โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมติ ครม. เคาะแผนแม่บทโครงการ SEA พัฒนาพื้นที่สงขลา-ปัตตานี

แนวหน้า

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบเรื่อง การจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้เสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. รับทราบการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environment Assessment : SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี (แผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ) ตามที่ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 รวมระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี 8 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2565 -28 สิงหาคม 2568)

2. มอบหมายจังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานีต่อไป

สาระสำคัญของเรื่อง

1. ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ดังนี้

1.1 คณะรัฐมนตรีมีมติ (4 ตุลาคม 2559 และ 7 พฤษภาคม 2562) อนุมัติในหลักการโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน โดยนำร่องในพื้นที่ (1) อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (2) อำเภอสุไหงโก - ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนระหว่างประเทศ (3) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งต่อมาได้ขยายผลไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตเพื่อยกระดับการพัฒนาเชิงพื้นที่ทั้งระบบและครบวงจร ซึ่งต่อมาชาวบ้านเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเรียกร้องให้หยุดโครงการ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ และให้จัดทำ SEA ก่อนเดินหน้าโครงการดังกล่าว โดยมีข้อเสนอให้สร้างการพัฒนาอำเภอจะนะที่ยั่งยืนด้วยกระบวนการจัดทำ SEA เพื่อแสวงหารูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่หลากหลาย เป็นธรรม กระจายรายได้ และสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม

1.2 ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (14 ธันวาคม 2564) มอบหมาย ให้ สศช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดให้มีการจัดทำ SEA และแผนแม่บทต่างๆ โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ และให้หน่วยงานของรัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรอผลการประเมิน SEA ให้เป็นที่ยุติก่อนดำเนินการต่อไป

2. ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติข้างต้น สศช. ได้ดำเนินการจัดประชุมกลุ่มย่อย (กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2565) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องจำนวน 4 ครั้ง โดยหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เพื่อให้ได้ร่างข้อสรุปความต้องการของคนในพื้นที่เบื้องต้น และเมื่อวันที่ 27 - 29 สิงหาคม 2565 สศช. ได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงในพื้นที่และประเมินผลกระทบเบื้องต้นและได้ข้อสรุปว่า ควรทำกระบวนการ SEA เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของ 2 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี เนื่องจากทั้ง 2 จังหวัดมีลักษณะทางกายภาพที่สอดคล้องกัน

3. ต่อมา สศช. ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดำเนินโครงการการจัดทำ SEA สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ วงเงิน 27.95 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2565 - 28 สิงหาคม 2568 โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการ เช่น การตรวจสอบพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการพัฒนา การจัดทำแผนการติดตามและประเมินผลของการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ การจัดเวทีเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนการพัฒนาและการประเมินทางเลือก

4. การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ด้วยกระบวนการ SEA มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ การยอมรับร่วมกัน และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งการดำเนินงานจะใช้รูปแบบการวางแผนแบบบูรณาการ ประกอบด้วย 3 กระบวนการสำคัญ ได้แก่

4.1 กระบวนการ SEA ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ซึ่งมีผลการดำเนินการสรุปได้ ดังนี้

ขั้นตอน SEA

ผลการดำเนินการ

(1) การกำหนดขอบเขต

(เพื่อกำหนดรูปแบบและขอบเขต

ของการจัดทำ SEA)

- ขอบเขตเชิงพื้นที่ : 2 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี

- ขอบเขตเชิงเวลา : ระยะเวลาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ

5 ปี ระหว่างปี 2571 - 2575

- การกำหนดกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย : จำนวน 10 กลุ่ม ได้แก่

(1) ประชาชนและชุมชน (2) ภาคประชาสังคม (3) หน่วยงานภาคเอกชนและผู้ประกอบการ (4) หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่
(5) อปท. (6) ปกครองท้องที่ (7) สถาบันการศึกษา (8) สื่อ (9) ผู้นำศาสนาและผู้นำทางจิตวิญญาณ และ (10) หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง

- แผนการสื่อสารและการมีส่วนร่วม : การกำหนดรูปแบบและวิธีการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมตลอดทั้งกระบวนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ด้วย SEA ในรูปแบบการประชุมกลุ่มย่อย จำนวน 8 ครั้ง

- เป้าหมายการพัฒนา : ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน บนฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

(2) การพัฒนาทางเลือก

(เพื่อระบุความเป็นไปได้ของกิจกรรมที่สามารถบรรลุ

เป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดไว้)

- ทางเลือกที่ 1 : การพัฒนาตามสภาพปกติ เป็นการพัฒนาจังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานีตามแผนงานเดิมที่หน่วยงานของรัฐวางไว้เน้นการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรมูลค่าสูง และการค้าชายแดน

