ปรับปรุงใหญ่ ประตูข้ามแดนสระแก้ว ทรุดโทรม ใช้งานนานกว่า 20 ปี
ปรับปรุงประตูรั้วข้ามด่าน-เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ห้องประชุมบูรพา ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานการประชุมคระกรรมการบริหารจุดผ่านแดนจังหวัดสระแก้ว ครั้งที่ 1/2563 โดยมี หน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการระดับจังหวัด คณะกรรมการระดับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติในการจัดหางบประมาณซ่อมแซมประตูรั้ว ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ที่ สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา
นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เผยว่า ประตูรั้วผ่านแดน บริเวณสะพานมิตรภาพชายแดนไทย-กัมพูชา ทรุดโทรมมาก เนื่องจากก่อสร้างมานานแล้ว มีการปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2554 เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องการสัญจรข้ามแดนของบุคคลบริเวณด่านพรมแดนไทย-กัมพูชา ให้เป็นระเบียบ ประตูรั้วได้ก่อสร้างมานานกว่า 20 ปี มีสภาพทรุดโทรมมากไม่สามารถซ่อมแซมได้ และเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา กองกำลังบูรณพา ด่านศุลกากรอรัญประเทศ และอำเภออรัญประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักได้ดำเนินซ่อมแซม และปรับปรุงมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ไม่สามารถใช้งานได้ดีอีก จึงเสนอให้มีการปรับปรุงใหม่ จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารจุดผ่านแดนขึ้น เพื่อพิจารณาแบบแปลนและการจัดหางบประมาณขึ้น ทั้งนี้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองได้เขียนแบบแปลนและรายละเอียดค่าใช้จ่ายเรียบแล้วแล้วนำมาเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา
ทั้งนี้ มติที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบตามแบบฯที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระแก้วเสนอแต่ให้ปรับรูปแบบให้สวยงามพร้อมมีความมั่นคงแข็งแรงไปพร้อมกัน ใช้ระบบเปิด-ปิดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือหากเกิดขัดข้องสามารถใช้แรงเจ้าหน้าที่เปิด-ปิดได้ สำหรับด้านงบประมาณ ได้ขอรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว เนื่องจากเป็นเรื่องด่วน โดยเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว จะส่งมอบให้เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษา โดยมอบให้อำเภออรัญประเทศจัดส่งหนังสือขอรับปรุงมายังสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินการส่งเรื่องขอรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วต่อไป ด้านการดำเนินการก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ทั้งนี้ยังไม่ร่วมถึงการรื้อถอน โดยมอบหมายให้กองกำลังบูรพาประสานแจ้งกำหนดเวลาการปรับปรุงรั้วดังกล่าวกับจังหวัดบันเตยเมียนเจย ประเทศกัมพูชาต่อไป