โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘หนู-อนุทิน’ซ่อนดาบในรอยยิ้ม

แนวหน้า

เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 17.00 น.

การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาวันแรก..เมื่อวันที่ 29 กันยายนเมื่อวานนี้ ..ก็เป็นแค่พิธีกรรมตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้..ว่าจะต้องแถลงก่อนปฏิบัติหน้าที่

เพราะโดยข้อเท็จจริง..การอภิปรายของฝ่ายค้านส่วนใหญ่ไม่ได้เจาะลึกเรื่องตัวนโยบายเป็นประการสำคัญ..แต่ใช้โอกาสตีสำบัดสำนวน..เอ่ยอ้างประชาชนให้ดูขลัง..แล้วก็โจมตีพรรคคู่ต่อสู้เพื่อ“เกทับบลัฟ”กัน..ข้อคิดดีๆ..ที่มาจากสมองและประสบการณ์เพื่อเสนอแนะให้ฝ่ายรัฐบาลรับไว้เป็นการบ้าน..ถึงจะพอมีอยู่บ้าง..แต่ก็น้อยมาก

เมื่อวานเท่าที่ติดตามดูในช่วงเช้า..จะมีก็นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ..และ สส.12 สมัย..อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์..ที่ได้น้ำได้เนื้อ..และมีลีลาพร้อมคมฝีปาก..สมกับเป็นนักการเมืองเลือดประชาธิปัตย์

ส่วนฝ่ายค้านคือพรรคประชาชน..โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ..หัวหน้าพรรคประชาชน..ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร..กับฝ่ายแค้นคือพรรคเพื่อไทย..โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวพรรคเพื่อไทย..นั้น..พออ้าปากอภิปราย..ก็รู้แล้วว่า..ยึดประโยชน์ของฝ่ายตนเองและพรรคตนเองเป็นที่ตั้ง

อย่างนายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ..ซึ่งเป็นตัวแทนความคิดของนักการเมือง“พรรคส้มเน่า”..ที่ฝังจำเหมือนมีอาการจิตหลอนอยู่กับการรัฐประหาร..จึงเห็นปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญสำคัญกว่าปัญหาอื่นๆ ที่เป็นปัญหาเร่งด่วน..โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน..กับปัญหากัมพูชารุกรานไทย

โดยนายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ..ได้อภิปรายว่า..รัฐบาลเข้าทำหน้าที่ในกรอบ 4 เดือนอย่างเป็นทางการ..ถือเป็นหมุดหมายแรกของพรรคประชาชนในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน..เพื่อนับถอยหลังสู่การยุบสภาฯ..มุ่งหน้าสู่การจัดทำประชามติ..สู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่..เพื่อให้เห็นความสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่..โดยจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ให้แล้วเสร็จก่อนยุบสภาฯ

นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ..กล่าวว่า “ผมและพรรคประชาชนใช้เสียงของเรา..เพื่อมุ่งหวัง 4 เดือนต่อจากนี้..เปิดประตูสู่อนาคตใหม่ของประเทศ..เมื่อทุกท่านหลับตาลงนึกถึงหน้าลูกหลาน..พวกเขาจะเป็นลูกหลานไทยรุ่นแรก..เดินเข้าคูหาเลือกตั้ง..และตลอดชีวิตของเขา..ชีวิตของเขาอยู่ในระบบการเมืองประชาธิปไตย..ปราศจากการรัฐประหาร..ไทยพุ่งทะยานได้ต่อเนื่อง..ไม่ใช่ใช้เสียงปิดประตู..ทำให้วงจรชีวิตลูกหลานติดอยู่ในลูป..ในระบบการเมืองแบบคนทุกรุ่นกำลังเสื่อมศรัทธา”

ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว..ตัวแทนพรรคฝ่ายแค้น..ลุกขึ้นมาก็โจมตีรัฐบาล เหมือนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทันที..โดยกล่าวว่า..นโยบายของรัฐบาลไม่ได้นำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง..แต่เป็นหายนะของประเทศในระยะยาว..เป็นการจัดวางอำนาจเพื่อสืบทอดและครอบงำ..มากกว่าพยายามที่จะสร้างภาพอนาคตของประเทศที่ดูจับต้องได้

และการอภิปรายของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว..ครั้งนี้..ยังเหมือนกับสำนวนไทยที่ว่า“ขว้างงูไม่พ้นคอ”..เพราะปัญหาที่ นพ.ชลน่านยกขึ้นมานั้น..ล้วนเกิดมาจาก 2 ปีที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยสร้างเอาไว้ทั้งสิ้น..เช่นว่า

“เวลาสี่เดือนสำหรับการเมืองอาจจะไม่นาน..แต่สำหรับประชาชนที่ต้องทนอยู่กับเศรษฐกิจชะลอตัว..รายได้ที่ไม่พอรายจ่าย..และคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีขึ้น..ระยะเวลาสี่เดือนต่อจากนี้..อาจเป็นเวลาที่สูญเสียไปอย่างไร้ความหมาย..สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า..รัฐบาลนี้ยังไม่สามารถวาดภาพอนาคตที่มั่นคงให้ประชาชนเห็นได้เลย..แต่จะกลายเป็นปัญหามากกว่าทางออกของประเทศ..และไม่ใช่ปัญหาธรรมดา..แต่เข้าขั้นหายนะ”

นอกจากนั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว..ซึ่งเป็นนักการเมืองอีกคนหนึ่งในคอกเพื่อไทยที่ทอดตัวรับใช้“ตระกูลชินวัตร”แบบถวายหัว..ยังได้อภิปรายเหมือนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจซักฟอกนายอนุทิน ชาญวีรกูล..เกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลในกรอบเวลา 4 เดือน..อันจะนำไปสู่ความหายนะเรื่องความโปร่งใสและหลักนิติรัฐนิติธรรมว่า..การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีฐานที่มั่นใน“บุรีรัมย์”..สะท้อนปัญหาเรื่องการใช้ฐานอำนาจท้องถิ่นและเครือข่ายการเมือง..มากกว่าการคัดสรรบุคคลตามความสามารถและมาตรฐานจริยธรรม..พร้อมทั้งยังได้ตั้งฉายารัฐบาลว่า..“รัฐบาลอนุวิน-เนทิน-หนูเน”

อย่างไรก็ตาม..ทุกปมประเด็นในซีกของ สส.พรรคเพื่อไทยที่ลุกขึ้นมาอภิปรายนั้น..เป็นเรื่องที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เคยทำ..และทำล้มเหลวมาแล้วทั้งสิ้น..แต่กลับมาโยนให้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล..ที่เพิ่งจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเป็นวันแรก..โดยที่ยังไม่ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่

ฟังไปฟังมา..อดคิดไม่ได้ว่า..สส.พรรคเพื่อไทยทำไมถึง“โกหกได้หน้าตาเฉย” คล้ายกับคนเขมร..เช่นล่าสุด “ปรัก สุคน”รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา..ได้ไปพูดบิดเบือนเกี่ยวกับสงครามกัมพูชารุกรานไทย..ทำให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว..รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย..อดรนทนไม่ไหว..ต้องแฉกลางเวทีที่“ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยที่ 80”..ณ นครนิวยอร์ก..สหรัฐอเมริกา..เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา..และได้รับเสียงปรบมืออย่างเกรียวกราว

สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล..ได้ประกาศเป็นคำมั่นต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า..วันที่ 31 มกราคม 2569..ยุบสภาฯแน่นอน..ซึ่งเป็นไปตามพันธะที่ลงนามใน“MOA”ร่วมกับพรรคประชาชน..และว่า..“รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ..ที่ต้องเข้ามาแก้ไขความเสียหายของประเทศที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่แล้วมา..จะทำทุกอย่างเพื่อเรียกความเสียหาย..ความสูญเสีย..ทั้งเรื่องเกียรติภูมิของประเทศ..เศรษฐกิจ..ขวัญกำลังใจ..ความปลอดภัยของประชาชน..กลับมาสู่ประเทศไทยและคนไทยให้ได้..ในระยะเวลาทำงาน 4 เดือน”

สรุปภาพก็คือ..การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสมาชิกรัฐสภาเมื่อวานนี้..นายอนุทิน ชาญวีรกูล..เป็นฝ่ายที่“ซ่อนดาบในรอยยิ้ม”..แล้วเชือด“ชลน่าน ศรีแก้ว”ขุนพลของพรรคเพื่อไทยแบบนิ่มๆ..คาห้องประชุมพระสุริยัน !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...