โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การรับ-ปรับวัฒนธรรม "พวงหรีด" จากตะวันตกสู่ไทย แพร่หลายเข้าสู่สยามเมื่อใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 02.56 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2568 เวลา 13.12 น.

คนไทยคุ้นชินกับ “พวงหรีด” ว่าใช้เป็นสิ่งแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตในงานศพ สอดคล้องกับที่ราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของ “พวงหรีด” ว่า “ดอกไม้ที่จัดแต่งขึ้นตามโครงรูปต่าง ๆ เช่น วงกลม วงรี สำหรับใช้เคารพศพ, หรีด ก็เรียก.” แต่ในอีกมุมหนึ่ง พวงหรีดในวัฒนธรรมตะวันตก (ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมพวงหรีด) ยังได้ใช้เป็นสิ่งแสดงความยินดีและการเฉลิมฉลอง

อิทธิพลตะวันตกสู่ไทย

คำว่า “พวงหรีด” เป็นการเรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษคือ “Wreath” ปรากฏรูปแบบการทำ “หรีด” สืบย้อนไปถึงสมัยอียิปต์โบราณ พบว่ามีการนำผ้าลินินมาทำเป็นเครื่องสวมศีรษะ ในสมัยกรีกโบราณก็มีการทำ “หรีด” จากมะกอก สน ขึ้นฉ่ายฝรั่ง หรือปาล์ม เป็นรางวัลสำหรับนักกีฬาที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหรือเป็นรางวัลให้กับกวี

นอกจากนี้คู่รักหนุ่มสาวในสมัยกรีกโบราณมักแขวน “หรีด” ไว้หน้าประตูเพื่อเป็นสัญญาณแห่งความรัก ในสมัยโรมันก็ให้ความสำคัญกับ “หรีด” เช่นเดียวกัน พวกเขาถือว่าสิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและชัยชนะที่จะมอบให้กับนายทหารที่ได้รับชัยจากสงคราม

พวงหรีดในความหมายปัจจุบันคือดอกไม้และใบไม้ที่นำมาจัดวางตามโครงรูปต่าง ๆ เช่น วงกลมหรือวงรี ใช้เพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ในวัฒนธรรมตะวันตกจะใช้พวงหรีดทั้งในงานมงคลและอวมงคล

งานมงคลในวัฒนธรรมตะวันตกอย่างเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งถือเป็นเทศกาลที่เปลี่ยน “หรีด” ในคติยุคโบราณ ให้เป็น “พวงหรีด” ยุคใหม่ตามอิทธิพลของศาสนาคริสต์ ซึ่งชาวตะวันตกจะแขวนพวงหรีดประดับบ้านเรือนหรือต้นคริสต์มาส โดยสื่อความหมายถึงความเชื่อศาสนาว่า วงโค้งหรือวงกลมของหรีดหมายถึง ความสมบูรณ์อันศักดิ์สิทธิ์ และพระเจ้าที่ทรงเป็นนิรันดร์

เนื่องจากรูปร่างของพวงหรีดไม่มีจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุด ส่วนดอกไม้ ใบไม้ และของตกแต่ง เช่น ถั่ว ลูกสน หมายถึง ความยั่งยืนของชีวิต และเป็นสัญลักษณ์การฟื้นคืนชีวิต

วัฒนธรรมพวงหรีดในตะวันตกถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับประเพณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาส โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากยุโรปเหนือและตะวันออก ก่อนจะแพร่หลายในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะการแต่งงานของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรกับเจ้าชายอัลเบิร์ตจากเยอรมนี ซึ่งทำให้วัฒนธรรมและประเพณีในเทศกาลคริสต์มาสจากยุโรปส่วนอื่น ๆ เข้าสู่อังกฤษจนเป็นที่นิยม ในทางกลับกันวัฒนธรรมอังกฤษก็ส่งอิทธิพลต่อไปยังวัฒนธรรมอเมริกันเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ วรรณกรรมเรื่อง A Visit From St. Nicholas ของ Clement Clarke Moore ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับค่ำคืนก่อนวันคริสต์มาส ก็มีส่วนกระตุ้นให้การตกแต่งพวงหรีดในเทศกาลคริสต์มาสเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

สำหรับพวงหรีดในงานอวมงคลในวัฒนธรรมตะวันตกก็มีลักษณะเช่นเดียวกับวัฒนธรรมไทย คือใช้เป็นสิ่งแสดงความเคารพผู้เสียชีวิต เป็นการไว้อาลัย และแสดงความโศกเศร้า เดิมทีนั้นในวัฒนธรรมตะวันตกจะใช้พวงหรีดแห้งที่ตัดแต่งรูปดอกไม้ใบไม้จากกระดาษและประดับด้วยริบบิ้น ก่อนจะพัฒนาเป็นพวงหรีดดอกไม้สดในภายหลัง

