'ชาวบ้านปากประ' เมืองพัทลุงลงแขกทำ 'นาริมเล' แห่งเดียวในประเทศไทย
วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ที่ริมทะเลสาบบริเวณโรงเรียนบ้านปากประ ชาวบ้านในชุมชนบ้านปากประ หมู่ 8 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง ร่วมกันจัดกิจกรรมลงแขกดำนา ทำนาริมเล เพื่อร่วมสืบสานการเรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษชาวปากประได้สร้างไว้ ในการประกอบอาชีพเพื่อความอยู่รอดในข้อจำกัดของพื้นที่ โดยมีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในกิจกรรมลงแขกดำนา
เนื่องจากถิ่นฐานของชาวบ้านปากประเป็นชุมชนที่อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการประมงพื้นบ้าน ซึ่งไม่สามารถประกอบอาชีพออกทะเลหาปลา ได้ตลอดทั้งปี จึงมีแนวคิดในการปลูกข้าวริมทะเลสาบสงขลาโดยในพื้นที่มีการปลูกข้าวเป็นแนวยาวในระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตรและในแต่ละแปลงจะทำนาจากริมฝั่งลงไปในทะเลไม่เกิน 30 เมตร
ซึ่งการปลูกข้าวดังกล่าวจะสามารถทำได้เพียงแค่ปีละครั้งโดยเริ่มการปักดำ ในเดือนมิถุนายนและจะเก็บเกี่ยวเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งชาวบ้านจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนครึ่งเหตุผลที่เลือกทำนาในช่วงเวลานี้ เป็นเพราะน้ำในทะเลสาบจะเป็นน้ำกร่อยและเป็นช่วงน้ำลงมากที่สุด หากเกินช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่ได้ผลผลิต เพราะน้ำทะเลจะหนุนสูงท่วมต้นข้าวเสียหายซึ่งการปลูกข้าวริมทะเลสาบมีเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้น
สำหรับพันธุ์ข้าวที่ปลูกในกิจกรรมลงแขกดำนา ทำนาในทะเล ครั้งนี้เป็นพันธุ์มะลิพวงและพันธุ์ กข. 43 ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 3 ไร่เศษ ซึ่งผลผลิตจากนาข้าวดังกล่าวทางชุมชนจะมอบให้โรงเรียนบ้านปากประใช้ในโครงการอาหารกลางวันของเด็กต่อ