โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

STECH ลั่นเทรดวันแรกคึกคัก กูรูเคาะเป้าสูงสุด 3.93 บาท

efinanceThai

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2564 เวลา 10.30 น.

   "สยามเทคนิคคอนกรีต(STECH)" ได้ฤกษ์เข้าเทรดวันแรก( 23 ก.ค.) อันเดอร์ไรท์ฯมั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับดี เหตุมียอดจองไอพีโอล้นทะลัก เป็นหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตชัดเจน รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโบรกฯมองกำไรปี 64-65 โต 7% และ 45% ตามลำดับ  ประเมินราคาพื้นฐาน 3.22 - 3.93 บาท/หุ้น 

*** ตลท. รับ "สยามเทคนิคคอนกรีต(STECH)" เข้าเทรดวันแรก

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯรับหลักทรัพย์ บมจ. สยามเทคนิคคอนกรีต เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดวัสดุก่อสร้าง ในวันที่ 23 ก.ค.นี้ โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “STECH” 

    STECH ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงภายใต้เครื่องหมายการค้า STEC ได้แก่ เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรงและผลิตภัณฑ์ประกอบเสาไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์คานสะพานและพื้นสะพาน เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงโดยใช้แรงเหวี่ยง โดยให้บริการแก่ลูกค้าทั้งภาครัฐบาลและเอกชน พร้อมกับการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องอย่างครบวงจร เช่น บริการขนส่งและตอกเสาเข็ม ทั้งนี้บริษัทยังมีศักยภาพในการทำงานรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวกับธุรกิจหลัก โดยมีประสบการณ์ในงานติดตั้งระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 kV และงานติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง
    
    โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในราคาหุ้นละ 2.78 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 565.73 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO เท่ากับ 2,015.5 ล้านบาท 

*** ผู้บริหาร เตรียมนำเงินขยายธุรกิจเสาคอนกรีตอัดแรง-เพิ่มกำลังผลิต

    นายวัฒน์ชัย มงคลศรีสวัสดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  STECH เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุน จำนวนประมาณ 550 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) นำไปใช้ขยายธุรกิจเสาคอนกรีตอัดแรง ประมาณ 298 ล้านบาท ตามโครงการที่วางไว้ โดยลงทุนในโรงงานใหม่ 2 แห่งที่ชลบุรี และมุกดาหาร รวมทั้ง เพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานเดิม ย้ำจุดแข็งการมีโรงงานกระจายอยู่หลายภูมิภาคของประเทศไทย

    นอกจากนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนส่วนหนึ่งจะใช้คืนเงินกู้ระยะสั้นประเภทตั๋วสัญญาใช้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงและอีกส่วนหนึ่งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน การขยายงานต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้ถือหุ้น เป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

    ภายใต้สถานการณ์โควิดนับเป็นอีกความท้าทายของบริษัทในทุกอุตสาหกรรม แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับ ภาพรวมงานโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัว ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีงานในมือที่รอส่งมอบ (Backlog) เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีโอกาสประมูลงานเพิ่ม จึงเชื่อว่า จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในปี 64 เป็นไปตามเป้าหมาย เติบโตจากปี 63 ซึ่งบริษัทมีรายได้รวม 1,550.33 ล้านบาท กำไรสุทธิ 140.60 ล้านบาท

*** อันเดอร์ไรท์ฯ มั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับดี

    นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมสายงานวาณิชธนกิจ–ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม(อันเดอร์ไรท์ฯ) เปิดเผยว่า มั่นใจ STECH เข้าซื้อขายใน SET จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างคึกคัก หลังจากเปิดจองซื้อหุ้น IPO จำนวนทั้งสิ้น 203,500,000 หุ้น พบว่า กระแสตอบรับและความต้องการหุ้นของ STECH มีมากกว่าจำนวนที่จัดสรร

