ฝรั่งจับสัตว์ทะเลเซลฟี่ ขออุทธรณ์ “วราวุธ” ย้ำจัดการให้ถึงที่สุด มั่นใจกม.จะช่วยอนุรักษ์สัตว์ทะเลได้
ฝรั่งจับสัตว์ทะเลเซลฟี่ ขออุทธรณ์ “วราวุธ” ย้ำจัดการให้ถึงที่สุด มั่นใจกม.จะช่วยอนุรักษ์สัตว์ทะเลได้
กรณี ชาวต่างชาติลงไปดำน้ำบริเวณพื้นที่เกาะพะงันและใช้มือจับสัตว์ทะเลมาเล่นพร้อมใช้ไม้เขี่ยปลาให้ตื่นเพื่อเซลฟี่จนเป็นกระแสเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินคดีกับชาวต่างชาติทั้ง 2 ราย ซึ่งล่าสุดชาวต่างชาติรายหนึ่งได้ถูกเนรเทศกลับประเทศฮังการีไปแล้ว ส่วนอีกรายอยู่ระหว่างการขออุทธรณ์การเพิกถอนให้อยู่ในราชอาณาจักร ทั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำให้ดำเนินการให้ถึงที่สุด โดยขอให้คำนึงถึงความเหมาะสม ถูกต้อง และความยุติธรรม พร้อมแสดงจุดยืนในการต่อสู้เพื่อรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความสมบูรณ์อย่างนี้ต่อไป
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากกรณีที่ชาวต่างชาติ 2 ราย ใช้อุปกรณ์ดำน้ำลงไปดำน้ำในทะเลอ่าวไทย บริเวณพื้นที่เกาะพะงัน และใช้มือจับสัตว์ทะเลมาเล่นและใช้ไม้เขี่ยปลาให้ตื่น เพื่อเซลฟี่เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2563 และทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีแล้วนั้น ซึ่งล่าสุดตนได้รับรายงานว่าชาวต่างชาติรายหนึ่งได้ถูกส่งตัวกลับประเทศฮังการีไปแล้ว ส่วนอีกรายอยู่ระหว่างการขออุทธรณ์การเพิกถอนให้อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งตนได้แจ้งย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ถูกต้อง และยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมจะสร้างความยุติธรรมให้กับสัตว์ทะเลที่ไม่สามารถเรียกร้องหรือให้ปากคำได้อย่างเท่าเทียม ถ้าเราจัดการคนที่รบกวนหรือทำร้ายสัตว์ทะเลให้ออกไปไม่ได้ สัตว์ทะเลคงเป็นฝ่ายที่จะออกไปจากทะเลไทยด้วยตัวเอง สุดท้ายตนอยากฝากไว้กับพี่น้องประชาชนทุกคนว่า
“มนุษย์มีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ตนเอง แต่สัตว์ทะเลไม่สามารถที่จะปกป้อง คุ้มครองรักษาสิทธิของตนเองได้ จึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ ที่จะต้องช่วยกันดูแลเขา หากเรารักษาความยุติธรรมให้เขาไม่ได้
เราก็จะรักษาสัตว์ทะเลเหล่านี้ไว้ให้อยู่คู่ทะเลไทยไม่ได้เช่นกัน”
ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีเมื่อทราบข่าว โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เข้าจับกุมตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 พร้อมกับเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร ของชาวต่างชาติทั้ง 2 ราย เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การดำเนินคดีในชั้นคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสร็จสิ้น ซึ่งได้เปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ๆ ละ 10,000 บาท ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อมา เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 ได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กทม.) เพื่อรอการผลักดันส่งกลับประเทศ ซึ่ง Mr. Attila Ott (นายแอตติลา ออด) สัญชาติฮังการี ได้ถูกผลักดันส่งกลับประเทศเรียบร้อย ส่วน Mr. Francesco Simonetti (นายฟรานเชสโก ซิโมเนสติ) สัญชาติอิตาเลี่ยน ได้ยื่นอุทธรณ์การเพิกถอนให้อยู่ในราชอาณาจักรกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้เงินสดจำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นการประกันตัว และเพื่อรอการพิจารณาการอุทธรณ์การเพิกถอนดังกล่าว ซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ซึ่งจะได้นำเรื่องการอุทธรณ์ฯ เข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาต่อไป
ด้านนายวิชวุทย์ จิณโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน เนื่องจาก เป็นเรื่องสำคัญและเป็นภาพพจน์ของจังหวัดในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อย่างไรก็ตาม ตนขอให้ทุกฝ่ายและพี่น้องประชาชนทุกคนมั่นใจว่า ทางจังหวัดจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่และให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการการพิจารณาในทุกชั้น นอกจากนี้ ทางจังหวัดจะประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้รับรู้รับทราบเกี่ยวกับแนวทางการท่องเที่ยวที่ใส่ใจทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุเช่นเดิมอีกต่อไป