โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

อดีตพนักงานบริษัท ใช้พื้นที่เล็กๆ เพาะปลาหางนกยูงส่งเกาหลี ทำรายได้หลายหมื่น

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 03 พ.ค. 2565 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 04.00 น.

ไม่ว่าจะช่วงวิกฤตแล้ง หรือวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อแวดวงเกษตรกรรม แต่อาชีพนี้ไม่เคยได้รับผลกระทบใดๆ ราคาซื้อขายยังคงที่นานและต่อเนื่อง

อาชีพที่ว่าคือ อาชีพเพาะปลาหางนกยูงขาย

คุณอิทธิศักดิ์ เทศบุตร อดีตพนักงานพิสูจน์อักษร บริษัทผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดัง ทำงานเป็นพนักงานบริษัท รับเงินเดือนประจำมาต่อเนื่องหลายปี เขาเริ่มมองหางานพิเศษเสริมรายได้ตั้งแต่ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 โดยเริ่มต้นจากการทำแปลงกุหลาบตัดดอกที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ในยุคนั้นรายได้แต่ละเดือนเป็นตัวเลข 6 หลัก แต่เมื่อกุหลาบจากตลาดจีนตีตลาดเมืองไทยได้ด้วยไซซ์ดอกขนาดใหญ่และราคาที่ถูกกว่า ทำให้ตลาดกุหลาบตัดดอกในเมืองไทยซบเซาลง เป็นเหตุให้คุณอิทธิศักดิ์ล้มเลิกการปลูกกุหลาบตัดดอกขายในที่สุด

และปลาหางนกยูง ไม่ได้เป็นปลาชนิดแรกที่เขาเริ่มเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม

คุณอิทธิศักดิ์ เริ่มต้นจับอาชีพเสริมต่อจากการปลูกกุหลาบตัดดอกด้วยการเลี้ยงและเพาะปลาเทวดา แต่ครั้งนั้นไม่ถึงกับขายเป็นล่ำเป็นสัน เพราะเป็นชนิดปลาที่ชอบ จึงเลี้ยงและศึกษาการเลี้ยงด้วยการเพาะ ขยายพันธุ์ จนทำให้คุณอิทธิศักดิ์ เป็นรายแรกๆ ที่เพาะปลาเทวดาตาแดงได้

ระหว่างนั้น ได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ถึงตลาดปลาหางนกยูงที่มีความต้องการสูงจากประเทศเกาหลี ทำให้มองเห็นว่าเป็นรายได้ที่ดี จึงเริ่มเพาะปลาหางนกยูงเป็นต้นมา

คุณอิทธิศักดิ์ เล่าว่า ปลาหางนกยูงมีหลากหลายสายพันธุ์มาก เขาเลือกเพาะเลี้ยงเฉพาะสายพันธุ์ที่ตลาดต้องการและไปได้ดี ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่คุณอิทธิศักดิ์เลือกเพาะส่งออก มีเพียง 3 สายพันธุ์เท่านั้น ได้แก่ แพลตตินั่ม เรดเทล, มอสโคบลู และฮาล์ฟแบล็ก เนื่องจากพื้นที่ที่ใช้เพาะเลี้ยงมีจำกัด

การลงทุนสำหรับการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงสูงเมื่อเริ่มแรก จากนั้นต้นทุนแต่ละเดือนไม่มากมาย ที่เห็นหลักๆ เป็นค่าน้ำประปา ค่าไฟสำหรับเปิดเครื่องทำออกซิเจน และค่าอาหารกุ้ง

คุณอิทธิศักดิ์ เล่าว่า เริ่มต้นการลงทุนเลี้ยงปลาหางนกยูงอาจจะสูง เนื่องจากต้องทำตู้กระจกเลี้ยง โดยใช้ขนาด 36×20 นิ้ว สูง 9 นิ้ว สำหรับเลี้ยงปลาหางนกยูง จำนวน 300 ตัว ซึ่งคุณอิทธิศักดิ์ มีจำนวน 300 ตู้ และใช้น้ำประปาเลี้ยง มีกรองด้านข้างตู้ และมีออกซิเจนทุกตู้