- ทางเลือกที่ 2 : การพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางเกษตรครบวงจร มุ่งเน้นการพัฒนาจังหวัดสงขลาและปัตตานีเป็นศูนย์กลางการเกษตรครบวงจร โดยยกระดับภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง

- ทางเลือกที่ 3 : การพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวการศึกษา และบริการสุขภาพมูลค่าสูง เป็นการพัฒนาพื้นที่ โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเป็นเมืองไมซ์

- ทางเลือกที่ 4 : การพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การค้าชายแดนและการเป็นเมืองอัจฉริยะ

- ทางเลือกที่ 5 : การพัฒนาพื้นที่บนฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม มุ่งพัฒนาพื้นที่โดยเน้นการเกษตร ยั่งยืน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และการจัดการภัยพิบัติอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ

(3) การประเมินทางเลือก

(เป็นการวิเคราะห์กิจกรรม

การพัฒนาเชิงพื้นที่ของทางเลือก

ข้างต้นเพื่อประเมินทางเลือก

ร่วมกับผลการมีส่วนร่วม

ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

- การประเมินทางเลือกเบื้องต้น เพื่อคัดเลือกทางเลือกแกนหลักและนำไปปรับแต่งทางเลือกร่วมกับทางเลือกรองเพื่อให้ได้ทางเลือก ที่เหมาะสม โดยมีผลการประเมิน ได้แก่ ทางเลือกแกนหลักเป็นทางเลือกที่ 5 (การพัฒนาพื้นที่บนฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม) ส่วนทางเลือกอื่นเป็นทางเลือกรอง

- ทางเลือกที่เหมาะสม : 29 กิจกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่ใน 8 ด้านได้แก่ การเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการ การค้าและคมนาคมขนส่ง

- การคาดการณ์และประเมินผลกระทบสะสม : (1) ด้านเศรษฐกิจสะท้อนว่า การพัฒนาเชิงพื้นที่สามารถสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและยกระดับฐานรายได้ของประชาชนในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ (2) ด้านสังคม มีแนวโน้มก่อให้เกิดผลกระทบสะสมเชิงบวกต่อรายได้ครัวเรือน ความเป็นอยู่ของประชาชน และความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคมในพื้นที่ และ (3) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ่งชี้ถึงข้อจำกัดของความสามารถในการรองรับของทรัพยากรและระบบนิเวศ หากการพัฒนาไม่มีมาตรการกำกับที่เหมาะสม

(4) การกำหนดมาตรการ

เพื่อความยั่งยืน

นำผลการประเมินผลกระทบสะสมมากำหนดมาตรการเพื่อความยั่งยืน รวม 92 มาตรการ 5 ประเภท ดังนี้

ประเภทมาตรการ

จำนวนมาตรการ

สาระสำคัญ

สนับสนุน/ ส่งเสริมผลกระทบ

50

เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่

หลีกเลี่ยง/ ป้องกันผลกระทบ

25

จัดการความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

ตั้งแต่ระยะวางแผน

ลดผลกระทบ

8

บรรเทาผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แก้ไขผลกระทบ

8

ฟื้นฟูพื้นที่ ทรัพยากร และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบ

ทดแทน/ชดเชย

ผลกระทบ

1

ทางเลือกสุดท้าย เช่น การปลูกป่า

ทดแทน ในอัตราสูงกว่า 1:1

(5) การจัดทำแผนติดตาม

และประเมินผล SEA

(เพื่อตรวจสอบผลกระทบสะสม ที่เกิดขึ้นจริงและประสิทธิภาพ

ของมาตรการเพื่อความยั่งยืน

ภายหลังการนำไปปฏิบัติ)

- ด้านเศรษฐกิจ : 3 ตัวชี้วัด เช่น อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน (ผู้รับผิดชอบ : สศช. และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด)

- ด้านสังคม : 3 ตัวชี้วัด เน้นผลกระทบต่อคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม (ผู้รับผิดชอบ : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด)

- ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : 10 ตัวชี้วัด เช่น พื้นที่ป่า ป่าชายเลน พื้นที่กัดเซาะชายฝั่ง ดัชนีคุณภาพอากาศ ดัชนีคุณภาพน้ำผิวดิน สัดส่วนขยะที่จัดการอย่างถูกต้อง (ผู้รับผิดชอบ : สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 และหน่วยงานด้านป่าไม้/ทรัพยากรทางทะเล)

(6) การจัดทำรายงาน SEA

การรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนและผลการดำเนินงานต่าง ๆ ในกระบวนการ SEA พร้อมผลการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียมาจัดทำเป็นรายงานเพื่อเผยแพร่ให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถตรวจสอบผลการจัดทำที่ผ่านมาได้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงานตลอดกระบวนการ

