โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เพาะถั่วงอกทานเองแบบปลอดภัยได้ภายใน 3 วัน ด้วย 7 วิธีนี้

รักบ้านเกิด

อัพเดต 19 ส.ค. 2563 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2563 เวลา 07.23 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ถั่วงอก เป็นผักสดเคียงอาหารจานหลัก เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ผัดไท ฯลฯ ทานได้ทั้งดิบ และ สุก มีรสชาติออกหวานนิดๆ กรุบกรอบ ผลิตได้จากเมล็ดถั่วเขียว เพาะให้งอกเป็นต้นอ่อน ซึ่งสามารถเพาะได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะในขวดโหล , เพาะในกล่องพลาสติก,เพาะในขวดน้ำดื่มพลาสติกหรือแม้แต่จะเพาะในไห ก็ทำได้เช่นกัน หากแต่การเพาะโดยธรรมชาติอาจไม่ทำให้ได้ต้นถั่วงอก ขาว-อวบ-กรอบ อย่างที่ตลาดนิยมกันในปัจจุบัน ซึ่งถั่วงอกที่มีลักษณะขาว-อวบ-กรอบแบบผิดธรรมชาตินั้น จริงๆ แล้วแฝงมาด้วยอันตรายจากสารเคมีตกค้าง ที่ใช้กันมากในกระบวนการเพาะถั่วงอกแทบทั้งสิ้น โดยสารตกค้างที่พบในถั่วงอก ขาว-อวบ-สวย ตามท้องตลาดทั่วไป ก็คือ 1.สารฟอกขาว หรือ โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์(Sodium Hydrosulfite) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป นิยมใช้ฟอกมุ้ง มีราคาถูก เมื่อนำมาใช้กับถั่วงอก จะทำให้ถั่วงอกขาวจั๊ว จนน่าเจี๊ย แบบดูดีผิดธรรมชาติ ไม่ออกเหลืองน้ำตาลคล้ำเหมือนถั่วงอกที่เพาะทานเอง 2. สารส้ม(Alum) คือ สารประกอบ ไฮเดรตโพแทสเซียมอะลูมีเนียมซัลเฟต ที่ทำให้ถั่วงอกกรอบและสดนาน แต่ถ้าร่างกายได้รับสารส้มมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ซึม และอาจมีผลทำให้ไตเสื่อมได้ 3.สารฟอร์มาลิน(Formalin)หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์(Formaldehyde) หรือ น้ำยาดองศพ ได้ถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหัวใสนำมาใช้ในอาหารสดหลายชนิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเน่าเสียง่าย และ ไม่เว้นแม้แต่ถั่วงอก หากร่างกายได้รับเข้าไปโดยตรง จะทำให้เกิดการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน อุจจาระร่วง หมดสติและตายในที่สุด และ 4. ฮอร์โมนถั่วอ้วน ผลิตจากสารสังเคราะห์ประเภทไซโตไคนิน(หาซื้อได้ทั่วไป) มีผลทำให้ต้นถั่่วอวบอ้วนผิดปกติ หากร่างกายได้รับเข้าไปมากหรือสะสมเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง

Hilight-Kaset/23_1_1406206509-BSRW22-o.jpg

การเพาะถั่วงอกตัดรากแบบคอนโด
ภาพ : Fbpage : การเพาะถั่วงอกตัดราก ไร้กระสอบ ใช้น้ำน้อย

แค่เพียงรายชื่อสารเคมีอันดับต้นๆ ที่วงการเพาะถั่วงอกเชิงพาณิชย์นิยมใช้กัน ก็ยังทำให้เกิดอันตรายได้จนถึงไต และอาจทำให้เกิดอาการไม่วางใจเจ้าผักสดแสนอร่อยนี้ไปตลอดกาล แต่ถ้าใครพอมีเวลา ก็อยากแนะนำให้เพาะทานเองจะดีกว่าการหันหลังตัดใจขาดเยื่อใยกันไป ด้วย 7 วิธีการเพาะถั่วงอกทานเองแบบปลอดภัย ที่ขอรับประกันว่าไม่มีอะไรยุ่งยากเลยสักนิด
 

Hilight-Kaset/23_2_โหล1.jpg

การเพาะถั่วงอกในขวดโหล
ภาพ : Lucky Phoon

 