“การใช้น้ำในการเลี้ยงปลาหางนกยูง โดยทั่วไปอาจจะเห็นว่า ปลาหางนกยูงเลี้ยงง่าย เลี้ยงในอ่างบัว ตู้กระจก โหลทั่วๆ ไป ไม่ต้องมีออกซิเจนก็ได้ แต่จริงๆ แล้ว ถ้ามีจะช่วยให้ปลาแข็งแรงมากกว่าและช่วยเรื่องความสะอาดอีกด้วย ซึ่งน้ำที่ใช้เลี้ยง แหล่งเพาะเลี้ยงบางแห่งอาจใช้น้ำกร่อย ซึ่งเมื่อลูกค้าซื้อไปเลี้ยงแล้วใช้น้ำประปา ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปลาหางนกยูงตาย แต่สำหรับที่นี่ ผมใช้น้ำประปาเลี้ยง และผ่านถังกรองน้ำขนาด 12 นิ้ว สูง 1.50 เมตร ใช้คาร์บอนเป็นตัวกรอง และต้องวัดค่าความเป็นกรดด่างน้ำ โดยให้มีค่าเป็นกลางมากที่สุด”

ความสะอาด เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด คุณอิทธิศักดิ์ บอก

เพราะหากตู้เลี้ยงสกปรก จะทำให้น้ำสกปรก ทำให้ปลาป่วยเป็นโรคตามมา ดังนั้น จึงต้องทำความสะอาดตู้และเปลี่ยนน้ำภายในตู้ทุก 2 วัน โดยจะดูดขี้ปลาออก แล้วถ่ายน้ำออก 20 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเติมน้ำประปาสะอาดเข้าไปแทนที่

การผสมพันธุ์ปลา คัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่แข็งแรง สวย ให้ผสมกัน ก่อนแยกแม่ปลาหางนกยูงไปไว้ในกะละมัง แล้วนำเชือกฟางฉีกเป็นเส้นๆ ไว้ให้แม่พันธุ์และลูกปลาที่คลอดออกมาพรางตัว แต่ละครั้ง ปลาหางนกยูงจะให้ลูก 30-120 ตัว ต่อครอก ซึ่งแม่ปลาที่ให้ลูกห่างกัน 1-3 วัน สามารถจับลูกปลาเลี้ยงรวมกันได้ ไซซ์จะไม่แตกต่าง

หลังจากแม่ปลาคลอดลูกปลาออกมาแล้ว ก็นับจำนวนลูกปลาขึ้นตู้ จำนวน 600 ตัว ต่อตู้ เลี้ยงลูกปลาในตู้นั้นไปประมาณ 1 เดือน จากนั้นเริ่มคัดแยกลูกปลาออก ให้เหลือตู้ละ 300 ตัว แล้วเลี้ยงต่อไปอีก 30-45 วัน จากนั้น เริ่มจับใส่ถุง ถุงละ 200 ตัว ส่งขาย เฉลี่ยอายุลูกปลา 2 ถึง 2 เดือนครึ่ง จึงจับขายได้

ในแต่ละวัน คุณอิทธิศักดิ์ ต้องออกไปช้อนไรแดง ในตอนเช้ามืด เพื่อนำกลับมาใช้เป็นอาหารสดเลี้ยงปลาหางนกยูง ปริมาณไรแดงที่ช้อนจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้วันละ 5-10 กิโลกรัม พอดีกับปริมาณที่ให้ปลาหางนกยูงกินในแต่ละวัน หากวันไหนได้ไรแดงมาจำนวนไม่เพียงพอ ก็จะเสริมด้วยอาหารกุ้งแทน

