โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฉาคุน นายพลผู้ซื้อเสียงสมาชิกรัฐสภา ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 มิ.ย. 2566 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2566 เวลา 18.43 น.
นายพลเฉาคุน ประธานาธิบดีคนที่ 6 ของสาธารณรัฐจีน

ใน ค.ศ. 1923 เฉาคุน ขุนศึกภาคเหนือได้รับเลือกเป็น “ประธานาธิบดี” ด้วยการใช้วิธีติดสินบนซื้อคะแนนเสียงสมาชิกรัฐสภา โดยจ่ายให้คนละ 5,000 หยวน แต่เขาอยู่ในตำแหน่งได้เพียงปีเดียวก็ถูกรัฐประหารให้ต้องลาออก

เฉาคุน เป็นชาวเมืองเทียนจิน เดิมเป็นพ่อค้าขายผ้า ปี 1881 เฉาคุนเบื่อหน่ายชีวิตการเป็นพ่อค้าขายผ้า จึงไปเกณฑ์ทหาร ได้อยู่ใน “กองทัพบกใหม่” ของหยวนซื่อข่าย หลังจากเข้าสู่กองทัพ เฉาคุนก็มีผลงานก้าวหน้าเรื่อยมา ตอนที่ราชวงศ์ชิงล่มสลายในปี 1912 เขาได้เป็นหัวหน้ากองพลที่สาม ซึ่งเป็นกองกำลังหลักของกองทัพเป่ยหยาง ปี 1919 เฉาคุนและอู๋เพ่ยฝู กลายเป็นผู้นำของขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่หลังผู้นำคนเก่าเสียชีวิต

ต่อมาเกิดสงครามระหว่างขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่กับฝ่ายมณฑลเฟิ่งเทียนในปี 1922 ขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่ได้รับชัยชนะ เฉาคุนและอู๋เพ่ยฝู ได้ควบคุมรัฐบาลปักกิ่ง พวกเขาพยายามบีบบังคับประธานาธิบดีสวีซื่อชางให้พ้นจากตำแหน่ง แล้วดันหลีหยวนหงขึ้นเป็นประธานาธิบดีหุ่นเชิดแทน

จากนั้นไม่นาน เฉาคุนก็ตัดสินตั้งตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี

เดือนมิถุนายน ปี 1923 เฉาคุนพยายามกำจัดหยวนหง ด้วยการสร้างสถานการณ์ สั่งให้มีคนกลุ่มหนึ่งมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออกที่หน้าจัตุรัสเทียนอันเหมิน นักการเมืองส่วนหนึ่งเข้าร่วมและขึ้นไปกล่าวคำปราศรัย กล่าวหาหลีหยวนหง ผู้ประท้วงถือป้ายข้อความตำหนิ และแจกใบปลิวโจมตีหลีหยวนหงระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของหลีหยวนหง หลีหยวนหงออกคำสั่งให้หน่วยงานตำรวจขับไล่ผู้ก่อเหตุออกไป แต่ตำรวจกลับนิ่งเฉย รอรับฟังคำสั่งของเฉาคุนเท่านั้น

ขณะที่กองทัพในเมืองหลวงของขุนศึกฝ่ายมณฑลจื๋อลี่ก็เพิ่มแรงกดดัน ด้วยการเรียกร้องขอเงินเดือนทหาร บ้านพักของหลีหยวนหงถูกปิดล้อมด้วยผู้ประท้วงและกองทัพที่มาเรียกร้องขอเงินเดือน ส่วนภายในมวลชนและหลีหยวนหงติดต่อขอความช่วยเหลือจากเฉาคุน แต่ถูกปฏิเสธ สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงลาออกจากตำแหน่งและเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง

หลังจากจัดการหลีหยวนหงไปแล้ว เฉาคุนจัดให้มีการเลือกตั้ง “ตามกฎหมาย” อีก เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง เขาส่งโทรเลขแจ้งทั่วประเทศว่า “ประธานาธิบดีได้ขอลาออกกับรัฐสภาแล้ว ต่อไปจึงควรแก้ไขปัญหาของรัฐสภาตามกฎหมาย ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนจะได้ปฏิบัติตนตามได้ถูก”

ขณะนั้นรัฐสภามีหน้าที่เลือกประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภาจึงเป็นบุคคลหายากและมีค่าตัว

