โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KBANK มองกรอบบาทสัปดาห์หน้า 31.50-32.50 บ. จับตาประชุมเฟด-ศึกตะวันออกกลาง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค.) ไว้ที่ระดับ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มี.ค. 69) ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าลงไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงสั้นๆ ภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี เงินบาทได้พลิกกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ได้เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ประกาศยืนยันที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุแนว 32.00 บาท ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง (นับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 68) ที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงท้ายสัปดาห์

นอกจากนี้ ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเอเชีย ที่ส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ในฝั่งขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย ล้วนเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากดดันค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน ในทางกลับกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับปรับตัวแข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย (Safe Haven) ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้ภายในปีนี้

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์หน้า ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. ทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) และการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ประกอบด้วย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน มี.ค. ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือน ม.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังคงรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตลอดจนการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของกลุ่มยูโรโซน รวมถึงการประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR และเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ของประเทศจีน อาทิ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...