โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ ภูฏานยอมรับเป็นประเทศอนุรักษนิยมมากเกินไป ล้มเหลวในทางเศรษฐกิจแต่สำเร็จในทางสังคม

BTimes

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 21.38 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 02.51 น. • BTimes.Biz

นายเชอริง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีเอ็นบีซี ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ด้านเศรษฐกิจชื่อดังระดับโลก กับคำถามที่ว่า คนวัยหนุ่มสาวในประเทศภูฏานตกงานพุ่งสูงถึง 30% และ 1 ใน 8 หรือ 12.5% ของประชาชนในประเทศภูฏานถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มยากจนข้นแค้น ใช่ หรือ ไม่ ที่ประเทศภูฏานมาถึงจุดของแนวคิดที่ว่ามุ่งแสวงหาความสุขแห่งชาติต้องเปลี่ยนแปลง?

นายกรัฐมนตรีภูฏานตอบว่า ใช่ และ ไม่ ที่ตอบว่า ใช่ เพราะต้องทำให้เศรษฐกิจประเทศเติบโต แต่หลักการของความสุขมวลรวมภายในประเทศ หรือ Gross National Happiness: GNH ของประเทศภูฏานจะไม่ถูกทอดทิ้ง ประเทศภูฏานไม่ต้องไปสนใจอะไรทั้งสิ้นหรือไม่? คำคอบ คือ ไม่ ภูฏานสามารถเติบโตได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

นายเชอริง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน กล่าวต่อไปว่า ภูฏานเตรียมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจด้วยการเน้นยั่งยืน ยุติธรรม และมีความสมดุลคู่กับความก้าวหน้าทางสังคม การปกป้องสิ่งแวดล้อม ปกป้องวัฒนธรรม และธรรมาภิบาลที่ดี ภูฏานประสบความสำเร็จมาแล้ว เกินกว่าที่ใครๆจะจินตนาการได้ แต่นายกรัฐมนตรีภูฏานกลับส่งสัญญาณว่า นโยบายดังกล่าวที่ใช้ในอดีตอาจให้ผลดีเพียงด้านเดียวมากเกินไป

ภูฐานมีความระมัดระวังมากสุดๆ เป็นประเทศหัวอนุรักษ์นิยมมากเกินไป เลยทำให้ประเทศล้าหลัง หากมองในด้านเดียว ภูฏานไม่ได้ล้มเหลวจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อถูกมองจากด้านความสำเร็จของความก้าวหน้าในสังคม แต่ประเทศภูฏานล้มเหลวในทางเศรษฐกิจ

ภูฏานยกการ์ดที่จะป้องกันการเปิดรับภาคการท่องเที่ยว ซึ่งไม่แตกต่างจากการระมัดระวังในด้านอื่นๆ ภูฏานจะเปิดประเทศรับผู้คนจากทั่วโลกยังไงตราบเท่าที่ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ ภูฏานอยู่กับความเป็นหัวอนุรักษ์นิยมมามาก มีความระมัดระวังมากๆ หากภูฏานเกิดผิดพลาดไป นั่นก็เป็นเพราะประเทศอยู่ในแนวคิดของความยั่งยืน และความอนุรักษนิยม ประเทศภูฏานกำลังจ่ายต้นทุนกับความระมัดระวังในรูปแบบนี้

เมื่อมองเข้าไปในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศภูฏาน จะพบว่าฟื้นตัวอย่างเชื่องช้ามากกว่าประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ในปี 2023 ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศภูฏานแค่ 1 ใน 3 หรือ 33% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2019 หรือช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์โรคโควิด-19

รัฐบาลประเทศภูฏานประกาศปรับเปลี่ยนค่าธรรมเนียมพัฒนาความยั่งยืนมา 3 ครั้ง เริ่มจากการเริ่มเปิดประเทศในเดือน ก.ย. 2022 ด้วยการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมสูงถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 7,400 บาทต่อผู้ใหญ่ 1 คนต่อวัน ถัดมาก็ปรับลดราคาลงอีก 2 ครั้ง ทำให้ค่าธรรมเนียมดังกล่าวลดเหลือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3,700 บาทต่อคนต่อวัน

นายเชอริง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน กล่าวว่า แม้การท่องเที่ยวแบบมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมาก จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองมาให้เศรษฐกิจ แต่ประเทศภูฏานยังคงไม่เลิกนโยบายการท่องเที่ยวแบบสร้างมูลค่าสูงแต่ปริมาณต่ำ หรือ High value, Low volume อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูฏานกำลังเติบโต เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสร้างงานให้คนหนุ่มสาวภูฏานที่มีความสามารถ

สำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดเผยว่า แรงงานวัยหนุ่มสาวภูฏานจำนวนมากกว่าหลายพันคน ได้ออกจากประเทศภูฏาน เพื่อไปแสวงหาโอกาสหางานทำในต่างประเทศ ในช่วง 11 เดือนมาก่อนถึงเดือน พ.ค. 2023 นั้น พบว่าประชากรชาวภูฏาน 1.5% ย้ายประเทศออกไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อหางานและเพิ่มทักษะต่างๆ ให้กับตัวเอง

นายกรัฐมนตรีภูฏาน กล่าวทิ้งท้ายว่า ลูกหลานของเรา จะยังคงอยู่ที่นี่ ส่วนชาวภูฏานที่ออกไปอยู่ต่างประเทศ ชาวภูฏานที่มีประสบการณ์อันล้ำค่า อาจจะกลับมาที่บ้านแห่งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...