โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาราเต้ และ เทควันโด ต่างกันอย่างไร

conomi

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • conomi.co

ข่าวของนักกีฬาไทยคือเทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่เป็นคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัยติดต่อกันในกีฬาเทควันโด ทำให้กระแสตื่นตัวในกีฬาเทควันโดแพร่หลายไปทั่วสังคมไทย

ที่จริงแล้วเมืองไทยเคยรู้จักกีฬาอีกประเภทที่คล้ายกันคือ คาราเต้ ซึ่งตอนนี้หลายคนคงตั้งคำถามว่า คาราเต้ และ เทควันโด นั้นต่างกันอย่างไร มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ คอลัมน์นี้ผู้เขียนจะพาไปชมความเหมือนและความต่างของศิลปะการต่อสู้ทั้ง 2 ประเภท

คาราเต้

คาราเต้ และ เทควันโด ต่างกันอย่างไร-ผระวัติคาราเต้

ในความเข้าใจปัจจุบัน คาราเต้คือศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น แต่ที่จริงแล้วเดิมทีนั้นไม่ได้เป็นของญี่ปุ่นแต่อย่างใด แต่เป็นศิลปะการต่อสู้ของราชอาณาจักรริวกิว ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าวิชาคาราเต้เกิดที่ริวกิวเมื่อไร รู้แต่ราชอาณาจักรริวกิวมีอายุตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 15 และสิ้นสุดลงในปี ค. ศ. 1879 เพราะถูกญี่ปุ่นผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นและกลายเป็นจังหวัดโอกินาวา โดยคาราเต้ริวกิวมีกระบวนการวิวัฒนาการเป็นคาราเต้ในปัจจุบันอยู่หลายขั้นดังนี้

1) แต่เดิมริวกิวเรียกสิ่งนี้ว่า “ที (ティー)” หรือที่ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันออกเสียงเป็น “เทะ (手)”

2) ภายหลังรับวิทยายุทธจากจีนในราชวงศ์ถังเข้ามาผสม เลยเอาอักษร “ถัง (唐)” มาผสม อ่านออกเสียงแบบริวกิวว่า “ทูดี (トゥーディー)” หรือที่ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันออกเสียงเป็น “โทเดะ (唐手)”

3) ปี ค. ศ. 1922 มีนักคาราเต้ชาวโอกินาวาคนแรกคืออาจารย์ฟุนะโคะชิ กิชิน เดินทางไปเผยแพร่วิชาโทเดะที่ญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่อย่างเป็นทางการ ในช่วงเวลาไม่ไกลจากนั้นนัก สัมพันธภาพระหว่างญี่ปุ่นและจีนไม่ค่อยดีมาหลายทศวรรษ (สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 1 ในปี ค. ศ. 1894-1895 และครั้งที่ 2 ในปี ค. ศ. 1937-1945) จึงมีความพยายามกำจัดอักษร“ถัง (唐)” ทิ้งไปจากวิชาโทเดะ โดยให้อ่านอักษรโทเดะด้วยเสียงแบบญี่ปุ่นว่า คะระเทะ หรือ คาราเต้ นั่นเอง และมีความพยายามให้กำจัดอักษร คะระเทะ (唐手) ที่มีอักษรราชวงศ์ถังทิ้งไป และแปลงเป็นอักษร คะระเทะ (空手) ที่แปลว่ามือเปล่า ไปแทน

4) ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีความพยายามเอาศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นหลายแขนงมาทำให้เป็นกีฬา โดยการเติมอักษร “…โด (道)” ที่แปลว่า “วิถีแห่ง…” ลงไป จึงนำคาราเต้ มาเติมเป็น คาราเต้โด (空手道) ซึ่งในปัจจุบันจะเรียกแค่ “คาราเต้” หรือ “คาราเต้โด” ก็ได้ ถูกทั้งคู่

ปัจจุบันคาราเต้มีทั้งหมด 4 แนวทางคือ

คาราเต้ และ เทควันโด ต่างกันอย่างไร-แนวทางคาราเต้

1) Okinawan Karate

คือวิชาโทเดะที่วิวัฒนาการเป็นคาราเต้แบบโอกินาวา เน้นการต่อยและจับทุ่มมากกว่าการเตะ ที่แตกต่างจากของคาราเต้ญี่ปุ่น

