โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จักกับ Digital Nomad ไลฟ์สไตล์คนทำงานแบบไร้ออฟฟิศ

Mango Zero

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 07.50 น. • Mango Zero

เคยสังเกตมั้ยว่าเดี๋ยวนี้เวลาไปเที่ยวไหน ไม่ว่าจะร้านกาแฟสวยๆหรือไปเที่ยวไกลๆต่างจังหวัด ก็มักจะเห็นคนพกแล็ปท็อปไปนั่งทำงานด้วยเสมอ 

การพัฒนาของโลกดิจิทัลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสไตล์การทำงานของคน จากแต่ก่อนรูปแบบงานส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานอยู่กับที่ในออฟฟิศจนปัจจุบันนี้เริ่มมีอาชีพหลากหลายที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ขอเพียงแค่มีแล็ปท็อปและอินเตอร์เน็ตก็พอ

หนึ่งในรูปแบบการทำงานแบบนี้ที่น่าสนใจก็คือ Digital nomad ไลฟ์สไตล์การทำงานแบบไร้ออฟฟิศและเปลี่ยนสถานที่ต่างๆไปเรื่อยๆนั่นเอง รูปแบบการทำงานนี้เป็นยังไงบ้าง มาทำความรู้จักกัน !

อิสระในสถานที่ทำงาน

ลักษณะของ Digital Nomad นั้นจะมีอิสระไม่มีข้อจำกัดเรื่องที่ทำงาน สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ Co-working space ร้านกาแฟ ในสวน ริมทะเล บนภูเขา จนไปถึงเลือกไปต่างประเทศก็ได้

เพียงแค่มีแล็ปท็อป มือถือ อินเตอร์เน็ต เป็นเครื่องมือหลักในการทำงานก็พอ เทรนด์ digital nomad ที่กำลังมาทำให้มีเว็บไซต์สำหรับเป็นตัวช่วยตัดสินใจโดยเฉพาะเลยอย่างเว็บ Nomadlist ว่าควรจะไปที่ไหนดี โดยมีเกณฑ์ต่างๆของสถานที่ให้เราพิจารณาไม่ว่าจะเป็นความแรงอินเทอร์เน็ต สภาพอากาศ ความปลอดภัย ค่าครองชีพ เป็นต้น

รูปแบบการทำงานที่บาลานซ์การทำงานและความสุขในการใช้ชีวิตเข้าด้วยกัน

Digital nomad จะทำงานควบคู่กับการออกเดินทางใช้ชีวิตเรื่อยๆ เช่นสองเดือนนี้ทำงานท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเล ฟังเสียงคลื่นที่ภูเก็ต จากนั้นเปลี่ยนไปทำงานริมแม่น้ำโขงแถบภาคอีสานอีกสักเดือน เป็นต้น  ไลฟ์สไตล์การทำงานแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นการบาลานซ์ชีวิตและการทำงานเข้าหากันอย่างแท้จริง

วินัยและการใช้เงิน เป็นสิ่งที่สำคัญ

ด้วยความที่ทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วย สิ่งสำคัญที่ Digital nomad ทุกคนต้องมีอย่างแรกคือวินัย เพราะต้องคอนโทรลตัวเองให้อยู่ทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องเที่ยว เวลาไหนทำงานก็ควรจะทำไม่ว่อกแว่ก แล้วจึงแบ่งเวลาไปใช้ชีวิต เที่ยวสถานที่นั้นๆ ต่อ อย่างที่สองคือการใช้เงิน

เนื่องจากการออกไปทำงานข้างนอกก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในชีวิต ยิ่งเราทั้งทำงานทั้งเที่ยวอีก เงินจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญ ต้องใช้เงินให้เป็นและใช้อย่างประหยัด ไม่งั้นเงินที่เราได้มาจากการทำงานคงต้องหมดไปกับค่าใช้จ่ายในการออกมาทำงานข้างนอกแน่ๆ

อาชีพอะไรก็เป็นได้ขอแค่เชื่อมต่อกันผ่านโลกออนไลน์

Digital Nomad เป็นไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับอาชีพอะไรก็ได้ที่สามารถติดต่อและทำงานเชื่อมต่อกันทางไกลผ่านโลกออนไลน์ได้ ในที่นี้เราจะลองยกตัวอย่างอาชีพที่พบมากในหมู่ Digital nomad เช่น นักแปล, บล็อกเกอร์, กราฟฟิกดีไซนเนอร์, Video Creator, Social Media manager, Copywriter, ครูสอนภาษาออนไลน์, โปรแกรมเมอร์ เป็นต้น

เป็นการทำงานที่ช่วยพัฒนาความสามารถปรับความคิดสร้างสรรค์

การที่คนกลุ่มนี้ได้ออกไปทำงานข้างนอก เปลี่ยนสภาพแวดล้อมต่างๆในการทำงานไปเรื่อยๆ ทำงานอย่างอิสระคนเดียวจะทำให้ได้ฝึกตัดสินใจ ได้หัดลองผิดลองถูก จะทำให้กลายเป็นคนที่มีความสามารถหลายด้านมากยิ่งขึ้น สามารถยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ต่างๆ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีความกระตือรือร้น และที่สำคัญคือมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น จากการอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่จำเจ 

รู้จักกับรูปแบบการทำงานแบบ Digital nomad มากขึ้นแล้ว ใครที่รู้สึกว่าการทำงานที่บาลานซ์เรื่องเที่ยวกับทำงานเข้าด้วยกันแบบนี้เหมาะกับตัวเอง อยากจะลองเปลี่ยนตัวเองเป็นมนุษย์ Digital Nomad ดู ก็ลองศึกษาเพิ่มเติมลึกๆอีกทีนะ 🙂 

 

ที่มา :

TCDC

fluent.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...