โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTB แนะจัดพอร์ตฝ่าความผันผวน ชู KTWC เก็บหุ้น AI-พลังงานทางเลือก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 07.41 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ทีมกลยุทธ์การลงทุนธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า Krungthai CIO วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 11-15 พ.ค. 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกกลับมาฟื้นตัวโดดเด่น นำโดยหุ้นกลุ่ม Semiconductor และชิปความจำ หลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้ง นักลงทุนมีความคาดหวังถึงการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นการเจรจาเพื่อยุติความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ล่าสุด ออกมาดีกว่าคาด แต่เริ่มสะท้อนการชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างยังไม่เร่งตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้งสหรัฐฯ และไทยปรับลดลง จากมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน และมีโอกาสเริ่มปรับลดดอกเบี้ยได้อย่างเร็วในช่วงปลายปีนี้

Krungthai CIO มองว่า แม้ตลาดหุ้นหลายแห่งจะปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดใหม่ แต่ Valuation ยังไม่ตึงตัวเกินไป เมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จึงแนะนำให้นักลงทุนบริหารพอร์ตผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ การลงทุนในพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ผ่านกองทุน KTWC เพื่อกระจายความเสี่ยง การทยอยสะสมหุ้นกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากเทรนด์ AI ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center พร้อมกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ต

สำหรับมุมมองด้านการลงทุน Krungthai CIO ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Technology, Semiconductor และ Healthcare รวมถึงธีมพลังงานทางเลือก (Renewables/Grid) และยังให้น้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นและจีน พร้อมแนะนำลงทุนใน REITs ไทย เพื่อรับโอกาสจากอัตราปันผลที่น่าสนใจ พร้อมถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่า เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามความคืบหน้าการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินจาก Kevin Warsh ว่าที่ประธาน FED คนใหม่ช่วงปลายสัปดาห์ และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...