7 วิธีเพาะถั่วงอกทานเองแบบปลอดภัย

1. การเพาะถั่วงอกในขวดโหล : เหมาะสำหรับการเพาะทานในครอบครัว 1 ขวดโหลจะทำอาหารได้ 1 มื้อ
วัสดุ - อุปกรณ์
1. ขวดโหล (โหลกาแฟ /โหลขนม )
2. ผ้าขาวบางหรือผ้าไนล่อนเพื่อใช้ในการปิดปากโหล
3. ถั่วเขียว 1 กำมือ
4. ยางรัดของหรือเชือกฟาง
5.กระดาษ
ขั้นตอนการทำ
1.ล้างถั่วเขียวด้วยน้ำสะอาด แช่ในน้ำอุ่น(เตรียมได้จากน้ำร้อน+น้ำธรรมดา) เพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ดถั่วเขียวให้งอกได้ดียิ่งขึ้น แช่ทิ้งไว้ 6-8 ชั่วโมง หรือ แช่ทิ้งไว้ค้างคืน จะพบว่าเมล็ดถั่วพองตัวและพร้อมงอก
2. เทน้ำที่แช่เมล็ดถั่วทิ้ง แล้วนำเมล็ดถั่วใส่ลงในขวดโหล จากนั้นใช้ผ้าไนลอนหรือผ้าขาวบางปิดปากขวด ใช้หนังยางหรือเชือกฟางรัดให้แน่น เปิดน้ำใส่ขวดโหลผ่านผ้าปิดปากขวด เขย่าเบาๆ แล้วเทน้ำออก
3.วางขวดโหลแนวนอนในที่มืดหรือใช้กระดาษพันห่อขวดพรางแสงไว้
4. รดน้ำถั่วทุก 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้ความชื้น โดยให้น้ำผ่านผ้าขาวบางหรือผ้าไนล่อนได้เลย(ไม่ต้องแกะออก) เขย่าขวดโหลเล็กน้อย (ล้างกลิ่นก๊าซที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการงอก) ตั้งทิ้งไว้ 1-2 นาที แล้วเทน้ำออก ห่อกระดาษหรือวางขวดโหลแนวนอนไว้ในที่มืด
5.ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 4 ต่อไปจนครบ 3 วัน ถั่วจะงอกขึ้นมาแน่นโหล ให้นำไปล้างเอาเปลือกออกแล้วทานได้
 

Hilight-Kaset/23_3_ขวด.jpg

การเพาะถั่วงอกในขวดน้ำพลาสติก
ภาพ : http://3.bp.blogspot.com

2. การเพาะถั่วงอกในขวดน้ำพลาสติก : วิธีนี้มีหลักการเพาะเหมือนในขวดโหล กรณีที่ไม่สามารถหาขวดโหลมาเพาะถั่วงอกได้ ให้ใช้ขวดน้ำพลาสติกแบบสี่เหลี่ยม(พร้อมฝาปิด)มาเป็นภาชนะเพาะแทน ซึ่งขนาดที่เหมาะสมคือ 1.5 - 5 ลิตร ซึ่งจะมีความยุ่งยากในการเตรียมขวดเพาะอยู่บ้าง คุณภาพของถั่วงอกที่เพาะได้นั้นเหมือนกับการเพาะในขวดโหล
วัสดุ - อุปกรณ์
1.ขวดน้ำพลาสติกแบบสี่เหลี่ยมขนาด 1.5-5 ลิตร
2.มีดคัดเตอร์/กรรไกร
3.หัวแร้ง/ธูปติดไฟ
4.เมล็ดถั่วเขียว
อัตราการใช้: ขวดขนาด 1.5 ลิตร ใช้เมล็ดถั่วเขียว 1 กำมือ / ขวดขนาด 5 ลิตร ใช้เมล็ดถั่วเขียว 3 กำมือ
5.กระดาษ
6.ยางรัดของ
ขั้นตอนการทำ
1.ใช้หัวแร้งหรือธูปร้อนแดง มาเจาะบนขวดด้านหนึ่งเป็น 2 แถว แถวละ 4-5 รู **มากหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของขวด เพื่อใช้เป็นทางระบายน้ำออก และควรเจาะที่ฝาขวดด้วย 1-2 รู
2.ใช้คัตเตอร์ ปาดเปิดขวดตรงจุดกึ่งกลางขวดด้านตรงกันข้ามกับด้านที่เจาะรู ให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า(แต่ปาดกรีดแค่ 3 ด้าน /อีกด้านให้เว้นไว้ไม่ต้องปาดจนขาดออกจากขวด เพื่อทำเป็นบานพับประตูปิด-เปิดทางเข้าออก) ความกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร(ขึ้นอยู่กับขนาดของขวด) แล้วงัดพลาสติกที่ปาดออก
3.ทำเหมือนกับ "การเพาะถั่วงอกในขวดโหล" ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1-5
หมายเหตุ : หลังรดน้ำให้ปิดฝา(ที่กรีด)แล้วหุ้มห่อด้วยกระดาษ รัดยาง / วางในที่มืด
 

