กองทุนฯ ลดการชดเชยลง 0.09 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ระดับชดเชย 2.23 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับลดลง 1.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20: กองทุนฯ ลดการชดเชยลง 0.29 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ระดับชดเชย 8.68 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับลดลง 1.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 33.20 บาทต่อลิตร
กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์: ไม่มีการปรับเปลี่ยนราคาขายปลีก แต่กองทุนน้ำมันฯ ได้บริหารจัดการโดยการลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนและเพิ่มการชดเชยแทน ดังนี้
น้ำมันเบนซิน: ลดการจัดเก็บลง 0.63 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 9.79 บาทต่อลิตร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95: ลดการจัดเก็บลง 0.58 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 2.55 บาทต่อลิตร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91: ลดการจัดเก็บลง 0.58 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 2.55 บาทต่อลิตร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20: เพิ่มการชดเชย 0.51 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ระดับชดเชย 2.56 บาทต่อลิตร
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85: ลดการจัดเก็บลง 0.15 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 1.79 บาทต่อลิตร
จากมาตรการและการปรับโครงสร้างเงินกองทุนในครั้งนี้ เมื่อประเมินฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พบว่าสามารถลดภาระรายจ่ายในการชดเชยราคาน้ำมันลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ต้องจ่ายชดเชยสูงกว่าวันละ 1,200 ล้านบาท ปรับลดลงเหลือเพียงวันละ 107.41 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยนี้จะช่วยเสริมสร้างสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ เพิ่มมากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญเพื่อรองรับวิกฤตราคาพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