โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุณลุงเป็นงง! อุตส่าห์รอเงิน 'เราชนะ' สุดท้ายถูกสวมสิทธิไปใช้ ไม่เหลือสักบาท

Khaosod

อัพเดต 09 มิ.ย. 2564 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 12.00 น.
คุณลุงเป็นงง! อุตส่าห์รอเงิน 'เราชนะ' สุดท้ายถูกสวมสิทธิไปใช้ ไม่เหลือสักบาท

คุณลุงเป็นงง! อุตส่าห์รอเงิน 'เราชนะ' สุดท้ายถูกสวมสิทธิไปใช้ ไม่เหลือสักบาท เผยหวังสะสมเงินไปซื้อของ ใช้ระบบบัตรประชาชน พอไปถึงร้านไม่เหลือเงิน-ถามแบงก์แจงถูกใช้ไปแล้ว

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.64 นายยงยุทธ สงบวาจา อายุ 62 ปี ชาวต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เข้าพบพ.ต.ท.ชาติชาย ดอนชัย รองผกก.ป.สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่นำข้อมูลจากบัตรประชาชนของตนเอง แล้วไปใช้เงินในโครงการเราชนะ รอบที่สอง ซึ่งรัฐบาลโอนให้สัปดาห์ละ 1,000 บาท จำนวน 2 สัปดาห์ รวมเป็นเงิน 2,000 บาท หายไปหมดไม่เหลือให้ใช้สักบาท

นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนได้รับเงินในโครงการเราชนะ โดยผ่านทางบัตรประชาชน เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ในรอบแรกที่ได้รับ 7,000 บาท ก็ไม่มีปัญหา เวลาใช้ก็จะนำบัตรประชาชนไปให้ทางร้านค้าที่ซื้อของสแกน ซึ่งก็ใช้เงินหมดไปแล้ว ต่อมาในรอบสองมีเงินโอนเข้ามาสัปดาห์ละ 1,000 บาท ครั้งแรกวันที่ 21 พ.ค. และวันที่ 28 พ.ค. จำนวน 2 สัปดาห์ ซึ่งตนก็ยังไม่ได้ใช้ เพราะจะรวบรวมเป็นก้อน เพื่อนำมาซื้อข้าวสาร

กระทั่งวันที่ 6 มิ.ย. ตนให้ภรรยานำบัตรประชาชนไปซื้อของที่ร้านค้า แต่เมื่อร้านค้าสแกนบัตรก็บอกว่าเงินโครงการเราชนะยังไม่เข้ามา ทั้งที่คนอื่นได้หมดแล้ว ภรรยาของตนจึงต้องจ่ายเงินสดไป และทางร้านก็บอกว่า ถ้ามีเงินเข้าบัญชีที่ร้านจะคืนเงินให้ ต่อมาในวันที่ 7 มิ.ย. ตนจึงนำบัตรมาให้ร้านสแกนอีก ก็ยังไม่มีเงินเข้ ลูกสาวจึงได้ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อสอบถามข้อมูลว่าทำไมไม่มีเงินเข้ามา ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่ามีเงินเข้ามาแล้วทั้ง 2 งวด และถูกใช้ไปหมดแล้ว

เมื่อตรวจสอบพบว่าเงินถูกในช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ค. ที่มีเงินเข้าในวันแรกและช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค. ที่ร้านค้าในอ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงเชื่อว่าน่าจะถูกสวมสิทธ์แล้วเอาเงินไป จึงมาแจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง เพื่อให้ช่วยติดตามคนที่นำข้อมูลไปใช้ ทั้งที่บัตรประชาชนนั้นก็อยู่กับตนตลอด แม้ว่าเงินจะไม่มาก แต่ก็อยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับโครงการที่รัฐบาลช่วย แม้แต่เงินน้อยนิดก็ยังมีพวกมิจฉาชีพมาสวมสิทธิ์ในยามที่วิกฤตที่มีโรคแพร่ระบาด ซึ่งไม่สามารถทำอะไรและต้องใช้เงินในโครงการนี้

จึงอยากจะฝากให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบว่า โครงการนี้มีจุดอ่อนตรงไหนที่คนอื่นสามารถเจาะเอาข้อมูลไปใช้ได้ โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รู้เรื่องเลย ทั้งที่บัตรประชาชนและรหัสนั้นก็อยู่กับตัว แต่คนอื่นกลับนำไปใช้ได้เหมือนเงินสด ซึ่งตนเสียความรู้สึกว่าอุตส่าห์เก็บเอาไว้เป็นก้อน เพื่อที่จะนำไปซื้อของใช้ แต่กลับไม่พบเงินสักบาท ซึ่งทางธนาคารเลยแนะนำให้ไปแจ้งความดำเนินคดี จึงได้มาในวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...