Hilight-Kaset/23_4_cats.jpg

การเพาะถั่วงอกในกล่องพลาสติก
ภาพ : อรรถพล ศิริปุณย์

3.การเพาะถั่วงอกในกล่องพลาสติก : วิธีนี้จะยุ่งยากน้อยกว่าการเพาะในขวดโหลหรือขวดพลาสติก เพราะเตรียมภาชนะได้ไม่ยาก ถั่วงอกที่ได้จากการเพาะด้วยวิธีนี้จะไม่ค่อยยืดยาวเหมือน 2 วิธีแรก ถั่วงอกจะออกหัวโต ตัวลีบ ทานแล้ว หวาน มัน อร่อย กว่าการเพาะในแบบอื่น
วัสดุ - อุปกรณ์
1.กล่องพลาสติกแบบ 2 ชั้น(มีตะแกรงข้างใน) หรือ กล่องธรรมดา แบบมีฝาปิด 1 ใบ
2.เมล็ดถั่วเขียว 1-2 ขีด
3.กระดาษ
4.ยางรัดของหรือเชือกฟาง
ขั้นตอนการทำ
1.ล้างถั่วเขียวด้วยน้ำสะอาด แช่ในน้ำอุ่น(เตรียมได้จากน้ำร้อน+น้ำธรรมดา) เพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ดถั่วเขียวให้งอกได้ดียิ่งขึ้น แช่ทิ้งไว้ 6-8 ชั่วโมง หรือ แช่ทิ้งไว้ค้างคืน เมล็ดถั่วจะพองตัวและพร้อมงอก
2.เทน้ำที่แช่เมล็ดถั่วทิ้ง แล้วนำเมล็ดถั่วใส่ลงในกล่องพลาสติก ปิดฝา ใส่น้ำ เขย่าเบาๆ แล้วเทน้ำออก
3.วางกล่องพลาสติกในที่มืดหรือใช้กระดาษพันห่อกล่องพรางแสงไว้
4.รดน้ำถั่วทุก 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้ความชื้น โดยเปิดฝากล่องใส่น้ำ ปิดฝา แล้วเขย่ากล่องเล็กน้อย (ล้างกลิ่นก๊าซที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการงอก) ตั้งทิ้งไว้ 1-2 นาที ก่อนเทน้ำออก ห่อกระดาษหรือวางกล่องในที่มืด
5.ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 4 ต่อไปจนครบ 3 วัน จะพบถั่วงอกหัวโตแน่นกล่อง ให้นำไปล้างเอาเปลือกออกแล้วทานได้
 