เหตุที่พวงหรีดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมไทย เฉพาะแต่งานอวมงคลเพียงอย่างเดียวนั้น รุจิราภา งามสระคู อธิบายว่า“เมื่อรับพวงหรีดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียม คนไทยมิได้ใช้ในสองวาระเช่นชาวตะวันตก แต่นำมาใช้เฉพาะในงานอวมงคลเพื่อแสดงความไว้อาลัยและหรือนำไปสักการะรูปปั้นผู้ล่วงลับ คงเนื่องจากคนไทยนับถือศาสนาพุทธย่อมไม่มีเทศกาลเฉลิมฉลองตามแบบแผนของศาสนาคริสต์ จึงเลือกใช้ในพิธีกรรมที่ไม่ขัดกับคติความเชื่อทางศาสนา”

พวงหรีดเก่าที่สุด

จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นว่า วัฒนธรรมพวงหรีดในไทยได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกอย่างแน่นอน โดยเอนก นาวิกมูล สันนิษฐานว่า อาจได้รับอิทธิพลมาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงที่วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามาในสยามประเทศ ดังเช่น การใช้การ์ดขอบดำแจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าพวงหรีดน่าจะเข้าสู่สยามในคราวเดียวกันนี้เอง

สมบัติ พลายน้อย ให้ข้อมูลว่า วัฒนธรรมงานศพของคนไทยแต่เดิมคือจะนำดอกไม้ ธูป เทียน ไหว้เคารพศพเพื่อแสดงความอาลัย ดอกไม้ที่ใช้มักเป็นดอกซ่อนกลิ่น เนื่องจากมีสีขาวและมีกลิ่นหอม เมื่อพวงหรีดเข้าสู่วัฒนธรรรมไทยจึงเข้ามาแทนที่การนำดอกไม้ ธูป เทียน ไหว้เคารพศพ

ในอีกแง่หนึ่ง พวกหรีดยังเข้ามาแทนที่เครื่องสักการะศพด้วย กล่าวคือ ในอดีตจะมีเครื่องสักการะศพ (โดยเฉพาะพระศพชนชั้นสูง) ที่เป็นพุ่มดอกไม้ทอง พุ่มดอกไม้เงิน หรือพุ่มดอกไม้สด แต่ภายหลังได้นำพวงหรีดมาแทนที่

ดังเช่นในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2453 ปรากฏภาพพวงหรีดที่นำมาใช้เป็นเครื่องสักการะพระบรมศพ แขวนไว้บริเวณด้านซ้ายขวาของพระบรมโกศ เป็นพวงหรีดที่ทำจากดอกบานไม่รู้โรยย้อมสีแล้วเย็บแบบเป็นอักษรพระนาม “จปร” และยังปรากฏภาพพวงหรีด (แบบแห้ง) หลายพวงวางเรียงรายด้านนอกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งนับเป็นภาพที่เก่าที่สุดที่มีการใช้พวงหรีดแบบแห้งในงานศพ

นอกจากนี้ ในงานศพของหม่อมเล็ก พระชายาในกรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช เมื่อ พ.ศ. 2461 ก็ปรากฎว่าเจ้าภาพได้นำพวงหรีดมาประดับบนหีบศพและบริเวณด้านหน้าเพื่อความสวยงามและเป็นการสักการะศพเช่นกัน

กระดาษคาดทับพวงหรีด

การส่งพวงหรีดในวัฒนธรรมตะวันตกมักจะมีกระดาษแผ่นเล็ก ๆ หรืออาจเป็นนามบัตรชื่อผู้ส่งติดไปพร้อมกับพวงหรีด เพื่อให้เจ้าภาพรู้ข้อมูลชื่อผู้ส่งและจะได้ตอบขอบคุณ ส่วนงานศพของไทยในอดีตพบว่า พวงหรีดงานศพของสามัญชนไม่พบนามบัตรเช่นนี้ติดมาเลย ในงานศพของชนชั้นสูงมีพบบ้าง ดังนั้น จึงสันนิษฐานว่า ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบจากนามบัตรเป็นกระดาษคาดทับพวกหรีดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งมักเป็นเขียนคำไว้อาลัยหรือเขียนชื่อเจ้าของพวกหรีดนั้น ๆ

ซึ่งในประเทศเกาหลีใต้ที่รับวัฒนธรรมพวงหรีดมาใช้ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล จะใช้พวงหรีดที่มีลักษณะการตกแต่งคล้ายกัน จะแตกต่างกันตรงที่กระดาษคาดทับพวงหรีด หากเป็นงานมงคลจะใช้กระดาษสีสดใส หากเป็นงานอวมงคลจะใช้สีขาวหรือดำ

พวงหรีดเก่าสุดที่พบว่ามีคำไว้อาลัยติดมาด้วยคือพวกหรีดพระราชทานของรัชกาลที่ 5 พระราชทานในคราวงานทำบุญครบ 1 ปี การถึงแก่อสัญกรรมของเจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) โดยมีข้อความว่า ทรงรฤกถึงความจงรักภักดีและที่ได้เคยอยู่ด้วยกันเป็นนิจช้านาน ให้สมุหราชองครักษ์อัญเชิญมาวางที่โกศโดยทรงพระกรุณาไม่จืดจาง