    เนื่องจาก เป็นหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตและขาขึ้นอย่างชัดเจน ได้รับอานิสงส์การลงทุนในงานโครงสร้างพื้นฐาน และงานสาธารณูปโภคของประเทศ โดยผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ถือเป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญสำหรับใช้ในงานก่อสร้าง และความได้เปรียบจากโรงงาน
    
    ปัจจุบันมีจำนวน 9 แห่ง ครอบคลุม ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโรงงานแห่งที่ 10 ที่ชลบุรี สาขา 2 จะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปีนี้ รวมทั้ง โรงงานแห่งที่ 11 ที่มุกดาหาร จะแล้วเสร็จในปี 67 รองรับดีมานด์ในตลาดที่อยู่ในระดับสูง และมองว่า STECH จะโดดเด่นรับปัจจัยบวกในครั้งนี้

*** บล.เอเอสแอล เคาะเป้า 3.90 บาท คาดกำไรปี 65 โต 45%
    
    บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเอสแอล จำกัด คาดแนวโน้มผลประกอบการในปี 64 – 65 ประมาณการกำไรสุทธิ 151 ล้านบาท และ 219 ล้านบาท ขยายตัว 7%YoY และ 45% ตามลำดับ จากปัจจัยหนุนของการเติบโตของรายได้ที่บริษัท คาดว่าจะได้รับจากงานประมูลของภาครัฐและเอกชน ที่เร่งตัวในช่วงปี 64-65 รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราการทำกำไรขั้นต้น นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงทั้งอัตราส่วน SG&A/Rev เนื่องจาก ไม่มีค่าเช่าสำนักงานใหญ่ เพราะซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำนักงานใหญ่มาแล้ว และค่าใช้ดอกเบี้ยที่ลดลงจาก การนำเงินที่ได้จาก IPO บางส่วนไปชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงิน  

    ประเมินมูลค่ากลางปี 65 เท่ากับ 3.90 บาท อิง Forward PE 15 เท่า (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย ของ STC, DCON ย้อนหลัง 2 ปี – 1.0 S.D.) โดย STECH มีความน่าสนใจมากกว่ากลุ่มตรงที่ขนาดของธุรกิจที่ใหญ่กว่า มี economy of scale รวมถึงที่ตั้งโรงงานมากที่สุดเทียบกับบริษัทจดทะเบียน และที่ตั้งโรงงานยัง ใกล้เคียงโครงการก่อสร้าง Mega project ของภาครัฐและเอกชน ทำให้แนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการ ในปี 64 –65 เติบโตต่อเนื่อง 

*** บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้ราคาเป้าพื้นฐาน 3.93 บาท

    บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินราคาเป้าหมายพื้นฐานที่ 3.93 บาท ซึ่งคำนวณมาจากวิธี DCF อิงการเติบโตระยะยาวที่ 1% ต่อปี และ WACC 9% และเทียบเท่า FY65F P/E 13.5x โดยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E ของบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันทั้งธุรกิจคอนกรีตอัดแรง ธุรกิจระบบ 115 kV และเคเบิลใยแก้วนำแสงซึ่งอยู่ที่ 19.5x มองว่า STECH มีความน่าสนใจจากความชำนาญสูงในธุรกิจนี้ และการขยายสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่ง แนะนำ “ซื้อ”
 
***  บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ประเมินมูลค่าพื้นฐาน 3.87 บาท
    
    บล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย)  ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 3.87 บาท บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการผลิตสินค้าคอนกรีตอัดแรงหลากหลายประเภทที่ใช้สําหรับงานก่อสร้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นอกจากนี้ บริษัทเป็นที่ยอมรับในด้านประสบการณ์ อีกทั้งเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่ภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโตสูงจากการขยายงานก่อสร้างโครงสร้างพืนฐานแบบเชิงรุกในภูมิภาคเหล่านี้ คาดการณ์ผลประกอบการอยู่ในช่วงเติบโตสูงนับจากนี้
 

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...