โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

4 ข้อควรรู้ก่อนทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย

DDproperty

เผยแพร่ 12 ก.พ. 2564 เวลา 03.01 น.
4 ข้อควรรู้ก่อนทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย

บ้านพักอาศัยจัดได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและมีคุณค่าทางจิตใจ หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นกับบ้านของเรา เช่น อัคคีภัย หรือภัยพิบัติต่าง ๆ จะสร้างความเสียหายอย่างมาก เพราะต้องมีค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม ดังนี้นประกันอัคคีภัยจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น แทนที่เราจะต้องมารับความเสี่ยงไว้เอง ก็โอนความเสี่ยงภัยไปให้กับประกันภัยแทน แต่ก่อนที่จะทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยมี 4 ข้อที่เราควรรู้

หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าวได้ จะหาเงินมาซ่อมแซมบ้านได้อย่างไร?

แต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้น ประกันอัคคีภัยจึงมีบทบาทในการช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น แทนที่เราจะต้องมารับความเสี่ยงไว้เอง ก็โอนความเสี่ยงภัยไปให้กับประกันภัยแทน โดยที่เราจ่ายเพียงค่าเบี้ยประกันให้กับประกันเพื่อซื้อความคุ้มครอง แต่ก่อนที่จะทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยมี 4 ข้อที่เราควรรู้ ประกอบด้วย

 

1. ทำประกันอัคคีภัยให้ครอบคลุมมูลค่าบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน

ทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยควรทำให้ครอบคลุมมูลค่าบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน แต่ไม่ควรทำประกันเกินมูลค่าบ้านและทรัพย์สินภายในบ้าน เพราะหลักการจ่ายค่าสินไหมทดแทน จะจ่ายให้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินที่ได้ทำประกันไว้ สมมติว่า ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน มูลค่า 2,000,000 บาท แบ่งเป็นที่ดิน 1,000,000 บาท และบ้าน 1,000,000 บาท

ดังนั้น ทุนประกันอัคคีภัยที่ครอบคลุมมูลค่าบ้าน เท่ากับ 1,000,000 บาท แต่ความคุ้มครองนี้ยังไม่ครอบคลุมกับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน หากเกิดความเสียหายเฉพาะเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ ซึ่งผู้เอาประกันสามารถแจ้งให้คุ้มครองเพิ่มในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ได้ เช่น

- ทุนประกันบ้าน 1,000,000 บาท

- ทุนประกันเฟอร์นิเจอร์ 500,000 บาท

- รวม 1,500,000 บาท

บางกรณีผู้เอาประกันภัยมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน คิดว่าบริษัทประกันภัยรับประกันด้วยทุนประกันที่ต่ำกว่าความเป็นจริง จึงได้ไปทำประกันอัคคีภัยกับบริษัทอื่นเพิ่มอีก 1 แห่ง รวมเป็น 2 แห่ง

จากตัวอย่างเดิม ผู้เอาประกันได้ทำประกันกับบริษัท A ทุนประกัน 1,000,000 บาท และได้ไปทำประกันกับบริษัท B เพิ่มอีก 1,000,000 บาท มีทุนประกันรวม 2,000,000 บาท

หากเกิดอัคคีภัยประเมินความเสียหายได้ 800,000 บาท กรณีนี้บริษัท A และบริษัท B จ่ายค่าสินไหมทดแทนรวมกันไม่เกิน 800,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินเท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่บริษัทละ 800,000 บาท อีกทั้ง ทำให้ผู้เอาประกันอัคคีภัยเสียเบี้ยประกันภัยโดยเปล่าประโยชน์

 

ประกันอัคคีภัย ช่วยคุ้มครองบ้านได้มากกว่าที่คิด

 

2. ไม่ควรทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สิน

เป็นข้อยกเว้นเฉพาะประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยเท่านั้น จากตัวอย่างข้างต้น หากผู้เอาประกันไม่ประสงค์ทำเต็มมูลค่าทรัพย์สิน แต่ควรทำทุนประกันไม่ต่ำกว่า 700,000 บาท หรือ 70% ตามหลักเกณฑ์การประกันอัคคีภัย เพราะหากเกิดอัคคีภัยเสียหายทั้งหมดประกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามทุนประกันที่ได้ทำไว้คือ 700,000 บาท

แต่หากผู้เอาประกันทำประกันอัคคีภัยทุนประกันต่ำกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สิน เช่น ต้องการทุนประกันเพียง 600,000 บาท คิดเป็น 60% ต่อมาเกิดอัคคีภัยเสียหายบางส่วน ประเมินความเสียหาย 300,000 บาท ดังนั้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเพียง 180,000 บาท (300,000 X 60%) ตามหลักเกณฑ์ถือว่าผู้เอาประกันภัยรับความเสี่ยงบางส่วนไว้เอง

 

3. ซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม

ถ้าผู้เอาประกันภัยพิจารณาแล้วว่าความคุ้มครองปกติที่มีอยู่อาจจะไม่เพียงพอ สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ ความคุ้มครองที่มักจะซื้อเพิ่มเติม ได้แก่ ภัยโจรกรรม, ภัยน้ำท่วม เป็นต้น

การซื้อความคุ้มครองเพิ่ม สิ่งที่ตามมาก็คือมีค่าเบี้ยประกันส่วนเพิ่มนั่นเอง ถ้าผู้เอาประกันภัยต้องการซื้อความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม แต่พื้นที่นั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ บริษัทประกันอาจพิจารณาไม่รับประกันภัยส่วนเพิ่มนี้ได้ หรือถ้ารับประกันอาจพิจารณาเพิ่มเบี้ยประกันในอัตราที่สูงกว่าปกติได้

สำหรับภัยที่ซื้อเพิ่มเติมได้ เช่น ภัยลมพายุ ภัยจากลูกเห็บ ภายจากควัน ภัยจากแผ่นดินไหว ภัยจราจลและนัดหยุดงาน ภัยเนื่องจากป่าเถื่อนและการกระทำด้วยเจตนาร้าย ภัยระอุ ภัยระอุมีการลุกไหม้/ระเบิด ภัยต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า

รวมประกันที่ควรรู้ เมื่อคิดขอสินเชื่อบ้าน ทำแล้วได้ประโยชน์อะไร?

