โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ชาวบ้านปากประ' เมืองพัทลุงลงแขกทำ 'นาริมเล' แห่งเดียวในประเทศไทย

แนวหน้า

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2563 เวลา 10.02 น.

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ที่ริมทะเลสาบบริเวณโรงเรียนบ้านปากประ ชาวบ้านในชุมชนบ้านปากประ หมู่ 8 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง ร่วมกันจัดกิจกรรมลงแขกดำนา ทำนาริมเล เพื่อร่วมสืบสานการเรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษชาวปากประได้สร้างไว้ ในการประกอบอาชีพเพื่อความอยู่รอดในข้อจำกัดของพื้นที่ โดยมีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในกิจกรรมลงแขกดำนา

เนื่องจากถิ่นฐานของชาวบ้านปากประเป็นชุมชนที่อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการประมงพื้นบ้าน ซึ่งไม่สามารถประกอบอาชีพออกทะเลหาปลา ได้ตลอดทั้งปี จึงมีแนวคิดในการปลูกข้าวริมทะเลสาบสงขลาโดยในพื้นที่มีการปลูกข้าวเป็นแนวยาวในระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตรและในแต่ละแปลงจะทำนาจากริมฝั่งลงไปในทะเลไม่เกิน 30 เมตร

ซึ่งการปลูกข้าวดังกล่าวจะสามารถทำได้เพียงแค่ปีละครั้งโดยเริ่มการปักดำ ในเดือนมิถุนายนและจะเก็บเกี่ยวเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งชาวบ้านจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนครึ่งเหตุผลที่เลือกทำนาในช่วงเวลานี้ เป็นเพราะน้ำในทะเลสาบจะเป็นน้ำกร่อยและเป็นช่วงน้ำลงมากที่สุด หากเกินช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่ได้ผลผลิต เพราะน้ำทะเลจะหนุนสูงท่วมต้นข้าวเสียหายซึ่งการปลูกข้าวริมทะเลสาบมีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้น

สำหรับพันธุ์ข้าวที่ปลูกในกิจกรรมลงแขกดำนา ทำนาในทะเล ครั้งนี้เป็นพันธุ์มะลิพวงและพันธุ์ กข. 43 ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 3 ไร่เศษ ซึ่งผลผลิตจากนาข้าวดังกล่าวทางชุมชนจะมอบให้โรงเรียนบ้านปากประใช้ในโครงการอาหารกลางวันของเด็กต่อ
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...