2) Japanese Karate

คือวิชาโทเดะที่ถ่ายทอดไปสู่ญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ผ่านทางอาจารย์ฟุนะโคะชิ กิชิน และวิวัฒนาการเป็นคาราเต้แบบญี่ปุ่นในปัจจุบัน ซึ่งมีการเตะมากขึ้นกว่าของโอกินาวา คาราเต้ญี่ปุ่นบางสำนักยังมีท่าทุ่ม แต่บางสำนักก็ไม่มีท่าทุ่มอีกแล้ว

3) Korean Karate

คือวิชาโทเดะที่กองทัพญี่ปุ่นบังคับให้ชาวเกาหลีฝึกตอนที่ญี่ปุ่นบุกยึดเกาหลี วิวัฒนาการกลายเป็นวิชา ทังซุโด (당수도) ที่เป็นเสียงอ่านของอักษร คะระเทะโด (唐手道) เวอร์ชันที่ยังใช้อักษรราชวงศ์ถังอยู่ วิชาทังซุโดมีการเตะมากกว่าคาราเต้แบบโอกินาวาและแบบญี่ปุ่น

4) American Karate

คือคาราเต้ที่ชาวอเมริกันเรียนรู้และนำกลับไปพัฒนาต่อในกองทัพสหรัฐฯ ทำให้กลายเป็นคาราเต้สไตล์อเมริกันขึ้นมา เป็นการผสมหลายศาสตร์ของศิลปะป้องกันตัวเข้าด้วยกัน และเน้นไปที่การพัฒนาสมรรถภาพกล้ามเนื้อเพิ่ม

จะเห็นได้ว่าคาราเต้มีประวัติศาสตร์ประมาณ 500 ปี และมีความหลากหลายสูงมาก การจัดมาตรฐานสากลจึงยังเป็นที่ถกเถียงกัน เพิ่งได้เข้าบรรจุในกีฬาโอลิมปิกเพียงครั้งเดียวคือ Tokyo Olympic 2020 และจากนั้นก็ถูกถอดออก

รายละเอียดเกี่ยวกับคาราเต้สามารถอ่านเพิ่มได้ที่บทความต่อไปนี้

คาราเต้: ความเป็นมาก่อนจะกลายเป็น 1 ในกีฬาโอลิมปิก 2020

The Karate Kid และ Cobra Kai: พลังแห่งอารยธรรมญี่ปุ่นในอเมริกาและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในเรื่อง

‘ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น’ ยุทธศาสตร์หลอมรวมจิตใจหลังสงคราม

เทควันโด

คาราเต้ และ เทควันโด ต่างกันอย่างไร-ประวัติเทควันโด

มีการเรียกศิลปะชนิดนี้ว่า “เทควันโด” เป็นครั้งแรกในปี ค. ศ. 1959 โดยเสียงเกาหลียุคนั้นจริง ๆ จะอ่านออกเสียงว่า แทควอนโด (태권도) ดังนั้นถ้าจะมองประวัติศาสตร์ของเทควันโดแล้วจัดว่าใหม่กว่าคาราเต้อยู่มาก แต่หากมองให้ลึกลงไปจะพบว่ามีพื้นฐานศิลปะการต่อสู้โบราณของเกาหลีผสมอยู่ในวิชาเทควันโดเช่นกัน

โดยในเกาหลีโบราณมีศิลปะชนิดหนึ่งเรียกว่า “แท็กกยอน (택견)” ซึ่งเป็นทั้งศิลปะการต่อสู้และเป็นทั้งการละเล่น เพราะเป็นศิลปะการต่อสู้ประกอบทำนองเพลง มีทั้งการกระโดดสูง การฟุตเวิร์ค การตีลังกา มีการใช้ท่าที่รุนแรงและท่ากลางอากาศเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ แท็กกยอนเป็นศิลปะการต่อสู้ชนิดแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intangible Cultural Heritage) ขององค์การ UNESCO อีกด้วย

คาราเต้ และ เทควันโด ต่างกันอย่างไร-พัฒนาเทควันโด

วิวัฒนาการของเทควันโดนั้นไม่ได้ชัดเจนเท่าคาราเต้เนื่องจากมีช่วงที่เกาหลีถูกญี่ปุ่นยึดครองตั้งแต่ปี ค. ศ. 1910-1945 ที่ทำให้หลายสิ่งของเกาหลีขาดช่วงไปหมด (ดูบทความ “Gyeongseong Creature: เมื่อสัตว์ประหลาดที่แท้จริงคือจักรวรรดิญี่ปุ่นบนแผ่นดินโชซอน” ประกอบ) โดยผู้เขียนจะแบ่งตามที่ตัวเองเข้าใจดังนี้

