โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'M Flow'กับปัญหา‘ค่าปรับโหด 10 เท่า’ แนะเปลี่ยนเกณฑ์แบบ'ขั้นบันได'เพื่อความเป็นธรรม

แนวหน้า

เผยแพร่ 18 ส.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

‘M Flow’กับปัญหา‘ค่าปรับ10เท่า’แม้พลาดครั้งแรก แนะเปลี่ยนเกณฑ์แบบ‘ขั้นบันได’เพื่อความเป็นธรรม

“ทางด่วน” เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลน่าจะคุ้นเคยกันดี ซึ่งหากนับตั้งแต่ “ทางพิเศษเฉลิมมหานคร” ทางด่วนสายแรกของไทย เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2524 จนปัจจุบันก็ใกล้จะครบ 42 ปีแล้ว และมีการขยายไปอีกหลายเส้นทาง ทางด่วนนั้นเป็นถนนปิดมีที่กั้นทางเข้า-ออกแยกเฉพาะ โดยที่ทั้งแบบทางยกระดับและที่เป็นทางราบ ซึ่งอย่างหลังนี้เป็นที่คุ้นเคยในชื่อ“มอเตอร์เวย์” เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา เป็นต้น

ทางด่วนนั้นเป็น“ทางพิเศษ” ที่ผู้ใช้บริการต้อง “เสียค่าผ่านทาง” ในระยะแรกยังเป็นเพียงการใช้พนักงานนั่งประจำด่านเก็บเงิน คอยรับค่าผ่านทางและควบคุมการเปิด-ปิดไม้กั้นทาง ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นก็นำระบบ “อีซี่พาส (Easy Pass)” หรือบัตรที่ใช้ในระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ (Electronic Toll Collection System: ETC) มาใช้ โดยผู้ที่ต้องการใข้บัตรนี้ต้องเปิดบัญชีและเติมเงินเพื่อเป็นเงินสำรองค่าผ่านทางล่วงหน้า ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป แต่ก็เป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจรติดขัดสะสมหน้าด่านเก็บเงิน เพราะผู้ใช้รถไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวรอจ่ายเงินและรับเงินทอนจากพนักงาน

ล่าสุดเมื่อเดือน ก.พ. 2565 ได้พัฒนาไปอีกขั้นกับระบบ “เอ็ม โฟลว์ (M Flow)” ที่เป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาพัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทางด้วยกล้องตรวจบันทึกภาพป้ายทะเบียนรถ ซึ่งความแตกต่างระหว่าง M Flow กับ Easy Pass คือ ในขณะที่ระบบ Easy Pass การชำระเงินยังต้องหยุดรถชั่วขณะหนึ่งเพื่อชำระเงินกับระบบอัตโนมัติแล้วไม้กั้นทางจะเปิดออกไห้ไปต่อได้ แต่ระบบ M Flow จะไม่มีไม้กั้นทำให้ไม่ต้องหยุดรถ โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ mflowthai.com ระบุว่า ระบบ M Flow จะช่วยระบายรถได้ 2,000 - 2,500 คัน/ชม./ช่องทาง เร็วขึ้นกว่าระบบเดิมถึง 5 เท่า

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ระบบ M Flow เริ่มเปิดให้บริการ พบเสียงสะท้อนจากประชาชน อาทิ“ป้ายแบ่งช่องผ่านทางตามระบบการชำระเงินไม่ชัดเจน” โดยด่านเก็บค่าผ่านทางนั้นจะมีทั้ง 3 ระบบ คือการจ่ายเงินสดกับพนักงาน ระบบ Easy Pass และระบบ M Flow ในช่วงแรกๆ ถึงขั้นทำการจราจรหน้าด่านเก็บเงินติดขัดอีกทั้งเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากหลายคนขับมาใกล้ถึงด่านแล้วเพิ่งเห็นว่าเข้าช่องผิดก็รีบเปลี่ยนเลนกะทันหัน รวมถึง“ค่าปรับอย่างโหด” โดยผู้ที่ไม่ได้สมัครสมาชิกหากเผลอวิ่งเข้าไปแล้วไม่จ่ายค่าผ่านทางภายใน 2 วันก็จะถูกปรับ 10 เท่าของค่าผ่านทาง

“มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” เคยท้วงติงเรื่องนี้ในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2565 อันเป็นช่วงที่เพิ่งเปิดให้ใช้ระบบ M Flow ใหม่ๆ ว่า ระบบที่บีบให้ผู้บริโภคที่ไม่ทราบต้องจ่ายค่าปรับในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ เนื่องจากในเวลานั้นยังเปรียบเสมือนการเปิดเพื่อทดลองระบบ เพราะเปิดเพียงแค่ 4 ด่าน อีกทั้งยังประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนส่วนมากไม่รู้ข่าวสาร โดยไม่แจ้งว่าต้องชำระภายในกี่วันให้ชัดเจน

นฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ความเห็นในเวลานั้นว่า การที่ผู้บริโภคจ่ายเลยเวลาที่กำหนดไม่ได้หมายความว่าจะไม่จ่าย จึงควรจะมีระบบแจ้งเตือนให้จ่ายก่อนที่ต้องจ่ายค่าปรับ แต่การแจ้งเตือนจะมีเฉพาะคนที่เป็นสมาชิก ส่วนคนที่ไม่เป็นสมาชิกจะทำหนังสือแจ้งส่งให้ทางที่อยู่ตามบัตรประชาชน ซึ่งอาจจะไม่ทันตามเวลาที่กำหนด และการคิดค่าปรับถึง 10 เท่ายังเป็นภาระในการจ่าย เป็นการคิดค่าปรับที่สูงกว่าเบี้ยปรับตามกฎหมายทั่วไป หรือ ตาม พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ที่กำหนดให้การคิดค่าติดตามทวงถามหนี้ต้องมีหนี้ค้างเกิน 1 งวด

“การเปิดระบบ M-flow ที่เพิ่งมีครั้งแรกและเพิ่งเปิดใช้บริการ ควรประชาสัมพันธ์ข้อมูลไว้เบื้องต้นถึงการใช้ระบบช่องทางนี้ก่อน รวมถึงมาตรการการจ่ายค่าปรับและต้องจ่ายภายในระยะเวลาเท่าไร แต่เพราะขาดกระบวนการประชาสัมพันธ์และขาดการทำความเข้าใจกับผู้บริโภค ทำให้ประชาชนหลายคนเข้าใจผิด ไม่รู้ข้อมูลที่ชัดเจน” รอง ผอ.ฝ่ายพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว

อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานกำกับดูแลก็มิได้นิ่งนอนใจ โดย กระทรวงคมนาคม และ กรมทางหลวง มีโครงการ“คืนค่าปรับ” สำหรับคนที่ต้องจ่ายกรณีแผลอขับรถผ่านช่อง M Flow ในช่วงแรกๆ ของการเปิดให้ใช้ระบบนี้ กระทั่งปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2565 อีกทั้ง “แก้ระเบียบการปรับ 10 เท่า จากเดิมที่จะเริ่มใช้หากไม่จ่ายภายใน 2 วันหลังวิ่งรถผ่านทาง เพิ่มให้เป็น 7 วัน” มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2565 เป็นต้นมา โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

“สำหรับสมาชิก M Flow” หากไม่จ่ายค่าบริการภายใน 7 วัน หลังจากวันที่ผ่านทาง จะต้องจ่ายค่าเสียหาย 2 เท่าของค่าผ่านทาง (เช่น ค่าผ่านทาง 30 บาท ต้องจ่าย 60 บาท) และหากไม่จ่ายภายใน 15 วัน ก็จะต้องจ่ายทั้งค่าเสียหาย 2 เท่าของค่าผ่านทาง + ค่าปรับ 10 เท่าของค่าผ่านทาง + ค่าปรับฐานไม่มาชี้แจง 200 บาท (เช่น ค่าผ่านทาง 30 บาท ต้องจ่ายค่าเสียหาย 2 เท่า คือ 60 บาท + ค่าปรับ 10 เท่าของค่าผ่านทาง คือ 300 บาท + ค่าปรับฐานไม่มาชี้แจง 200 บาท รวม 560 บาท)

“สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก M Flow” กรณีไม่จ่ายค่าบริการภายใน 7 วัน หลังจากวันที่ผ่านทาง จะต้องจ่ายค่าผ่านทางตามยอดจริง + ค่าปรับ 10 เท่าของค่าผ่านทาง (เช่น ค่าผ่านทาง 30 บาท + ค่าปรับ 10 เท่า คือ 300 บาท รวม 330 บาท) และหากไม่จ่ายภายใน 15 วัน ก็จะต้องจ่ายทั้งค่าผ่านทางตามยอดจริง + ค่าปรับ 10 เท่า + ค่าปรับเพิ่มฐานไม่มาชี้แจง 200 บาท (เช่น ค่าผ่านทาง 30 บาท + ค่าปรับ 10 เท่า คือ 300 บาท + ค่าปรับเพิ่มฐานไม่มาชี้แจง 200 บาท รวม 530 บาท) นอกจากนั้นยังอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายพ.ร.บ.ทางหลวง ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท

ทั้งนี้ “การสมัครใช้บริการ M Flow” สามารถสมัครได้ 3 ช่องทาง คือ 1.เว็บไซต์ www.mflowthai.com 2.แอปพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ: MFlowThai (รองรับทั้งระบบ IOS และ Andriod) และ 3.จุดบริการ 5 จุด คือ 3.1 ด่านทับช้าง 1 ขาเข้า เวลา 08.30 น. - 19.30 น. 3.2 ด่านทับช้าง 2 ขาออก เวลา 08.30 น. - 19.30 น. 3.3 สถานที่บริการทางหลวงบางประกง 1 ขาออก เวลา 08.30 น. - 19.30 น. 3.4 สถานที่บริการทางหลวงบางประกง 2 ขาเข้า เวลา 08.30 น. - 19.30 น. และ 3.5 กรมทางหลวง (พระราม 6) เวลา 08.30 น. - 16.30 น.

แม้ระบบ M Flow จะเปิดใช้มาแล้วกว่าปีเศษและมีจำนวนผู้สมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น ตามรายงานของกรมทางหลวง เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย. 2566 ที่ระบุในเวลานั้นว่ามีรถยนต์ที่เป็นสมาชิกในระบบประมาณ 5.5 แสนคัน แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า “ผู้ใช้ทางพิเศษมีทั้งขาจรและขาประจำ” ทำให้ยังพบปัญหาความสับสนในการเข้าช่องชำระค่าผ่านทาง แม้ระยะหลังๆ จะมีการจัดระเบียบให้ช่อง M Flow เริ่มจากด้านขวาสุดแล้วเรียงเข้ามาก็ตาม

เสียงสะท้อนของผู้ใช้บริการทางพิเศษเป็นประจำท่านหนึ่ง ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า “ช่อง M Flow แต่ละด่านเพิ่มขึ้น ในขณะที่ช่องจ่ายเงินสดและช่องจ่ายด้วยบัตร Easy Pass ลดลง” แม้จะเข้าใจได้ว่าต้องการส่งเสริมให้คนหันมาใช้ระบบ M Flow กันมากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งต่อผู้ใช้รถเองและลดปัญหาการจราจรติดขัดในภาพรวม แต่อีกด้านก็ทำให้เกิดความสับสน เพราะผู้ใช้รถ“ขาจร” ไม่ได้ผ่านทางนั้นบ่อยๆ อาจเข้าใจว่าเป็นช่องว่างๆ จึงขับผ่านไป ก่อนจะรู้ตัวอีกทีว่าเข้าช่องผิดตามด้วยการถูกปรับ 10 เท่า ในวันที่เจอหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าปรับแล้ว

ขณะที่เรื่องของค่าปรับ มองว่าควรแก้ไขให้เป็นการ “ปรับตามขั้นบันได” เช่น ในช่วงการเตือนครั้งแรกเมื่อครบ 7 วันหลังผ่านระบบ M Flow แต่ไม่ได้จ่ายค่าผ่านทาง อาจปรับสัก 2 เท่าของค่าผ่านทาง แล้วหลังจากนั้นระยะหนึ่งหากยังไม่มาจ่าย การเตือนครั้งต่อไปก็ค่อยๆ เพิ่มอัตราค่าปรับให้สูงขึ้น ไปจนถึงดำเนินการตามกฎหมายตามลำดับจากเบาไปหาหนัก ก็จะเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...