Hilight-Kaset/23_5_1111.jpg

การเพาะถั่วงอกในตะกร้าพลาสติก
ภาพ : Beck Pat

4.การเพาะถั่วงอกในตะกร้าพลาสติก : เป็นการเพาะถั่วงอกได้คราวละมากกว่า 3 วิธีแรก เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ หรือ แม้แต่ร้านอาหารขนาดเล็ก ซึ่งวิธีนี้จะได้ถั่วงอกประมาณ 1 กิโลกรัม มีขั้นตอนการเพาะคล้ายกับ 3 วิธีแรก
วัสดุ - อุปกรณ์
1.ตะกร้าพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดตามต้องการ
2.เมล็ดถั่วเขียว 2 ขีด
3.ผ้าขาวบางหรือเสื้อยืดเก่า(สีขาวจะดูดีกว่าสีอื่น) 2 ผืน
4.ถุงดำใบใหญ่กว่าตะกร้าหรือภาชนะที่ใช้
5.ตาข่าย(มุ้งเขียว) ขนาดพอดีกับตะกร้า 1 ผืน
ขั้นตอนการทำ
1. ล้างถั่วเขียวด้วยน้ำสะอาด แช่ในน้ำอุ่น(เตรียมได้จากน้ำร้อน+น้ำธรรมดา) เพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ดถั่วเขียวให้งอกได้ดียิ่งขึ้น แช่ทิ้งไว้ 6-8 ชั่วโมง หรือ แช่ทิ้งไว้ค้างคืน จะพบว่าเมล็ดถั่วพองตัวพร้อมงอก
2. เตรียมตะกร้าเพาะ : นำถุงดำหรือถุงใสขนาดใหญ่กว่าตัวตะกร้ามาพับปากลงจนเกือบสุด แล้ววางตะกร้าลงไปในถุง นำผ้าขาวบางหรือเสื้อยืดเก่าผืนแรก ไปชุบน้ำโดยไม่ต้องบิด ปูก้นตะกร้าให้ราบเรียบเต็มพื้นที่
3. ปูตาข่ายมุ้งเขียวตามลงไป
4. เทน้ำที่แช่เมล็ดถั่วทิ้ง แล้วเขย่าล้างน้ำสะอาดเบาๆ อีกครั้งก่อนรินน้ำล้างออกแล้วนำเมล็ดถั่วเกลี่ยลงในตะกร้าที่เตรียมได้จากข้อ 2 ให้กระจายตัว และไม่หนาแน่นจนเกินไป
5. นำผ้าขาวบางหรือเสื้อยืดเก่าผืนที่สองไปชุบน้ำให้ชุ่มแล้ววางทับลงไปบนเมล็ดถั่วโดยไม่ต้องบิดน้ำทิ้ง
6. วางถุงน้ำทับลงไปในแนวนอน เพื่อทำให้ถั่วงอกอวบอ้วน**
7. ดึงถุงพลาสติกที่พับปากรองตะกร้าไว้ ขึ้นมาห่อคลุมตะกร้าให้มิดชิด
8. เปิดถุงพลาสติกรดน้ำถั่วทุก 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้ความชื้น แล้วพันห่อไว้เหมือนเดิม เพื่อเก็บกักความชื้น
9.ทำซ้ำในขั้นตอนที่ 8 ต่อไปจนครบ 3 วัน จะพบว่าถั่วงอกหัวโตแน่นกล่อง ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะต่อการนำไปรับประทานได้
**การทำถั่วงอกให้อวบอ้วน : ใช้ถุงใสใบใหญ่ ขนาด 14 x 22 หรือ ใหญ่กว่า 1 ใบ ใช้บรรจุน้ำรัดปากให้แน่นแล้ววางทับไว้ชั้นบนสุด โดยให้มีปริมาณน้ำสูงจากพื้นสัก 2-3 นิ้วเมื่อวางถุงทับลงไปในแนวนอน
 

