โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้นำตะวันตกร่วมชี้ “อิหร่าน” พลาด ยิงขีปนาวุธสอยเครื่องบินยูเครนตก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. 2563 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2563 เวลา 06.21 น.

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานด้านข่าวกรองโดยผู้นำประเทศตะวันตกเมื่อวันพฤหัสบดี (9 ม.ค. 20) ซึ่งระบุตรงกันว่า เครื่องบินของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ ถูกยิงตกในกรุงเตหะราน ด้วยขีนาวุธแบบพื้นดินสู่อากาศของกองทัพอิหร่าน

ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 176 ราย ซึ่งเป็นชาวแคนาดาถึง 63 ราย โดยนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า ข้อมูลจากหน่วยงานด้านข่าวกรองของแคนาดาและประเทศพันธมิตรรายงานตรงกันว่า เครื่องบินของสายการบิน “ยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์” ถูกยิงตกด้วยขีปนาวุธชนิดพื้นดินสู่อากาศของกองทัพอิหร่าน อย่างไรก็ตามทาง “ทรูโด” ระบุว่า “ทางอิหร่านอาจไม่ได้ตั้งใจยิงเครื่องบินดังกล่าว” นอกจากนี้ทางแคนาดายังเรียกร้องอิหร่านให้ดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับกรณีนี้

ทางด้านนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ชี้ว่า เครื่องบินของสายการบินประเทศยูเครนถูกยิงด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน “โดยความไม่ตั้งใจ” ทั้งนี้ทางอังกฤษได้ร่วมมือกับแคนาดาและประเทศพันธมิตรเพื่อสืบสวนเรื่องนี้ ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ตัวเขาไม่เชื่อว่าเครื่องบินยูเครนเกิดปัญหาการขัดข้องทางเทคนิคจนนำไปสู่อุบัติเหตุเครื่องตกตามที่ทางการอิหร่านกล่าวอ้าง

ทั้งนี้เครื่องบินรุ่นโบอิ้ง ของสายการบิน ยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ เกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการโจมตีฐานทัพสหรัฐและพันธมิตรในอิรักของกองทัพอิหร่าน เพื่อตอบดต้การสังหารนายพล “โซเลมานี” โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากขีปนาวุธของอิหร่านในวันนั้น

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...