ตลท. ชี้กำไร “บจ.” ฟื้นรอบ 3 ปี จับตา “ฟันด์โฟลว์” ไหลเข้าต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ค.69) นายอัสสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แม้นักวิเคราะห์จะปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี แต่ทิศทางตลาดทุนไทยในระยะต่อไปยังต้องติดตามปัจจัยต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน และสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลก
ทั้งนี้ หากพิจารณาปัจจัยภายในประเทศ มองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ หากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลอย่างรวดเร็ว จะเป็นแรงสนับสนุนให้ตลาดทุนไทยยังคงมีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางเงินทุนต่างชาตินั้น การเคลื่อนย้ายเงินทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์การลงทุนทั่วโลกด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยได้รับอานิสงส์บางส่วนจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการที่นักลงทุนบางส่วนมองว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศมีมูลค่าค่อนข้างสูง จึงมีการหมุนเงินลงทุนมายังตลาดที่มีระดับมูลค่าน่าสนใจกว่า เช่น ตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตประเทศอื่นมีปัจจัยบวกหรือโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจกว่า ก็อาจทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายไปยังตลาดเหล่านั้นได้เช่นกัน
นายอัสสเดช ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทว่า หากโครงการสามารถเดินหน้าต่อได้ เงินลงทุนดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ ก็ต้องติดตามว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการหรือแหล่งเงินทุนใดมาทดแทน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป
ส่วนแนวคิดการนำ Thailand Future Fund กลับมาใช้อีกครั้งนั้น สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้หารือเรื่องดังกล่าวกับรองนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ปัจจุบันยังเป็นเพียงหนึ่งในหลายทางเลือกที่กระทรวงการคลังกำลังศึกษา และยังไม่มีข้อสรุปว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด
ทั้งนี้ ตลาดทุนพร้อมสนับสนุนรัฐบาล หากมีความประสงค์จะใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางระดมทุนสำหรับโครงการลงทุนของภาครัฐ โดยยังต้องพิจารณาความเหมาะสมของสินทรัพย์ที่จะนำมาใช้ รวมถึงความสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน
นอกจากนี้ ตลท. เตรียมเปิดใช้ดัชนี FTSE4Good Thailand Index โดยจะประกาศผลการจัดอันดับในช่วงปลายปี 2569 และเริ่มใช้อ้างอิงตั้งแต่ต้นปี 2570 คาดว่าจะมีบริษัทจดทะเบียนผ่านเกณฑ์หลายร้อยแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ด้าน ESG อยู่แล้ว
“การจัดทำดัชนีดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานการประเมินบริษัทจดทะเบียนไทยให้สามารถเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันในระดับสากล และเพิ่มโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันต่างประเทศที่ใช้เกณฑ์ด้าน ESG เป็นเงื่อนไขสำคัญในการลงทุน” นายอัสสเดช กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ตลท. เผย SET มิ.ย. 69 ฟื้นแรง 26.3% ต่างชาติซื้อสุทธิ 6.9 พันล้านบาท