Hilight-Kaset/23_6_เข่ง.jpg

การเพาะถั่วงอกในเข่ง

5. การเพาะถั่วงอกในเข่ง : วิธีนี้สามารถเพาะขายเป็นอาชีพได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่มีขี้เลื่อยเยอะในพื้นที่ ถั่วงอกที่ได้จะมีสีต้นสวยน่าท่าน โดยไม่ต้องผ่านการใช้สารเคมี เพราะคุณสมบัติเฉพาะของขี้เลื่อยที่นำมาใช้เป็นวัสดุเพาะนั้นจะทำให้ถั่วงอกที่ได้มีสีเหลืองสวย
วัสดุ - อุปกรณ์
1.เข่ง 1 ใบ
2.ขี้เลี่อยไม้ยางพารา 1 กิโลกรัม
หมายเหตุ : ต้องเป็นขี้เลี่อยไม้ยางเท่านั้นเพราะถั่วงอกจะเติบโตดีถ้าขี้เลี่อยไม้ชนิดอื่นถั่วงอกจะไม่ขึ้น
3.ถั่วเขียว 2 กิโลกรัม
4.กระดาษหนังสือพิมพ์
5.ใบตองใช้รองก้นเข่ง
6.กะละมัง 1 ใบ
7. เชือก
8. ผ้าขาวบางผืนใหญ่ 1 ผืน
9. กระสอบป่าน 1 ใบ
ขั้นตอนการทำ
1.เตรียมเข่ง : รองก้นเข่งด้านในด้วยใบตองให้เต็มพื้นที่ก้นเข่ง แล้วนำกระดาษหนังสือพิมพ์คลุมเข่งให้รอบ แล้วมัดด้วยเชือกฟางให้แน่น
2.นำขี้เลี่อยใส่ในกะละมัง จากนั้นใส่เมล็ดถั่วเขียวลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเทลงไปในเข่ง ปิดทับด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำ(ไม่ต้องบิด)และกระสอบป่านชุบน้ำ รดน้ำตามให้ชุ่ม
3. ดูแลรดน้ำให้ชุ่มหลังเพาะ ดังนี้
- คืนที่ 1 รดน้ำ 1 กระถาง
- คืนที่ 2 รดน้ำ 2 กระถาง
- คืนที่ 3 รดน้ำ 2 กระถาง
4. เช้าวันที่ 4 ถั่วจะงอกออกเต็มเข่ง สามารถตัดปาดจากหน้าขี้เลื่อยที่ใช้เพาะเพื่อตัดขายได้เลย
 

Hilight-Kaset/23_7_ไห.jpg

การเพาะถั่วงอกในไห

6.การเพาะถั่วงอกในไห : ใช้หลักการเดียวกับวิธีอื่นๆ ซึ่งถั่วงอกจะโตดี เพราะไหหรือโอ่งดินนั้นจะเก็บกักความเย็นและความชื้นไว้ได้ดี ทำให้ตัวงอกโตดี เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีสภาพอากาศร้อน
วัสดุ - อุปกรณ์
1. ไห ขนาดใดก็ได้ (ใหญ่ -กลาง-เล็ก)
2. อุปกรณ์เจาะรูโอ่ง/ไห ได้แก่ สว่านไฟฟ้า+ดอกเจาะคอนกรีต ขนาด 2 หุน,ตะปูคอนกรีต 1 ตัว,ค้อน 1 อัน
3. ฟางข้าว
4. เมล็ดถั่วเขียว
5. ชั้นวางไห
ขั้นตอนการทำ
1. ล้างถั่วเขียวด้วยน้ำสะอาด แช่ในน้ำอุ่น(เตรียมได้จากน้ำร้อน+น้ำธรรมดา) เพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ดถั่วเขียวให้งอกได้ดียิ่งขึ้น แช่ทิ้งไว้ 6-8 ชั่วโมง หรือ แช่ทิ้งไว้ค้างคืน จะพบว่าเมล็ดถั่วจะเริ่มพองตัวและพร้อมงอก
อัตราการใช้เมล็ดถั่วเขียว :
- ไหขนาดเล็ก ใช้เมล็ดถั่วเขียว ครึ่งกิโลกรัม จะได้ถั่วงอก 2 กิโลกรัม
- ไหขนาดกลาง ใช้เมล็ดถั่วเขียว 1 กิโลกรัม จะได้ถั่วงอก 5 กิโลกรัม
- ไห ขนาดใหญ่ ใช้ เมล็ดถั่วเขียว 2 กิโลกรัม จะได้ถั่วงอก 10 กิโลกรัม
2. ล้างทำความสะอาดไหให้สะอาด ระวังอย่าให้มีกลิ่นตกค้างในไห แล้วนำไปเจาะรู ที่ก้น 1 รู และ ด้านข้าง ต่ำกว่าปากไหลงไป 1 คืบ 2 รู
การเจาะรูไห : ใช้ตะปูคอนกรีตตอกนำลงไปเบาๆ แล้วเจาะด้วยสว่านหัวเจาะคอนกรีตขนาด 2 หุน แบบไม่ต้องกด
3. ใส่เมล็ดถั่วเขียวตามอัตราในข้อ 1 ลงไปในไห แล้วใช้ฟางข้างมาม้วนปิดปากไห สำหรับไหขนาดกลางและขนาดใหญ่ ให้นำฟางข้าวไปอุดรูด้านข้างและด้านล่างด้วย จากนั้นจึงใส่น้ำให้เต็มไห แล้วคว่ำปากไหลงบนชั้นวางเพื่อรินน้ำออก ดึงฟางข้าวที่อุดรูทุกรูออก ขณะเทน้ำทิ้ง เพื่อช่วยระบายอากาศ
4. การให้น้ำ จะให้ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น โดยใช้วิธีเทน้ำใส่ไหให้เต็ม แล้วคว่ำปากไหลง เหมือนขั้นตอนที่ 3
5. การเพาะถั่วงอกในไหจะใช้ระยะเวลา 3 วัน จึงเก็บผลผลิตขายได้
หมายเหตุ : น้ำที่ใช้สำหรับการเพาะถั่วงอกในไห ควรเป็นน้ำบาดาลหรือน้ำกรองเท่านั้น ถ้าเป็นนำประปา จะทำให้ถั่วงอกเน่าเพราะคลอรีน
 