1) เกาหลีโบราณเกิดวิชา “แท็กกยอน” ขึ้น – ในเอกสารฝั่งเกาหลีกล่าวว่าวิชานี้มีมาตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 5 แต่ฝั่งสากลเห็นว่าค้นพบหลักฐานประมาณศตวรรษที่ 17-18 (ไม่มีใครพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้)

2) เกาหลีถูกญี่ปุ่นยึดหลายครั้งตั้งแต่โบราณ จนกระทั่งครั้งที่หายนะที่สุดคือ ค. ศ. 1910-1945 ญี่ปุ่นกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอัตลักษณ์ของเกาหลีทิ้งไปหมด รวมทั้งห้ามชาวเกาหลีฝึกวิชาแท็กกยอน ทำให้วิชาแท็กกยอนแทบจะกลายเป็นวิชาสาบสูญ คงมีการแอบฝึกกันบ้างเล็กน้อยเท่านั้น

3) ค. ศ. 1910-1945 และหลังจากเกาหลีได้รับเอกราชกลับคืนมาจากญี่ปุ่นหลังค.ศ. 1945 มีชาวเกาหลีจำนวนมากทั้งถูกบังคับให้ฝึก และ เต็มใจฝึก วิชา “ทังซุโด (당수도)” ที่เป็นเสียงอ่านของอักษร คะระเทะโด (唐手道) ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นในส่วนเนื้อหาของคาราเต้

4) ผู้เขียนคาดเดาตามสถานการณ์เองว่า เกาหลีช่วงฟื้นฟูประเทศ น่าจะต้องการทุกสรรพสิ่งที่เป็นศูนย์รวมใจของคนในชาติ เมื่อฝึกทังซุโดของญี่ปุ่นมามาก ไม่น่าจะเป็นที่น่าพอใจในเชิงอัตลักษณ์ จึงนำวิชาทังซุโดมาผสมกับศิลปะการต่อสู้ของจีนหลายสำนัก และผสมกับศิลปะการต่อสู้ของตะวันตก รวมทั้งเอาหลักการเตะและกระโดดจากวิชาโบราณของตัวเองคือ แท็กกยอน และวิวัฒนาการไปสู่วิชาใหม่คือเทควันโด ที่เกิดในปี ค. ศ. 1959

เทควันโดจัดว่าใหม่กว่าคาราเต้มาก แต่น่าจะมีการจัดมาตรฐานสากลและระบบการจัดการที่ชัดเจนกว่าคาราเต้ (คาราเต้ แค่เรียนข้ามสำนักกัน ก็สอบเทียบสายไม่ได้ โดนบังคับให้กลับไปเริ่มสายขาวใหม่หมด ทุกครั้งที่ย้ายสำนัก) เทควันโดจึงได้รับการบรรจุในกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่ ปี 2000 คือเร็วกว่าคาราเต้ได้บรรจุในโอลิมปิกถึง 20 ปีเต็ม ๆ

สรุป

1. คาราเต้ มีความหลากหลายสูงมาก มีสำนักที่ไม่เน้นเตะ สำนักที่เน้นเตะ ผสมอเมริกัน ผสมจีน ผสมเกาหลี แต่ขาดมาตรฐานกลางที่เป็นสากล บรรจุโอลิมปิกครั้งเดียวก็โดนถอดออก

2. เทควันโด มีความหลากหลายน้อยกว่าคาราเต้ มีมาตรฐานสากลที่ชัดเจนกว่า มีความยืดหยุ่นในการสอบสายข้ามสำนักมากกว่าคาราเต้ มีแนวทางวิชาที่ชัดเจนกว่าคาราเต้คือเน้นเตะ เน้นการฟุตเวิร์ค การตีลังกา การใช้ท่ากลางอากาศ ในขณะที่คาราเต้แต่ละสำนักจะเป็นคนละสไตล์กันโดยสิ้นเชิง

3. ไม่มีศิลปะการต่อสู้แบบใดเหนือกว่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ฝึกว่าเข้าถึงศาสตร์ไหนอย่างแตกฉานมากกว่ากัน

เกี่ยวกับผู้เขียน

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ปัจจุบันมีธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Conomi แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม

ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่

Facebook : รวมผลงานของวีรยุทธ – Weerayuth’s Ideas

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...