พวงหรีดดอกไม้สดและแห้ง

ความนิยมใช้พวงหรีดได้แพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูงเป็นกลุ่มแรก ๆ (ก่อนจะแพร่หลายสู่สามัญชน) งานพระศพหรืองานพระบรมศพซึ่งมักจัดในระยะเวลายาวนาน ดังนั้น จึงไม่นิยมใช้พวกหรีดดอกไม้สด เพราะนอกจากจะเหี่ยวเฉาในเร็ววันแล้ว ดอกไม้สดในสมัยก่อนไม่ได้มีหลากหลายอย่างปัจจุบัน ในอดีตใช้ดอกไม้ตกแต่งพวกหรีดไม่กี่ชนิด เช่น ดอกกุหลาบ ดอกกล้วยไม้ ดอกเบญจมาศ และดอกหน้าวัว จึงมักจะใช้ดอกไม้ประดิษฐ์ตกแต่งเสริม ภายหลังจึงนิยมใช้ดอกไม้ประดิษฐ์ทั้งหมด พวงหรีดดอกไม้แห้งจึงเป็นที่นิยมมากกว่าพวงหรีดดอกไม้สด

เสฐียรโกเศศ บันทึกถึงพวงหรีดในสมัยรัชกาลที่ 8 ว่า “…เวลานี้หาซื้อพวงหรีดดอกไม้ปลอมได้ง่าย ราคาก็ถูกกว่าไม่ต้องเสียเวลาทำ เก็บเอาไว้ได้นานกว่า เห็นมีพวงหรีดชนิดนี้หนาตา พวงหรีดสดชักจะบางตาไป ต่อมาไม่ช้าคงเป็นพวงหรีดแห้งกันหมด”

ต่อมา เมื่อวัฒนธรรมพวงหรีดเริ่มแพร่หลายสู่งานศพของสามัญชน ซึ่งมีพิธีศพไม่ต่อเนื่องยาวนานเหมือนพิธีศพของชนชั้นสูง ประกอบกับพันธุ์ดอกไม้เริ่มหลากหลายและมีปลูกขายกันมากขึ้น ดังนั้น จึงหันมาใช้พวงหรีดดอกไม้สดกันมากขึ้น เนื่องจากพวงหรีดดอกไม้สดมีความสวยงามและให้ความสดชื่นมากกว่า จึงเข้ามาแทนที่พวงหรีดดอกไม้แห้ง และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

กระทั่งเมื่อประมาณ 40 ปีให้หลังนี้เอง ที่รูปแบบพวงหรีดได้แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง เนื่องจากถูกมองว่า การให้พวงหรีดนั้นสิ้นเปลืองและไม่มีประโยชน์ จึงมีการทำพวงหรีดจากของเหลือใช้หรือเศษวัสดุบ้าง หรือนำสิ่งของที่จะเป็นประโยชน์ในภายหลังมาทำเป็นพวงหรีดบ้าง เช่น พัดลมและผ้าห่ม

ในยุคร่วมสมัย “พวงหรีด” ยังได้แปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือสำคัญบางอย่างสำหรับการเสียดสีและประชดประชันสังคมและการเมือง ดังจะเห็นในละครน้ำเน่าหลายเรื่อง เช่นว่านางร้ายนำพวงหรีดมาแสดงความยินดีในงานแต่งงานของพระเอก-นางเอก หรือเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการนำพวกหรีด (พร้อมข้อความไว้อาลัย) ไปมอบให้กับคนที่ยังไม่เสียชีวิต เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ก็มี

จะเห็นได้ว่า คนไทยเรารับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมาปรับใช้กับวัฒนธรรมไทยได้อย่างแนบเนียน นำมาแทนที่วิถีแบบดั้งเดิมจนเกิดวิถีปฏิบัติแบบใหม่ ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมไปเสียแล้วว่าเมื่อมีงานศพก็ต้องมอบพวงหรีดเพื่อแสดงความอาลัย และแม้ว่าจะล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมพวงหรีดก็ยังปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเสมอ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

รุจิราภา งามสระคู. (มกราคม-มิถุนายน, 2550). พวงหรีด : วัฒนธรรมตะวันตกที่งอกงามในประเพณีไทย. วารสารกระแสวัฒนธรรม. ปีที่ 18 : ฉบับที่ 33.

KAT MOON. (2018). Christmas Wreaths Are a Classic Holiday Decoration With a Surprisingly Deep History. Access 11 February 2020, from https://time.com/5482144/christmas-wreath-origins

The Editors of Encyclopaedia Britannica. (2020). Wreath. Access 11 February 2020, from https://www.britannica.com/art/wreath-floral-decoration

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การรับ-ปรับวัฒนธรรม “พวงหรีด” จากตะวันตกสู่ไทย แพร่หลายเข้าสู่สยามเมื่อใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...