เฉาคุนใช้เงินจำนวนมากซื้อตัวอู๋จิ่งเหลียน สมาชิกรัฐสภาผู้มากประสบการณ์เป็นผู้ดำเนินการครั้งนี้ อู๋จิ่งเหลียนก็หวังผลประโยชน์ทางการเงินและเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหากเฉาคุนได้รับชัยชนะ ขณะนั้นมีสมาชิกในรัฐสภาจำนวนไม่น้อยที่ต่อต้านเฉาคุน เมื่อหลีหยวนหงเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งไป สมาชิกรัฐสภาจำนวนมากจึงเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งไปด้วย ทำให้สมาชิกรัฐสภาในกรุงปักกิ่ง มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะเลือกประธานาธิบดีตามที่กฎหมายกำหนด

อู๋จิ่งเหลียนพยามยามแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการเสนอว่าหากสมาชิกรัฐสภาคนใดเข้าร่วมการประชุมเลือกประธานาธิบดี จะได้รับเงินค่าเข้าร่วมประชุม และสามารถรับเงินผ่านทางทดรองจ่ายรายปีได้ด้วย คิดเป็นเงินเดือนละ 600 หยวน ส่วนคนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมได้ 300 หยวน แม้สมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ทยอยเดินทางกลับกรุงปักกิ่ง แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป เพราะสมาชิกรัฐสภากลัวว่าหากลงคะแนนเสียงไปแล้วจะไม่ได้เงิน ส่วนฝ่ายของเฉาคุนก็กลัวว่าถ้าจ่ายเงินไปแล้วพวกสมาชิกรัฐสภาจะไม่ลงคะแนนเสียงให้

ผลก็คือรัฐสภาเปิดการประชุมเลือกประธานาธิบดี (12 กันยายน ปี 1923) ไม่ได้ เพราะจำนวนสมาชิกรัฐสภาไม่ครบจำนวนตามกฎหมายกำหนด ทีมงานของเฉาคุนทำงานกันอย่างหนัก ทำให้ตอนกลางวันของวันที่ 4 ตุลาคม ปี 1923 ก็มีสมาชิกรัฐสภา 576 คน ตอบตกลงว่าจะลงคะแนนเสียงให้เฉาคุนเพื่อและกับเงินที่จะได้ กล่าวกันว่ามีสมาชิกรัฐสภาเพียง 14-15 คนที่ไม่ยอมรับเงิน พวกเขาเป็นชาวมองโกลผู้สูงศักดิ์ร่ำรวยและมีอำนาจ ที่ไม่สนใจเงินน้อยนิด หากต้องการตำแหน่งข้าราชการแทน

วันที่ 5 ตุลาคม ปี 1923 การประชุมเลือกตั้งประธานาธิบดี มีจำนวนสมาชิกรัฐสภาเข้าร่วมประชุม 587 คน ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด การลงคะแนนเสียงเสร็จสิ้น หลังนับคะแนนเสียงกันต่อหน้าทุกคน เฉาคุนได้รับคะแนนเสียง 480 เสียง ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน สิ่งที่น่าขัน คือมีบัตรลงคะแนนเสียงใบหนึ่งเขียนว่า “จ่ายเงินแล้ว” หรืออีกใบที่เขียนว่า “ห้าพันหยวน”

เมื่อผลการเลือกตั้งที่ว่าเฉาคุน “ได้รับเลือก” เป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีนประกาศสู่สาธารณชน กลับทำให้เกิดการตำหนิกล่าวโทษจากทั้งภาครัฐและภาคประชาชน พวกเขาเรียกร้องให้ปราบปรามเฉาคุน นิตยสารไทม์รายสัปดาห์ของสหรัฐอเมริกาลงข่าวฉาวเรื่องนี้ ด้วยหัวข้อว่า “ประธานาธิบดีใหม่” มีเนื้อความว่า

“ความรวดเร็วของชาวตะวันออกทำให้โลกตะวันตกรู้สึกเหลือเชื่อ รัฐสภาจีนเรียกประชุมอีกครั้ง พวกเขาเลือกตั้งประธานาธิบดีกันแบบโต้รุ่ง เขาได้รับคะแนนเสียงเกินจำนวนขั้นต่ำที่จะได้เป็นประธานาธิบดีมา 50 เสียง รายงานระบุว่าเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเพราะอาศัยการซื้อเสียงจากสมาชิกรัฐสภา โดยให้เงินคนละ 5,000 หยวน…”

เฉาคุน เป็นประธานาธิบดีได้เพียงหนึ่งปี สถานการณ์ก็พลิกผัน วันที่ 23 ตุลาคม ปี 1924 เผิงอวี้เสียงก่อ “รัฐประหารปักกิ่ง” และคุมขังเฉาคุน วันที่ 2 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน เฉาคุนถูกบีบบังคับให้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

เส่าหย่ง, หวังไห่เผิง-เขียน, กำพล ปิยะศิริกุล-แปล. หลังสิ้นบัลลังก์มังกร ประวัติศาสตร์จีนยุคเปลี่ยนผ่าน, สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2560

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ตุลาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...