โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'หลุยส์ ซัวเรซ' ค่ำคืนสลัดคราบผู้ร้ายแห่ง 'เวิลด์คัพ'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2561 เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2561 เวลา 09.00 น.

อุรุกวัยยิงแค่ 2 ประตู ใน 2 นัดของฟุตบอล แต่ก็เพียงพอในการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

แมตช์ที่ 2 ทีมจอมโหดเฉือนชนะ ซาอุดีอาระเบีย 1-0 จากประตูชัยของ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวร้ายทำให้ทีมไปไม่ถึงฝัน ในฟุตบอลโลก 2014

ซัวเรซไปกัด จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ อิตาลี ในรอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ถึงแม้วันนั้นอุรุกวัยจะชนะ 1-0 และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมไปได้ แต่ซัวเรซโดนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษห้ามลงแข่งขันในนามทีมชาติยาว 9 นัด ทำให้ไม่สามารถช่วยทีมได้ในแมตช์ที่เหลือ ก่อนที่อุรุกวัยจะโดนเพื่อนร่วมทวีปอเมริกาใต้อย่างโคลอมเบียเขี่ยตกรอบ 16 ทีมไปอย่างบอบช้ำ

ซัวเรซกลายเป็น “ไอ้โรคจิต” ที่ไปกัดคู่แข่ง และมีการขุดคุ้ยเหตุการณ์ที่เขาเคยกัดนักเตะคนอื่นๆ ออกมาแฉกันมากมาย ก่อนที่จะตัดสินใจอำลาทีม ลิเวอร์พูล ไปเล่นให้ บาร์เซโลน่า เพราะโดนสื่ออังกฤษกดดัน รวมทั้งยังโดนแบนในระดับสโมสรอีก 4 นัดด้วย

ถ้าย้อนกลับไปนานกว่านั้น 8 ปีที่แล้ว ในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ซัวเรซก็เคยโดนใบแดงไล่ออกจากสนามมาแล้ว เมื่อเขาใช้มือปัดลูกยิงของนักเตะกานา หน้าเขตโทษ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จนโดนใบแดง ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู แต่วันนั้นอุรุกวัยชนะจุดโทษ 4-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ

ครั้งนั้นซัวเรซได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ที่เสียสละตัวเองเพื่อให้ทีมได้รับชัยชนะ แต่เมื่อไม่มีเขา อุรุกวัยก็อ่อนแอลง ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ไม่สามารถแบกทีมได้ และแพ้ เนเธอร์แลนด์ 2-3 ชวดเข้าชิง

4 ปีที่ผ่านไป เหมือนว่าซัวเรซจะมีวุฒิภาวะที่โตไปตามอายุ และฝีเท้าที่ยังคงเชื่อใจได้ยามอยู่ในสนาม ไม่มีเหตุการณ์อื้อฉาวใดๆ อีก ประสบความสำเร็จกับบาร์ซ่ามากมาย และยังคงเป็นความหวังสูงสุดของทีมชาติ และเพิ่งผ่านการรับใช้ชาติไปครบ 100 นัดอย่างสวยหรู

กองหน้าจากบาร์เซโลน่าฉลองการเล่นให้อุรุกวัยนัดที่ 100 ด้วยการยิงประตูชัยส่งให้อุรุกวัยเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อีกครั้ง ความหวังการจะเข้าไปคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ก็ยังคงเปิดกว้าง

ประตูที่เขายิงได้ในวันนี้ ทำให้ซัวเรซกลายเป็นนักเตะอุรุกวัยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ยิงประตูในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้ 3 สมัยติดต่อกัน และทำประตูให้ทีมชาติรวมกัน 52 ประตู ยังคงเป็นนักเตะที่ยิงประตูให้ทีมชาติได้มากที่สุด และตลอด 11 ปีที่ผ่านมา เขาซัดประตูให้ทีมชาติได้ทุกปีไม่มีบกพร่อง

ซัวเรซบอกว่า ประตูนี้พิเศษสำหรับเขามาก แต่ใจจริงแล้วอยากจะยิงให้ได้ตั้งแต่แมตช์แรกกับ อียิปต์ แต่ก็ภูมิใจมากที่มีส่วนช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ซึ่งทีมอาจจะไม่สามารถเล่นในสไตล์ที่ถนัดได้ แต่การยิง 1 ประตูและเป็นชัยชนะนับเป็นสิ่งสำคัญในฟุตบอลโลก

ขณะที่ ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือทีมจอมโหดกล่าวถึงฮีโร่ของทีมว่า ซัวเรซเป็นนักเตะที่มีความรับผิดชอบเป็นเอกลักษณ์ เขามักจะใช้แรงกดดันเป็นพลังให้เขาทุ่มเทเพื่อทีม

นอกจากการฉลองการเข้ารอบ 16 ทีมของทีมจอมโหด ซัวเรซยังประกาศข่าวดีให้แฟนบอลได้ทราบว่า โซเฟีย บาลบี้ ภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 ซึ่งเขาใช้ลูกบอลใส่ไปในเสื้อในการฉลองประตูที่ยิงได้ เป็นสัญลักษณ์ก่อนแล้ว 1 ครั้ง

บาลบี้เป็นผู้ที่อยู่เคียงข้างกับซัวเรซมาครึ่งชีวิต ฟุตบอลโลก 2010 ซัวเรซเป็นที่เกลียดชังของชาวแอฟริกันทั้งทวีป ที่ใช้มือปัดบอลเกมกับกานา ปี 2014 กลายเป็นจอมกัดที่โดนเหยียดหยาม บาลบี้นี่เองที่เป็นค่อยๆ ปรับพฤติกรรมของสามีมาเรื่อยๆ

“บาลบี้สังเกตพฤติกรรมของผม เธอบอกว่าผมไปเถียงกรรมการอยู่บ่อยๆ และมีปัญหามักจะมีปัญหากับกองหลังคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในสนาม” ซัวเรซเคยบอกกับนิตยสารลิเวอร์พูลไว้อย่างนี้

ในวัย 31 ปี ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเป็นฟุตบอลโลกหนสุดท้ายของเขาแล้ว ไม่ว่าอุรุกวัยจะปิดฉากฟุตบอลในรอบไหน จะคว้าแชมป์โลกได้หรือไม่

ถ้าซัวเรซสามารถรักษาสมาธิและความนิ่งเอาไว้ได้จนจบ ไม่มีเรื่องอื้อฉาวเหมือนเวิลด์คัพ 2 ครั้งที่ผ่านมา เขาจะกลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตของทีมจอมโหดแบบไม่ต้องสงสัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...