โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ อนุทิน-เอกนิติ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

แนวหน้า

เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 17.00 น.

“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช.สอบ “อนุทิน-เอกนิติ” ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกต เงิน 2 แสนล้านที่ใช้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ไม่ถือว่าจำเป็นเร่งด่วน แต่กลับยัดไส้เข้ามาเอื้อกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณีรัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต ด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ… เมื่อ 5 พฤษภาคม 2569 อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้ ข้ออ้างและเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ใช้กล่าวอ้าง ว่าไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะซ้อนทับและรุนแรงนั้น เป็นข้ออ้างที่เกินไปกว่าความจริงมาก เศรษฐกิจของไทยไม่ได้เลวร้ายรุนแรงถึงขนาดนั้น หรือหากจะหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อให้มีน้ำหนักในการออก พ.ร.ก.กู้เงินก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพที่เลวร้ายจนเกินไปก็ได้ เพราะเงินกู้ที่จะนำไปเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านบาท ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือน งบรวม 1.72 แสนล้านบาท เป็นการแจกไปทั่วทั้งคนรวย คนจน โดยไม่แยกแยะให้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่า SME ใช่หรือไม่

ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ยังไม่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ถึงขนาดต้องออกเป็น พ.ร.ก. แต่กลับยัดไส้เข้ามาเพื่อเอื้อธุรกิจกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่ ถ้าไม่ทำตอนนี้จะเกิดผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจเชียวหรือ ทั้งๆที่สามารถนำไปใส่ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ก็ได้ แต่สอดไส้มาอยู่ในการกู้ด่วนมีวัตถุประ สงค์อื่นแอบแฝงแต่ไม่บอกประชาชนหรือไม่

ที่สำคัญการกู้เงินครั้งนี้จะส่งผลให้สถานะหนี้สาธารณะของประเทศถีบตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบัน ณ สิ้นเดือน ก.พ.69 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่กว่า 12 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.9% ต่อ GDP และหากมีการกู้เพิ่มอีก 400,000 ล้านบาท คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 68.14% ต่อ GDP เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2570 คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ที่ประมาณ 69.44% ซึ่งแม้จะยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP แต่ทว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดผลกระทบตามมา หากสงครามตะวันออกกลางที่คิดว่าจะจบ อาจจะไม่จบก็ได้ จะเอาแน่เอานอนอะไรกับทรัมป์ไม่ได้ เพราะถ้าทรัมป์ไปก่อสงครามใหม่กับคิวบา กับเกาหลีเหนือ ไทยก็ต้องกู้และขยายเพดานหนี้สาธารณะออกไปอีกแน่ๆ

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อเอาผิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และคณะรัฐมนตรีทุกคน ที่จงใจใช้อำนาจขัดต่อมาตรา 172 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่ และควรออกหนังสือเตือนไปยัง ครม.ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...