โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนุ่มสุดเซ็งปลูกต้นกล้วย-รดน้ำบนเกาะกลาง 2 ปี ถูกตร.สั่งรื้อ ลั่นทำเพราะเหงา

Khaosod

อัพเดต 20 พ.ย. 2566 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2566 เวลา 10.20 น.

หนุ่มญี่ปุ่นสุดเซ็งโดนตำรวจสั่งรื้อต้นกล้วยที่แอบปลูกกลางถนน-รดน้ำทุกวันนาน 2 ปี เหตุบังวิสัยการขับขี่

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ตำรวจญี่ปุ่นสั่งถอนต้นกล้วย 3 ต้นหลังชายชาวญี่ปุ่นลักลอบปลูกบนเกาะกลางถนนนาน 2 ปี พร้อมรดน้ำทุกวัน โดยไม่มีใครรู้ จนกระทั่งโดนประชาชนผู้ใช้ถนนร้อง เหตุบดบังทัศนวิสัยการขับขี่

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า ชายคนดังกล่าววัย 50 ปีได้แอบลักลอบปลูกต้นกล้วยบริเวณเกาะกลางถนนในเมืองคุรุเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ มานานกว่า 2 ปี โดยไม่มีใครสังเกต จนผู้ใช้ท้องถนนได้ร้องเรียนทางการว่า ต้นกล้วยได้บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ หวั่นเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น

ภาพประกอบ

ภายหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ก็สามารถตามตัวชายรายนี้ได้ไม่ยาก เนื่องจากมีผู้พบเห็นเขาเดินมารดน้ำต้นไม้ที่นี่ทุกวันเช้า-เย็น โดยเจ้าหน้าที่สั่งให้เขาถอนต้นกล้วยนี้ออก มิเช่นนั้นเขาอาจจะต้องถูกจำคุกหรือถูกปรับเงินราวๆ 500,000 เยนหรือราว 120,000 บาท ซึ่งท้ายที่สุดเขาก็ยอมถอนต้นกล้วยออก

ภาพประกอบ

อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อด้วยว่า “มันเหงามากๆ ผมรู้สึกเหงา เพราะผมไม่มีต้นกล้วยที่สวยงามของผมแล้ว” นอกจากนี้สื่อท้องถิ่นยังได้ถ่ายคลิปวินาทีที่เขาทานกล้วยจากต้นไม้ของเขาด้วย ซึ่งแม้ว่ากล้วยจะยังไม่สุก เขาก็ฝืนใจกินลงไป

ภาพประกอบ

ทั้งนี้ ต้นกล้วยทั้งสามต้นของเขาได้รับการดูแลต่อ โดย 2 ต้นเขาย้ายไปปลูกต่อที่สวนหลังบ้านของคุณปู่วัย 80 ปี ซึ่งชายชราคนดังกล่าวสัญญาว่าจะดูแลต้นกล้วยอย่างดี ส่วนอีกต้นถูกนำไปให้เพื่อนของเขาเป็นของขวัญวันเกิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...