NER ออเดอร์ล้น กำไรทะลัก!
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2568 เวลา 00.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์คุณค่าบริษัท
การที่บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือNER ปรับเป้าปริมาณขายในปีนี้ลงจากเดิม 500,000 ตัน เหลือ 470,000 ตัน และปรับเป้ายอดขายจาก 34,000 ล้านบาท เหลือ 32,500 ล้านบาท โดยเป็นผลกระทบมาจากการที่ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอดูสถานการณ์มาตรการภาษีของสหรัฐฯ นั้น อาจทำให้นักลงทุนรู้สึกกังวลกับผลประกอบการในปีนี้จะออกมาไม่ดี
แต่ถ้าไปดูปัจจัยพื้นฐานของ NER ถือว่ายังแข็งแกร่ง สะท้อนได้จากงบในไตรมาส 2/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 478.00 ล้านบาท โดยมีปริมาณขาย 111,883 ตัน เพิ่มขึ้น 21,432 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 23.69% คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 7,584.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,775.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.56% แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 6,087.80 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 80.27% ของยอดขายรวม หรือเพิ่มขึ้น 29.13% และรายได้จากการขายต่างประเทศ 1,496.76 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19.73% ของยอดขายรวม หรือเพิ่มขึ้น 36.74%
หนุนให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,162.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.72% ที่มีกำไรสุทธิ 932.36 ล้านบาท โดยมีปริมาณขาย 238,973 ตัน เพิ่มขึ้น 33,903 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 16.53% คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 16,282.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,931.51 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 31.83%
ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 3/2568 ถูกมองจะเติบโตได้ต่อ หลังจากปริมาณขายยังเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีออเดอร์ยางพาราล่วงหน้ายาวถึงเดือน พ.ย. 2568 แล้ว
ล่าสุดมีเซนติเมนต์เชิงบวกจากการที่รัฐบาลจีนยกเว้นภาษีนำเข้ายางพาราธรรมชาติจากไทย (ครอบคลุมพิกัดศุลกากร HS Code 4001, 4002 ) ที่ขนส่งผ่านช่องทางแม่น้ำโขง เป็น 0% จากเดิมต้องเสียภาษีนำเข้าที่ 20% ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้ไทยสามารถขยายตลาดยางในจีนได้เพิ่มขึ้น และมีศักยภาพในการแข่งขันเท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง
ด้านบล.เอเอสแอล ระบุว่า ยังมองในส่วนของราคาขายเฉลี่ยอาจทรงตัว-อ่อนตัวจากปีก่อน แต่คาดว่าระดับของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะดีขึ้น (ในไตรมาส 3/2567 GPM อยู่ที่ 8.28% และไตรมาส 4/2567 GPM อยู่ที่ 8.46%) ส่งผลให้ยังคงประมาณการทั้งปีที่รายได้ 3.17 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 1.92 พันล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกรายได้คิดเป็น 51.3% และกำไรคิดเป็น 60.4%ของประมาณการทั้งปี
ส่วนประเด็นไฟไหม้ เป็นส่วนของโกดังที่เก็บสินค้าสำเร็จรูป โดยปริมาณผลผลิตที่เสียหาย 2 พันกว่าตัน ซึ่งไม่กระทบการขายและส่งมอบ มูลค่าความเสียหายอยู่ในช่วง 200-400 ล้านบาท (รอการประเมิน) ทั้งนี้บริษัทมีประกันทั้งในส่วนของโครงสร้าง และสินค้าเต็มจำนวน คาดรายได้ประกันจะบันทึกได้ในช่วงไตรมาส 4/2568
สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น NER ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 4.16 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 16.86 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายต่ำกว่าตลาด สอดคล้องกับ P/BV ที่ระดับ 0.86 เท่า ก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.22 เท่า โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 5.66 บาท จากราคาต่ำสุด 4.50 บาท และราคาสูงสุด 6.40 บาท