4.2 กระบวนการมีส่วนร่วม : ดำเนินการใน 2 ลักษณะ (1) เป็นทางการ: โดยการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นรวม 8 ครั้ง 45 เวที มีผู้เข้าร่วม 3,931 คน ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง 10 กลุ่ม และ (2) ไม่เป็นทางการ : โดยการหารือกลุ่มย่อยรวม 19 ครั้ง 36 เวที มีผู้เข้าร่วม 1,323 คน เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมขั้นตอนการดำเนินกระบวนการ SEA ก่อนเข้าประชุมรับฟังความคิดเห็นในเวทีที่เป็นทางการ

4.3 กระบวนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ : ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การสร้างความรับรู้และข้อตกลงร่วมกัน (2) การทบทวนแผนและข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง (3) การกำหนดเป้าหมายการพัฒนาและแนวทางการพัฒนา (4) การจัดทำแผนติดตามและประเมินผล และ (5) การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ซึ่งดำเนินการด้วยกระบวนการ SEA ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา ทิศทางการพัฒนาและศักยภาพการพัฒนาของพื้นที่อย่างแท้จริงจากแต่ละฝ่าย เพื่อนำมาพัฒนาทางเลือกและประเมินทางเลือกร่วมกันจนได้ทางเลือกที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายและทางเลือกดังกล่าวจะนำไปสู่แนวทางการพัฒนาและแผนงานสำคัญ รวมถึงพื้นที่เป้าหมาย ที่ปรากฏในแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ

4.4 แผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

หัวข้อ

สาระสำคัญ

เป้าหมายการพัฒนา

การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนบนฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นหัวรถจักรทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์และจังหวัดปัตตานีเป็นฐานทรัพยากรอาหารฮาลาล ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานทรัพยากรที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

เป้าหมายการพัฒนาย่อย

(1) การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อยกระดับพื้นที่สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้
(2) การยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นธรรมทางสังคมและสันติสุข (3) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน

พื้นที่

ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี

ระยะเวลา

5 ปี (ระหว่างปี 2571 - 2575)

ตัวอย่างตัวชี้วัด

(1) อัตราการเติบโตของ GPP ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม อัตราการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยว และสัดส่วนกำลังติดตั้งไฟฟ้าทดแทนต่อการใช้พลังงานไฟฟ้ารวม

(2) ร้อยละของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายต่อประชากร อายุ 15 -17 ปี และอันดับความเป็นเมืองน่าอยู่ตามค่าดัชนีความก้าวหน้าของคน

(3) ปริมาณการจับสัตว์ต่อหน่วยการลงแรงประมง และสัดส่วนปริมาณขยะที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง

แนวทางการพัฒนา

(1) การเกษตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาปศุสัตว์และสัตว์น้ำให้มีมาตรฐานและมูลค่าสูง

(2) อุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการแปรรูปสินค้าเกษตรหลัก

(3) การท่องเที่ยวและบริการ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการท่องเที่ยว อาทิ ถนน ท่าเรือ และการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรวมถึงเมืองเก่าสู่มรดกโลก

(4) การค้าและการคมนาคมขนส่ง โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมทุกรูปแบบ (ถนน รถไฟทางคู่)

(5) การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศสำคัญทั้งทางบกและทางน้ำ
(6) การลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยจัดการ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วม/น้ำแล้ง

(7) การจัดการขยะและมลพิษสิ่งแวดล้อม โดยการจัดการขยะอย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนตามศักยภาพ

ตัวอย่างแผนงานสำคัญ

- แผนงานด้านการยกระดับภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง (ผลิตภัณฑ์ยางพารา)

- แผนงานด้านการพัฒนาสินค้าและบริการของ จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานีให้มีมาตรฐานฮาลาล (การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมาตรฐานฮาลาล)

- แผนงานด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน (เมืองอัจฉริยะเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ)

- แผนงานด้านทรัพยากรมนุษย์ (การพัฒนาโรงเรียนปอเนาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้)

- แผนงานโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร (ขยายโครงข่ายดิจิทัลและแพลตฟอร์มโลจิสติกส์อัจฉริยะ)

การขับเคลื่อนแผนแม่บท

การพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ สู่การปฏิบัติ

ดำเนินการผ่านคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) รวมทั้งคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการในการกำกับ ประสาน และบูรณาการแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ เข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด/แผนกลุ่มจังหวัดแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และแผนของ อปท. เพื่อเสนอ ก.น.บ. พิจารณา

5 สศช. แจ้งว่า การจัดทำ SEA สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ จะสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสามารถใช้แผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ เป็นกรอบและทิศทางให้กับแผนพัฒนาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ คำนึงถึงความสมดุลของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...