Hilight-Kaset/23_8_111111.jpg

การเพาะถั่วงอกคอนโดในถังพลาสติก
ภาพ : http://www.asia.tu.ac.th

7. เพาะถั่วงอกคอนโดในถังพลาสติก : วิธีนี้จะทำให้ได้ถั่วงอกครั้งละปริมาณมาก โดยไม่ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์หรือพื้นที่มากมาย สามารถทำเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี
วัสดุ - อุปกรณ์
1. ถังพลาสติกขนาด 30 - 50 ลิตร แบบมีฝาปิด สีดำ/เทา ทึบแสง เจาะรูก้นถังด้วยตะปู เหล็กลนไฟ หรือ สว่านให้ทั่ว 1 ใบ
2. ตาข่ายหรือตะแกรงพลาสติก รูเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียว ตัดเป็นรูปวงกลมขนาดเท่ากับถังที่ใช้เพาะ จำนวน 5 แผ่น
3. กระสอบป่านที่ใหม่และสะอาด หากหาไม่ได้ให้ใช้แผ่นตะแกรงตาข่ายที่มีขนาดรูเล็กกว่าในข้อ 2 แทน ตัดเป็นรูปทรงกลมให้ได้ขนาดเท่ากับถังเพาะที่ใช้ จำนวน 6-7 แผ่น
4. โต๊ะ เก้า อี้ ใช้ทำฐานตั้งถังเพาะ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างระวางถังกับพื้น ความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร
5. เมล็ดถั่วเขียว จำนวนครึ่งกิโลกรัม
-----------------------
หมายเหตุ : จำนวนแผ่นของตะแกรงพลาสติกหรือกระสอบป่าน เท่ากับชั้นคอนโดที่ต้องการ ในถังน้ำ 1 ใบ สามารถเพาะได้ตั้งแต่ 1- 5 ชั้น และจะใช้กระสอบป่านมากกว่าตะแกรงพลาสติก
ขั้นตอนการทำ
1.ล้างถั่วเขียวด้วยน้ำสะอาด แช่ในน้ำอุ่น(เตรียมได้จากน้ำร้อน+น้ำธรรมดา) เพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ดถั่วเขียวให้งอกได้ดียิ่งขึ้น แช่ทิ้งไว้ 6-8 ชั่วโมง หรือ แช่ทิ้งไว้ค้างคืน จะพบว่าเมล็ดถั่วพองตัวพร้อมงอก
2.นำวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดไปลวกน้ำร้อนก่อน เพื่อฆ่าเชื้อและเป็นการป้องกันการเกิดเชื้อรา/หากเป็นของใหม่แค่ทำความสะอาดก็เพียงพอ
3.เทน้ำแช่เมล็ดถั่วเขียวทิ้งแล้วแบ่งออกเป็นกองเท่าๆ กัน (จำนวนกองขึ้นอยู่กับจำนวนชั้นที่จะเพาะ )
4.ตั้งถังสำหรับเพาะถั่วงอกบนโต๊ะหรือฐาน วางแผ่นฟองน้ำหรือกระสอบป่าน(ชุบน้ำให้ชุ่ม)ลงไปในก้นถังเป็นชั้นแรก ตามด้วยตะแกรงพลาสติก และเมล็ดถั่วเขียวกองที่ 1
5.วางแผ่นฟองน้ำหรือกระสอบป่าน(ชุบน้ำให้ชุ่ม)ลงไปเป็นชั้นที่ 2 ตามด้วยตะแกรงและเมล็ดถั่วเขียวกองที่ 2 /ทำซ้ำขั้นตอนนี้ไปจนถึงชั้นสุดท้ายที่ต้องการ
6.ปิดชั้นบนสุดด้วยกระสอบป่าน(ชุบน้ำให้ชุ่ม) ทับด้วยถุงน้ำ เพื่อทำให้ต้นถั่วงอกอวบอ้วน แล้วปิดฝา
7.รดน้ำทุกๆ 4-6 ชั่วโมง จนครบ 3 วัน แล้วยกแผ่น(ชั้นเพาะ)ขึ้นมาตัดราก เก็บผลผลิตทานหรือจำหน่ายได้
 

