โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

STECON โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 12 บาท รับงานประมูลรัฐพุ่ง ลุ้นแบ็กล็อกทะลุ 2 แสนล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 11.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON เข้าซื้อขายตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้แทน บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เป็นสัญลักษณ์การเริ่มยุคใหม่แม้ระยะสั้นสัดส่วนของธุรกิจในภาพรวมยังเป็นธุรกิจเดิม แต่โครงสร้างภายในที่เปลี่ยนไป จะรองรับการเติบโตโนระยาวในธุรกิจอื่นๆ ในธีม “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่รวดเร็ว-คล่องตัวขึ้น ประจวบเหมาะกับช่วงที่ไทยกำลังเข้าสู่ CAPEX Cycle รอบใหม่ นอกจากนี้ STECON ก็มีมูลค่าที่ซ่อนอยู่จากการลงทุนที่เปิด Upside มูลค่าไว้

โดยจากเดิมธุรกิจอื่นๆ อยู่ภายใต้ STEC ซึ่งมีโครงสร้างการจัดการแบบธุรกิจรับเหมา ทำให้การปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ อาจจะไม่ได้คล่องตัวมาก แต่เมื่อเป็น STECON ซึ่งธุรกิจรับเหมาฯ จะเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวม จะทำให้การบริหารงานและตัดสินใจในธุรกิจอื่นๆ ทำได้เป็นอิสระมากขึ้น ทิศทางที่ตลาดพอเห็นว่าอนาคตจะเน้นการลงทุน "โครงสร้างพื้นฐาน" ซึ่งสอดคล้องแนวทางการพัฒนาประเทศช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านโลจิสติกส์ (รถไฟฟ้า-สนามบิน) ด้านพลังงานสะอาด ด้านเทคโนโลยีใหม่ (Data Center ที่ร่วมทุนกับ Sitem และ MYTELEHAUS เตรียมปิดดีลลูกค้า) รวมถึงกำลังมองหาธุรกิจจัดการน้ำ

สำหรับการเก็งกำไรหุ้นระยะสั้นที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกับแนวโน้มผลประกอบการน้อยมาก (ต้อง Surprise แบบมีนัยฯ) เมื่อเทียบกับข่าวประมูล ซึ่งทางฝ่ายนักวิเคราะห์มองว่าปลายปีนี้-ต้นปีหน้า จะมี Highlights อยู่ 3 ส่วน คือ 1) ความคืบหน้า PPP ในกลุ่ม อย่างอู่ตะเภา (โครงการ 3 สนามบินฯ เริ่มขยับแล้ว),

2) งานโยธาฯ ที่มีศักยภาพทั้งกลุ่มของรัฐ (ถนน-ราง) และโอกาสในการรับงานต่อจาก PPP ของกลุ่มอื่น (ซึ่งเคยมีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว) และ 3) โรงไฟฟ้า Renewable จากพันธมิตร เช่น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF หลังมีการประมูล PPA ชุดใหม่ไปภาพรวมคาดหนุนงานในมือ (Backlog) ไปอยู่ที่ระดับ 1.5-2 แสนล้านบาท (จากเดิมอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท) รองรับรายได้ที่มั่นคงไปราว 3-5 ปี ในระหว่างสร้างธุรกิจใหม่

ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 68 อยู่ที่ 12 บาท โดยอิงค่า PBV 1 เท่า เป็นกรณีที่อนุรักษ์นิยมมากแล้ว เพราะยังไม่ได้ Adjust มูลค่า GULF ที่ขึ้นมาราว 60% จากเดือน มิ.ย.67 ซึ่งเป็นมูลค่าที่ซ่อนอยู่ใน STECON ที่ถือหุ้น GULF จำนวน 220 ล้านหุ้น หากบนราคาปัจจุบัน จะแปลงเป็นมูลค่าหุ้น STECON เทียบเท่า 9.4 บาท/หุ้น ซึ่งควรจะเป็นฐานใหม่ของหุ้น (และมีโอกาสรับปันผลเพิ่มราว 20-30% หลังรวมกับ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH)

นอกจากนี้ ยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ที่จะกลับมาสร้างกระแสเงินสดระยะยาวไม่ว่าจะการใช้มาตรการภาครัฐตั๋ว 20 บาทตลอดสาย หรือจนไปถึงการเวนคืนสัมปทาน (คาดการณ์ว่าหากมีการเจรจาอย่างน้อยๆ ผู้ประกอบการน่าจะยืนเริ่มต้นที่ต้นทุนที่ลงไป) และยังไม่รวม Upside จากธุรกิจที่กำลังก่อตัว ได้แก่ Data Center อู่ตะเกาและการร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และธุรกิจการจัดการน้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...