โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวสวนระทม! ต้องเทมะเขือทิ้ง โควิดพ่นพิษไร้คนซื้อ บางเจ้าถอดใจปล่อยต้นตาย

Khaosod

อัพเดต 15 ก.พ. 2564 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2564 เวลา 15.41 น.

ชาวสวนระทม! ต้องเทมะเขือทิ้ง หลังโควิดพ่นพิษไม่มีคนซื้อ ขายไม่ได้ ประกาศมาเก็บฟรี บางเจ้าถอดใจปล่อยต้นตายรอไถทิ้ง วอนช่วยเหลือด้วย

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

วันที่ 15 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะเขือที่ ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อคนแล้ว ยังทำให้ผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกพืชผักแบบหมุนเวียนผสมผสาน และที่กำลังประสบชะตากรรมหนักที่สุด อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนอยู่ในขณะนี้ก็คือ เกษตรกรผู้ปลูกมะเขือ

ที่ทุกปีจะต้องว่าจ้างคนงานมาเก็บมะเขือไปขาย แต่ในปีนี้ต้องว่าจ้างคนงานมาเก็บมะเขือใส่รถไถไปเททิ้ง หลังมีราคาตกต่ำ จนประสบปัญหาการขาดทุน และไม่มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ ขนไปขายที่ไหนก็ขายไม่ได้ จนต้องประกาศให้คนมาเก็บไปขายหรือเก็บไปกินฟรี บางสวนเจ้าของถอดใจปล่อยต้นตายรอไถทิ้ง ขณะที่บางสวนต้องจ้างคนงานมาเด็ดลูกมะเขือทิ้ง เพื่อรักษาต้นมะเขือไว้ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

นางเฉลิมศรี นาราศรี กำนันตำบลท่าด้วง กล่าวว่า ตำบลท่าด้วง อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอหนองไผ่ ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร แต่ก่อนลำบากมากเนื่องจากหมู่บ้านอยู่บนภูเขา เป็นถิ่นทุรกันดาร ทำให้ลำบากเรื่องการเดินทาง แต่เดี๋ยวนี้ถนนหนทางดีขึ้น การเดินทางสะดวกขึ้น ทำให้เกษตรกร ซึ่งแต่ก่อนปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง แต่ปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกพืชผักแบบผสมผสานหมุนเวียนได้ทั้งปี ที่สำคัญคือเป็นพืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ให้เกษตรกรตลอดทั้งปี คือ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว มะระ ฟัก แฟง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และผักคะน้า

นอกจากจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรแล้ว ยังได้สร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในชุมชน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ต้องเดินทางออกไปทำงานต่างจังหวัด แต่ขณะนี้ชาวบ้านตำบลท่าด้วงต้องประสบปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากพืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ โดยเฉพาะมะเขือไม่มีใครรับซื้อ จนเจ้าของสวนต้องประกาศแจกฟรี ตนเองเวลาไปประชุมที่อำเภอก็ช่วยซื้อเอาไปแจก จึงอยากวิงวอนให้ท่านนายกรัฐมนตรี ลงมาช่วยดูแลการประกันรายได้ให้เกษตรกรบ้าง เพราะระดับรากหญ้ามันไปแทบไม่รอดแล้วตอนนี้จากปัญหาโควิด

ซึ่งกำนันผู้ใหญ่บ้านจะไปดูแลลูกบ้านทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะมีค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ก็ดูแลกันเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้เกษตรกรทั้งตำบลกว่า 200 ราย และชาวบ้านที่มีอาชีพรับจ้างเก็บผลผลิตต้องขาดรายได้ ทำให้ชาวบ้านตำบลท่าด้วงกำลังได้รับความเดือดร้อน จึงอยากจะขอวอนผู้ใจบุญที่มีกำลังซื้อ หรือมีสถานที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตไปขาย ให้ติดต่อมาที่กำนัน เฉลิมศรี นาราศร เบอร์โทรศัพท์ 088-171-2243

ด้าน น.ส.กนกอร นาราศรี อายุ 34 ปี กล่าวว่า ที่ต้องเด็ดมะเขือทิ้งเกลื่อนพี้นก็เพราะว่า เจ้าของสวนมะเขือกำลังประสบปัญหาราคามะเขือตกต่ำ ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ารับซื้อ ขนไปขายที่ไหนก็ไม่มีใครรับซื้อ ไม่ว่าจะเป็นตลาดที่เคยไปขายไปส่งประจำ เช่นตลาดสี่มุมเมือง และตลาดผักที่หล่มสัก จนต้องเอาไปแจกฟรี และตอนนี้ก็ประกาศให้คนมาเก็บฟรี จะเก็บไปขายหรือเก็บไปกินก็มาเก็บได้ บางสวนเจ้าของถอดใจปล่อยต้นตายรอไถทิ้ง

ส่วนสวนของตนต้องจ้างคนงานมาเด็ดลูกมะเขือทิ้งเพื่อเป็นการรักษาต้นมะเขือไว้ ซึ่งตนมีความหวังว่าอีก 3 สัปดาห์มะเขือจะมีผลผลิตที่สมบูรณ์พร้อมขาย และตนก็หวังว่าราคามะเขืออาจจะดีขึ้น เป็นการชะลอเพื่อรอราคา ครอบครัวทำสวนผักมาหลายปีไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตนทำสวนมะเขือทั้งหมด 10 ไร่ แต่ละรุ่นจะได้ผลผลิต 6-8 ตัน ขายได้กิโลกรัมละ 10-20 บาท เฉลี่ยตันละ 1-2 หมื่นบาท การปลูกผักก็จะหมุนเวียนกันหลายชนิด การที่ราคาผลผลิตตกต่ำไม่ใช่เดือดร้อนแค่เจ้าของสวน แต่ส่งผลกระทบถึงชาวบ้านส่วนใหญ่ ที่มีอาชีพรับจ้างเก็บผลผลิตต้องขาดรายได้ไปด้วย

ขณะที่ ชาวบ้านที่มีอาชีพรับจ้างเก็บผลผลิต เล่าว่า พวกตนไม่มีที่ไร่ที่นาทำกิน ก็ได้อาศัยรับจ้างเก็บพืชผักในสวนในไร่ ก็พอจะได้เงินไปเลี้ยงครอบครัว ในช่วงนี้ของทุกปีก็จะมีรายได้ในการเก็บมะเขือ ซึ่งแต่ละวันจะมีรายได้วันละ 400-500 บาท แล้วแต่ว่าใครจะเก็บได้มากหรือได้น้อย แต่ตอนนี้ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะมะเขือที่เคยสร้างงานสร้างรายได้ให้พวกตน ไม่มีใครรับซื้อ เคยแต่เก็บมะเขือส่งไปขายแต่วันนี้ต้องมาเก็บมะเขือไปทิ้ง แล้วจะไปทำมาหากินอะไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...