Hilight-Kaset/23_9_5555.jpg

ถั่วงอกตัดราก เพาะแบบคอนโดในถังพลาสติก
ภาพ : http://www.asia.tu.ac.th

เทคนิคการเพาะถั่วงอกให้ประสบความสำเร็จเชิงการค้า :
1.เมล็ดพันธุ์ : เมล็ดพันธุ์ถั่วต้องดี มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูง สายพันธุ์ถั่วเขียวที่แนะนำคือ กำแพงแสน 2 เนื่องจากเป็นถั่วเขียวผิวมันเมล็ดใหญ่ มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงทำให้ถั่วงอกที่เพาะออกมา ต้นโต ยาว อวบอ้วน น่าทาน
2.ภาชนะ: ภาชนะที่เพาะต้องทึบแสง มีการระบายน้ำดี เช่น การเพาะถั่วงอกในตะกร้า ให้นำถุงดำมาคลุม แล้ววางไว้ในห้องที่มืด เป็นต้น และควรทำการลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อ ก่อนนำมาใช้งานรอบใหม่ทุกครั้ง
3.น้ำ : ต้องมีการให้น้ำอย่างเหมาะสมและเพียงพอที่จะทำให้ถั่วงอกที่เพาะไม่เกิดความร้อนสะสมมากเกินไป
วิธีสังเกตความร้อนสะสม : ให้ผู้เพาะใช้มือสัมผัสเมล็ดถั่วเขียวชั้นบนสุดว่ารู้สึกร้อนหรือไม่ หากเริ่มร้อน ควรให้น้ำทันที และการให้น้ำแต่ละครั้งจะต้องไม่มีไอจากความร้อนขึ้นมา เพราะถ้าตะกร้าหรือวงบ่อที่เพาะถั่วงอกมีความร้อนสะสมมากไป จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของถั่วงอก ทำให้ลำต้นเล็กไม่อวบอ้วนและมีรากฝอยมากเกินไปไม่น่าทาน
4. ตะแกรง : ตะแกรงที่ใช้ในการเพาะถั่วงอกแบบคอนโค ควรเป็นตะแกรงเกล็ดปลาพลาสติกที่มีรูละเอียด(ไม่ควรใช้ตะแกรงเหล็กเพราะจะเกิดสนิมได้ง่าย) มีขนาดของรู กว้าง x ยาว 4-5 มิลลิเมตรเท่านั้น หรือดูให้มีรูตาเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียว เพื่อป้องกันเมล็ดถั่วหลุดร่วง ตะแกรงชนิดนี้มีจำหน่ายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป การใช้ตะแกรงจะทำให้รากถั่วแทงทะลุตะแกรงออกมา และช่วยพยุงให้ส่วนของต้นตั้งตรงขึ้น จึงสะดวกต่อการตัดต้นถั่วงอกออกจากตะแกรง
5. กระสอบป่าน : ประโยชน์ของกระสอบป่านก็เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่เมล็ดถั่วเขียวที่เพาะและสามารถซักทำความสะอาดได้หลายครั้ง โดยประมาณแล้วจะมีอายุการใช้งานนาน 3 เดือน /ก่อนนำมาใช้ควรซักล้างทำความสะอาด และตากแดดให้แห้ง
เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...