โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อัปเดตเหตุสลด! ชายวัย 48 ปี เสียชีวิตแล้ว หลังหมดสติในเทศกาลเปลือย ‘ไซไดจิ เอโย’ แพทย์ระบุสาเหตุสมองขาดออกซิเจน

conomi

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 00.00 น. • conomi.co

จากเหตุระทึกที่เกิดขึ้นในเทศกาลเปลือย ‘ไซไดจิ เอโย’ ณ วัดไซไดจิคันนอนอิน เมืองโอคายามะ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมงาน 6 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ในจำนวนนี้มี 3 รายที่อยู่ในอาการสาหัสไม่ได้สติ ได้แก่ ชายวัย 58 ปี และ 48 ปี จากเมืองโอคายามะ และชายวัย 42 ปี จากเมืองมิมาซากะ

ล่าสุด ตำรวจจังหวัดโอคายามะได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 9 มีนาคมว่า ชายพนักงานบริษัทวัย 48 ปี ชาวเขตฮิกาชิ เมืองโอคายามะ หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานที่มีอาการสาหัส ได้รับการยืนยันว่า ‘เสียชีวิตแล้ว’ โดยระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือ ภาวะสมองขาดออกซิเจน ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่าชายวัย 42 ปี จากเมืองมิมาซากะ ได้ฟื้นคืนสติแล้วตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แม้เทศกาลไซไดจิ เอโย จะเป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี และถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเป็นสัญญาณแห่งการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิในที่ราบลุ่มบิเซ็นทางตอนใต้ของจังหวัดโอคายามะ แต่ในอดีตเมื่อปี 2007 ก็เคยเกิดอุบัติเหตุสลดที่มีผู้เข้าร่วมเสียชีวิตจากการถูกฝูงชนล้มทับมาแล้วเช่นกัน

ทางด้านคณะกรรมการส่งเสริมเทศกาลไซไดจิ เอโย ได้ออกแถลงการณ์ในนามของนายมิโนรุ มิโนรุ ประธานคณะกรรมการในวันเดียวกันว่า “เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเทศกาลไซไดจิ เอโย ครั้งที่ 517 ในครั้งนี้ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตอันมีค่า” พร้อมทั้งเตรียมหารือและพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนและปฏิรูปมาตรการความปลอดภัยใหม่ทั้งหมดอย่างจริงจัง

สรุปเนื้อหาจาก : fnn

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...