โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภารกิจล่า'เสี่ยแป้ง'เจออุปสรรคเพียบรถ ตร.ล้มเกือบตกเหว-ทากกัดเลือดท่วมเท้า

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 พ.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

ภารกิจล่า "เสี่ยแป้ง" ตำรวจเจอมรสุมอุปสรรคเทือกเขาบรรทัดเพียบ เส้นทางลื่น เกิดอุบัติเหตุ จำเป็นต้องดีดตัวออกจากรถ จนเกือบตกเหว โชคดีไม่บาดเจ็บและมีชาวบ้านช่วยหลังขับลงมาจากขนำจง ขณะที่อีกรายถูกทากกัดเลือดท่วมเท้า ส่วน "โล้น บ้านตระ" เป็นโชว์เฟอร์ขับรถให้ตำรวจลงมาซื้อข้าวสารโดยมีท่าทีผ่อนคลายขึ้น

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วันนี้ (22 พ.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์การติดตามล่าตัว "เสี่ยแป้ง" หนีออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.66 ซึ่งเป็นระยะเวลาครบ 1 เดือนในวันนี้จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นเมื่อวันที่ 8 พ.ย.66 หรือเมื่อ 15 วันที่ผ่านมา ที่น้ำตกโตนตก หมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นทางขึ้นไปยังชุมชนบ้านตระ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีการสับเปลี่ยนเวรและกำลังพลกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเฝ้าประจำจุด และการเดินลาดตระเวน บางชุดตรึงกำลังอยู่เป็นเวลา 24 ชั่วโมงและอีกชุดตรึงกำลังเป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน และในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.วังวิเศษ ได้มาสับเปลี่ยนกำลังพลประจำจุดบริเวณน้ำตกโตนตกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะเหลียน และ สภ.คลองเต็ง ส่วนสถานการณ์สภาพอากาศยังคงมีฝนตกอยู่บ้างเป็นบางช่วง

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ตรังที่ได้ขึ้นไปปฎิบัติหน้าที่อยู่เหนือชุมชนบ้านตระ เป็นระยะเวลาจำนวน 2 วัน ได้ขับรถจักรยานยนต์ลงมาเปลี่ยนเวร จำนวนประมาณ 4-5 นายในสภาพที่เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก พร้อมกับต้องแบกเป้สะพายหลังอันใหญ่และสัมภาระ พร้อมกับแบตเตอร์รี่ ขนาด 10 วัตต์ ที่ใช้สำหรับวิทยุสื่อสาร เพื่อใช้ติดต่อกับกองอำนวยการร่วมที่อยู่ด้านพื้นล่างบริเวณน้ำตกโตนเต๊ะ ซึ่งอยู่ห่างกันเป็นระยะทางหลาย 10 กิโลเมตร ลงมาชาร์จแบตเตอร์รี่ เพื่อนำขึ้นไปปฎิบัติหน้าที่ใหม่ในวันพรุ่งนี้ (23 พ.ย.)

ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 9 นายหนึ่ง ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีขาว-แดง ทะเบียน พัทลุง ลงมาจากเทือกเขาในสภาพรถพังเสียหาย และเต็มไปด้วยดินโคลน และมีร่องรอยดินโคลนติดตามเสื้อผ้าและลำตัว หลังจากเกิดอุบัติเหตุขับลงมาจากชุมบ้านตระ พร้อมกับเล่าว่าในจังหวะขับรถลงเนินเขาพื้นลื่น ประกอบกับยางล้อรถเป็นยางดอกลึก และยางตึงเกินไป ลืมปล่อยลมยางออกสักนิด ทำให้ล้อหลังฟาด จังหวะนั้นหากเบรก รถก็จะล้มลงไปยังเหว ตนจึงสละรถและทุ่มตัวออกมาจากตัวรถทันที และตัวรถได้ไปติดกับต้นไม้ โชคดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บ และกู้รถขึ้นมาขับลงมาได้ในด้านล่าง ในการปฎิบัติหน้าที่ครั้งนี้ตนขึ้นไปประจำอยู่ที่ขนำจง ซึ่งขึ้นไปภูเขาห่างจากพื้นล่างไปประมาณ 16 กิโลเมตรเป็นระยะเวลาจำนวน 2 วันแล้ว บางช่วงรถขับไปไม่ได้ก็ต้องอาศัยการเข็น เพราะตนต้องบรรทุกแบตเตอร์รี่ ที่ต้องใช้กับวิทยุสื่อสารไปด้วย เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ

ด้านนายสมเจตน์ อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านชุมชนบ้านตระ ได้ขับรถตามหลังนายตำรวจที่ประสบอุบัติเหตุ เพื่อจะมารับหลานสาวที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านควนไม้ดำ ได้เห็นเหตุการณ์เข้าและให้ความช่วยเหลือ พร้อมเล่าว่า ตำรวจขับรถเนิน รถก็เกิดฟาดท้ายเลย ตัวก็หลุดจากรถและกลิ้งลงบนพื้น ตนก็นึกว่าตำรวจจะบาดเจ็บ แต่พอเข้าไปดูและช่วยยกแล้วก็ไม่ได้บาดเจ็บ อุบัติเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้วไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านและตำรวจ ซึ่งชาวบ้านกับตำรวจต้องช่วยเหลือกัน

ขณะที่นายตำรวจอีกรายหนึ่งได้ขับรถมาเจอน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ต้องช่วยกันแบกรถจักรยานกับเพื่อนตำรวจเพื่อให้ผ่านพ้นทางที่มีน้ำป่าไหลหลากและตำรวจบางรายได้เปิดบาดแผลบริเวณข้อเท้าและฝ่าเท้าที่เต็มไปด้วยเลือดหลังจากถูกทากดูดเลือดกัดจนเป็นบาดแผลใหญ่

ส่วนนายวัลลภ หรือโล้น ที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมขนำ เพื่อนำตัวมาเค้นสอบ หลังต้องสงสัยว่าเป็นคนส่งเสบียงให้กับพรานนก ที่คาดว่าเป็นพรานนำทางให้กับเสี่ยแป้งนั้น วันนี้นายวัลลภ หรือโล้น ได้เป็นโชว์เฟอร์ขับรถจักรยายนต์นำพาเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ลงมาด้านล่าง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เงินจำนวน 300 บาทเป็นสินน้ำใจ ก่อนที่นายวัลลภ หรือโล้น ได้ขับรถไปเติมน้ำมัน และซื้อข้าวสารจำนวน 5 กิโลกรัม พร้อมกับขนมเค้ก ขึ้นกลับไปบนขำบ้านตระเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว โดยภาษากายของโล้นมีท่าทีผ่อนคลายขึ้น - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...