อีกหนึ่งฝันร้ายของผู้หญิงเกาหลีใต้ ‘Humiliation Room’ ในเทเลแกรม
คดี Nth Room เมื่อปี 2018-2020 เป็นฝันร้ายของผู้หญิงจำนวนมากในเกาหลีใต้ เพราะไม่ว่าใครก็อาจกลายเป็นเหยื่อหรือกระทั่งถูกบังคับให้เป็นทาสเซ็กซ์ในห้องแชตสุดวิปริตนี้ได้ อีกทั้งผู้ชายที่บางคนรู้จักและไว้ใจ อาจกลายเป็นอาชญากรที่สิงสู่ในห้องแชตเหล่านี้ได้ทุกเมื่อ
Cho Ju Bin เป็นหนึ่งในผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังคดี "Nth Room"
มาจนถึงปีนี้ ฝันร้ายเหล่านั้นก็ยังคงไม่จบลง เมื่อปัจจุบันก็ยังมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเกาหลีใต้จำนวนมากที่ยังคงก่ออาชญากรรมทางเพศเหล่านี้ อย่างกรณีล่าสุดที่ถูกเปิดเผยคือห้องแชตในแอปพลิเคชันเทเลแกรม ที่มีสมาชิกกว่า 220,000 แอคเคานต์ คอยแชร์ภาพแอบถ่ายของผู้หญิงใกล้ตัว คลิปโป๊ จนถึงหนังโป๊ดีปเฟค ให้กับคนแปลกหน้าเพียงเพื่อความบันเทิงทางเพศของพวกเขาเท่านั้นชิกห้องแชตนี้ยังพ่นบทสนทนาที่เต็มไปด้วยการใช้ผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ ไม่ว่าจะเป็น “คนนี้โคตรน่าข่มขืน” “นี่รูปน้องฉันตอนหลับ” “ฉันอยาก*น้องสาวแบบสดๆ หลังจากที่เธอมีแฟนว่ะ” หรือ “ฉันอยากลอง*แม่ฉันว่ะ แต่ทำไม่ได้แล้วเพราะแม่ดันจับได้ว่าฉันซ่อนกล้อง” หรือ “ถ้าใครอยากช่วยตัวเองกับวิดิโอพี่สาวฉันพร้อมกับกางเกงในของเธอด้วย เเมสเสจมานะ” ฯลฯ
เคสนี้ถูกเรียกว่า ‘ห้องแห่งความอัปยศ’ (Humiliation Room) โดยจากการตรวจสอบของตำรวจ พบว่าคนที่ถูกแอบถ่าย ส่วนใหญ่จะเป็นคนใกล้ตัวของผู้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในโรงเรียน เพื่อนร่วมงาน หรือกระทั่งเป็นญาติใกล้ชิด ทั้งพี่สาว น้องสาว ลูกพี่ลูกน้อง หรือกระทั่งแม่ และลูกสาว ขณะที่ภาพใบหน้าที่ถูกใช้ในหนังโป๊ดีปเฟคก็มีทั้งผู้หญิงทั่วไปและผู้หญิงที่เป็นคนดัง ไม่เพียงเท่านั้นยังพบว่า กว่า 6 ใน 10 ของเหยื่อก็ยังเป็นผู้เยาว์อีกด้วย
แม้จะมีการเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจขึ้นมาจนเกิดการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงเกาหลีใต้ในวงกว้างอีกครั้ง แต่ความยากของเคสทำนองนี้คือการตรวจจับตัวผู้กระทำ เนื่องจากแอปพลิเคชันเทเลแกรมถูกออกแบบมาให้ป้องกันการระบุตัวตนผู้ใช้ ซึ่งทางการจึงต้องเวลายาวนานเพราะเต็มไปด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อน
ก่อนหน้านี้ เทเลแกรมเริ่มเป็นที่รู้จักหลังจากถูกใช้ในกลุ่มผู้ประท้วงที่พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐ แต่เมื่อมาอยู่ในมือชาวเน็ตเกาหลีมันกลับถูกใช้ในการส่งต่อเนื้อหาอนาจารแทน และแม้จะไม่ได้ตั้งใจให้ตัวแอปพลิเคชันเป็นพื้นที่ของอาชญากรรมทางเพศ แต่สิ่งนี้ก็ได้เกิดขึ้นในทั่วโลก ล่าสุดนี้ Pavel Durov ผู้ก่อตั้งเทเลแกรมชาวรัสเซียก็เพิ่งถูกจับกุมโดยทางการฝรั่งเศส โทษฐานการเป็นพื้นที่สำหรับเนื้อหาอนาจารเด็ก การซื้อขายยาเสพติด และการฉ้อโกง ซึ่งทางการเกาหลีใต้เองก็มีแผนที่จะตั้งข้อหากับทางเทเลแกรมเช่นกัน
แต่อย่างไรก็ตาม เทเลแกรมอาจเป็นแหล่งใหญ่ของอาชญากรรมทางเพศ ณ เวลานี้ แต่แม้แอปพลิเคชันนี้จะหายไป ก็ไม่ได้หมายความว่าอาชญากรจะหยุดการกระทำของพวกเขาลง ตราบใดที่แนวคิดการมองผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศยังฝังแน่นอยู่ในใจพวกเขา และโจทย์สำคัญสำหรับรัฐบาลก็อาจไม่ใช่แค่การ ‘ปิดพื้นที่’ แต่คือการปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในชาติตัวเองต่างหาก
อ้างอิง
https://www.bbc.com/news/articles/cg4yerrg451o
https://www.upi.com/Top_News/World-News/2024/08/30/South-Korea-deepfake-sex-crime-digital-pornography-scandal/4571725004448/
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/south-korea-police-launch-probe-into-telegram-over-online-sex-crimes-yonhap-2024-09-02/
https://www.youtube.com/watch?v=WDRR299LobQ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- อีกหนึ่งฝันร้ายของผู้หญิงเกาหลีใต้ ‘Humiliation Room’ ในเทเลแกรม
- ผู้ท้าชิงเก้าอี้ ปธน. สหรัฐฯ ที่ตั้งใจผลักดันสิทธิสตรี ความหวังของการทวงคืน ‘สิทธิในการทำแท้ง’ ให้กลับมาอีกครั้ง
- TAEIL อดีตสมาชิกวง NCT จากพี่ใหญ่สุดอบอุ่น สู่ผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเพศ อีกหนึ่งเคสที่ช่วยยืนยันว่า ฉากหน้าที่เห็น ไม่ได้จริง 100%
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com