โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษตรกรยิ้มออก “ฟ้าทะลายโจร” ขายดี ราคาแพงจากเดิม 3 เท่า

TODAY

อัพเดต 20 เม.ย. 2563 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2563 เวลา 03.49 น. • Workpoint News

กลุ่มสมุนไพรชีววิถี เร่งปลูกต้นฟ้าทะลายโจร หลังมีการวิจับพบสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้ ส่งผลสมุนไพรฟ้าทะลายโจรขายดีทั้งแบบสดและแปรรูป ราคาแพงขึ้น 3 เท่าตัว จากเดิมกิโลกรัมละ 200 บาท ขึ้นราคาเป็นกิโลกรัมละ 650 บาท 

วันที่ 20 เม.ย. 2563 ชาวบ้านกลุ่มสมุนไพรชีววิถี บ้านคลองปลากั้ง ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เร่งผลิตยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร หลังกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเปิดเผยผลการวิจัยฟ้าทะลายโจรกับไวรัสโควิด-19 ว่ามีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อการป้องกันโรค โดยที่ยังไม่มีอาการเพราะไม่มีผลในการป้องกัน แต่ให้รับประทานทันทีเมื่อเริ่มมีอาการคล้ายอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ (flu-like symptoms)

ส่งผลให้สมุนไพรฟ้าทลายโจรกลุ่มสมุนไพรชีววิถีขายดีเป็นพิเศษและมีราคาแพงขึ้นจากเดิมกิโลกรัมละ 200 บาท ปัจจุบันขายในราคากิโลกรัมละ 650 บาท

นายสมศักดิ์ มากด่านกลาง อายุ 46 ปี เกษตรกร เปิดเผยว่า มีลูกค้าโทรศัพท์มาสั่งซื้อสมุนไพรฟ้าทลายโจรจำนวนมาก สั่งซื้อทุกวันจนไม่สามารถผลิตส่งขายได้ทัน ต้องไปหาซื้อจากชาวบ้านที่เริ่มหันมาปลูกฟ้าทะลายโจรขายเพื่อสร้างรายได้ช่วงวิกฤตโควิด-19 ส่งผลฟ้าทะลายโจรราคาแพงขึ้น 3 เท่าตัว และมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอีก ส่งผลดีต่อเกษตรกร ทำให้มีรายได้เฉลี่ยสัปดาห์ละ 10,000 บาท

ก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขโดย นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงผลการวิจัยฟ้าทะลายโจรกับไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นความร่วมมือของกรมการแพทย์แผนไทยฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรมว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อการป้องกันโรคโดยที่ยังไม่มีอาการ เพราะไม่มีผลในการป้องกัน แต่ให้รับประทานทันทีเมื่อเริ่มมีอาการคล้ายอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ (flu-like symptoms) ได้แก่ มีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ก่อโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจอื่น รับประทานครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง (ครั้งละประมาณ 1,500 มิลลิกรัม) หลังอาหารและก่อนนอน

 

ส่วนสารสกัดฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 1 หรือ 2 แคปซูล เพื่อให้ได้รับสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 20 มิลลิกรัม/ครั้ง วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร การรับประทานยาทั้งสองแบบในขนาดที่แนะนำจะให้สารแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 60 มิลลิกรัม/วัน แนะนำให้มียาฟ้าทะลายโจรเป็นยาประจำตัว/ประจำบ้าน อาจใช้ร่วมกับยาพาราเซตามอลได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์

สำหรับความคืบหน้าการทดลองในคน กรมการแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และองค์การเภสัชกรรม ศึกษานำร่องผลของยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยโรคโควิด- 19 ระดับความรุนแรงน้อย ในระหว่างเดือนเมษายน – กรกฎาคม 2563 รวมทั้งได้เตรียมความพร้อมให้เพียงพอกับความต้องการ โดยร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ให้เกษตรกรปลูกในพื้นที่ 65 ไร่ ให้ได้วัตถุดิบ 50,000 กิโลกรัม สำรองไว้ 1 ล้านแคปซูลสำหรับบุคลากรสาธารณสุขที่ดูแลรักษาผู้ป่วย และประสานภาคธุรกิจเตรียมการผลิตเพิ่ม

นพ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ห้ามใช้ยาฟ้าทะลายโจรในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้ป่วยที่มีอาการไข้เจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีตุ่มหนองในคอ มีไข้สูง หนาวสั่น หากมีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจร เช่น เกิดผื่น ลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ให้หยุดใช้ยาทันทีและไม่ใช้อีก รวมทั้งควรระวังในผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต และการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้แขนขาชา หรืออ่อนแรง สอบถามรายละเอียดที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ โทร. 0 2149 5678 หรือเว็บไซต์ www.dtam.moph.go.th

https://drive.google.com/file/d/1gGYNsw-zQHvblMc6c7pLeZ-Y86WNPeZu/view

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...