 

4. เลือกระยะเวลาคุ้มครองยาว

แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันอัคคีภัยระยะเวลา 3 ปี เพื่อที่จะได้รับประโยขน์จากอัตราค่าเบี้ยประกันที่ลดลง ตัวอย่างเช่น

 

ตารางเปรียบเทียยประกันอัคคีภัย

 

ตามตาราง พบว่า ผู้เอาประกันเลือกทำประกันอัคคีภัยระยะเวลา 1 ปี เสียค่าเบี้ยประกันปีละ 1,100 บาท หากทำแบบต่ออายุปีต่อปี เมื่อระยะเวลาผ่านไป 3 ปี เสียค่าเบี้ยประกัน 3,300 บาท แต่ถ้าตัดสินใจเลือกระยะเวลาคุ้มครอง 3 ปี (ทำระยะยาว) เสียค่าเบี้ยประกัน 2,750 บาท เท่ากับประหยัดได้ 550 บาทต่อสามปี หรือเฉลี่ยต่อปี เท่ากับ 183 บาท คิดเป็น 16.7% ต่อปี

แต่หากผู้เอาประกันภัยพิจารณาแล้วเห็นว่าการเลือกระยะเวลาคุ้มครองยาวเป็นภาระทางการเงินมากเกินไป ก็อาจพิจารณาเลือกทำประกันภัยระยะเวลา 1 ปีแทนได้

 

ประกันอัคคีภัยบ้านแบบประหยัด คุ้มครอง 1 ปี

การทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด (ไมโครอินชัวรันส์) ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงได้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว ก็จะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริงสูงสุดไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเพียง 600 บาท

ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ได้แก่ บ้าน ทาวเฮาส์ บ้านแฝด ตึกแถว ห้องชุดสำหรับอยู่อาศัย ในแฟลต อาคารชุด คอนโดมิเนียม (เฉพาะสิ่งปลูกสร้าง)

โดยให้ความคุ้มครองสำหรับความเสียหายที่เกิดจาก 6 ภัยหลัก คือ

1. ไฟไหม้

2. ฟ้าผ่า

3. ระเบิด

4. ภัยที่เกิดจากการเฉี่ยวการชนของยวดยานพาหนะหรือสัตว์พาหนะ (ช้าง ม้า วัว ควาย) รวมถึงการหล่นทับของสินค้าที่บรรทุกมากับยานพาหนะหรือสัตว์พาหนะ

5. ภัยจากอากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน

6. ภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม) ที่เกิดจากการปล่อย การรั่วไหล การล้นออกมาของน้ำ จากท่อน้ำ ถังน้ำ ระบบทำความร้อน ระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศ รวมถึงน้ำฝนที่ไหลผ่านเข้าไปภายในอาคารจากการเสียหายของหลังคา หน้าต่าง ประตู

สำหรับการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยแบบต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (First Loss) ให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว คือ เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่บาทแรกจนเต็มจำนวนเงินจำกัดความรับผิด โดยไม่มีการนำเงื่อนไขหลักการเฉลี่ยมาใช้ ซึ่งมี 3 แบบให้เลือก ได้แก่

แบบที่หนึ่ง 600,000 บาท สำหรับสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารคอนกรีต

แบบที่สอง 250,000 บาท สำหรับสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้

แบบที่สาม 150,000 บาท สำหรับสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารที่ไม่ใช่คอนกรีตหรือครึ่งตึกครึ่งไม้

หมายเหตุ: First Loss หมายถึง เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่บาทแรกจนเต็ม จำนวนเงินจำกัดความรับผิด โดยไม่มีการนำเงื่อนไขหลักการเฉลี่ยมาใช้

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าเลือกไม่ทำประกันภัยเลย (กรณีที่บ้านไม่มีภาระการกู้เงินกับธนาคาร) เราต้องรับความเสี่ยงภัยทั้งหมดไว้เองหากเกิดอัคคีภัย ซึ่งต้องมาพิจารณาต่อไปว่าเราจะมีเงินสำรองเพียงพอที่จะรองรับกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่

นอกจากนี้การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันภัยต่าง ๆ ไว้ภายในบ้าน เช่น อุปกรณ์ดับเพลิง หรือเครื่องตรวจจับควัน เป็นตัวช่วยทำให้มีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยถูกลง และอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที ทำให้ช่วยระงับหรือลดหรือบรรเทาความเสียหายลงได้

ดังนั้น ก่อนเลือกทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ควรศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ และรายละเอียดความคุ้มครองให้ดี เพื่อจะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมรอบด้าน

วิธีการป้องกันอัคคีภัยในบ้าน ทำได้อย่างไร

 

บทความข้างต้นเขียนโดย K-Expert และเรียบเรียงใหม่โดย DDproperty

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...