“ตอนเช้าประมาณตี 5 ผมจะให้อาหารกุ้งกับปลาไว้ก่อน จากนั้นออกไปช้อนไรแดง เมื่อกลับเข้ามาจะทำความสะอาดไรแดงให้เรียบร้อย ก่อนให้อาหารปลาอีกครั้งด้วยไรแดงที่ช้อนมาได้ ถ้าไรแดงในวันนั้นได้มาก ก็จะแบ่งให้ครบมื้อตามที่ปลาหางนกยูงควรได้ แต่ถ้าช้อนได้ไรแดงมาปริมาณน้อย ก็สลับอาหารกุ้งแทนให้ครบมื้อ ซึ่งโดยปกติจะให้อาหารกุ้ง 4-5 มื้อในแต่ละวัน ห่างกันมื้อละ 3-4 ชั่วโมง”

เมื่อถามว่า การให้อาหารปลาหางนกยูง จำเป็นต้องให้ปริมาณมากในแต่ละวันตามที่คุณอิทธิศักดิ์ให้หรือไม่ คุณอิทธิศักดิ์ บอกว่า ปลาหางนกยูงที่ผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศเกาหลี เป็นปลานกยูงเกรดตลาดทั่วไป สำหรับเลี้ยงเล่น ไม่ใช่ปลาหางนกยูงคัดเกรดที่ต้องทำความสวยงามให้ครบเครื่องตามที่ปลาหางนกยูงควรจะเป็น ซึ่งปลาหางนกยูงที่ทำขายนี้ สามารถจับขายได้ทุกตัว ราคาตัวละ 3 บาท อาจจะมีคัดเสียออกบ้างเล็กน้อย เฉพาะปลาหางนกยูงที่สังเกตว่ามีความพิการมากจริงๆ

การระวังเรื่องโรค ก็เป็นสิ่งสำคัญ คุณอิทธิศักดิ์ บอกว่า ควรหมั่นสังเกตปลาในแต่ละตู้ด้วยว่า มีอาการป่วยหรือไม่ โดยสังเกตจากการว่ายของปลา ว่ายส่าย หางลู่ หางลีบ และพากันไปอออยู่ที่ออกซิเจน นั่นแสดงให้รู้ว่า ปลาเริ่มป่วย ควรรีบให้การรักษา โดยให้ยาปฏิชีวนะและฟอร์มาลินตามปริมาณที่เหมาะสม (ปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงปลา) หากพบเร็วก็จะรักษาให้หายได้ แต่หากพบช้า โรคในปลาจะลุกลามอย่างรวดเร็วและจะสูญเสียปลาหมดทั้งตู้

เมื่อพูดถึงต้นทุนการเลี้ยงปลาในแต่ละเดือน มีเพียงอาหารกุ้งเดือนละ 1 กระสอบ ค่าน้ำและค่าไฟนิดหน่อย รวมถึงค่าแรงงานที่จ้างมาช่วยถ่ายน้ำปลา 2 วัน ต่อครั้งเท่านั้น ส่วนอื่นๆ คุณอิทธิศักดิ์ทำเองทั้งหมด

กำลังการผลิตปลาหางนกยูงส่งให้กับทางประเทศเกาหลี ได้จำนวน 3,000 ตัว ต่อ 1 สายพันธุ์ ต่อ 1 สัปดาห์ ซึ่งความต้องการนำเข้าของประเทศเกาหลีมีมากกว่า แต่เราไม่สามารถผลิตได้มาก เพราะพื้นที่และแรงงานมีจำกัด

สรุปจำนวนขายปลาหางนกยูง 5,000 ตัว ต่อ 1 สัปดาห์ ราคาขายตัวละ 3 บาท

ปลาหางนกยูงมีอายุ 1 ปีขึ้นไปต่อช่วงอายุขัย โดยแม่พันธุ์จะให้ลูกได้นานที่สุดและควรปลดระวางอยู่ที่อายุ 6-7 เดือน

หากท่านใดสนใจการเลี้ยงปลาหางนกยูง คุณอิทธิศักดิ์ สามารถให้คำแนะนำได้ โดยโทรศัพท์ติดต่อมาที่ (099) 665-5156 คุณอิทธิศักดิ์ เลี้ยงปลาหางนกยูงส่งออก อยู่ที่ ถนนโชคชัย 4 ซอย 36 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ.2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...