โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศรีมาลา พรรณเชษฐ์ ทุ่ม 1.5 พันล้านผุดบ้านหรูเชียงใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มิ.ย. 2565 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 01.43 น.

สัมภาษณ์

แบรนด์ “มาลาดา” (MALADA) โครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนท้องถิ่นเชียงใหม่ ปักหมุดพัฒนาโครงการในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา กว่า 600 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท ล่าสุดยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อเนื่อง “ศรีมาลา พรรณเชษฐ์” CEO มาลาดา ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงการลงทุน หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มผ่อนคลาย

เปิดแผนลงทุน 1.5 พันล้าน

กลุ่มมาลาดาเริ่มทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่ เมื่อ 9 ปีที่แล้ว จำนวน 5 โครงการ กว่า 600 ยูนิตโดยจับทุกโปรดักต์ ได้แก่ บ้านเดี่ยวย่านอำเภอแม่ริม, โครงการมาลาดาโฮมแอนด์รีสอร์ท-บ้านเดี่ยว-อาคารพาณิชย์ย่านแยกสะเมิง-คลองชลประทานใกล้พืชสวนโลก, โครงการ M Town อาคารพาณิชย์บนถนนเลียบคลองชลประทาน, โครงการเพลย์ คอนโดมิเนียม บาย มาลาดา (PLAY CONDOMINIUM) บนถนนห้วยแก้ว และโครงการ Malada Maz ทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ ย่านอำเภอหางดง มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,000 ล้านบาท

ล่าสุดโครงการ “มาลาดา แกรนด์คูลี่” (MALADA Grand Coulee) เป็นโครงการลำดับที่ 6 ของกลุ่มมาลาดา เป็นโครงการแนวราบตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ ติดถนนเชียงใหม่-สันกำแพงสายใหม่ (กม.8) พื้นที่โครงการทั้งหมด 54 ไร่ มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยได้เริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 เป็นบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น ที่เป็น real modern เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่ม niche market ที่มีกำลังซื้อสูงและชอบบ้านที่มีดีไซน์ทันสมัย

โครงการทั้งหมด 54 ไร่ ได้ออกแบบวางผังให้มีความเป็นธรรมชาติ มีสวนสีเขียวส่วนกลาง 17 จุด ระบบการเดินสายไฟฟ้าใต้ดิน แบ่งออกเป็น 3 เฟส คือ เฟสแรก โซน M-town เป็นอาคารพาณิชย์ จำนวน 29 ยูนิต ขนาดพื้นที่ 185-200 ตารางเมตร 3 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ราคา 4 ล้านเศษ สามารถประกอบธุรกิจได้ และเป็นบ้านพักอาศัยได้ในตัว

ส่วนเฟส 2 เป้าหมายรองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่ และฟังก์ชั่นภายในบ้านที่คํานึงถึงการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ เริ่มจาก “มาลาดา แกรนด์” บ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่ จำนวน 58 ยูนิต เป็นบ้าน pool villa พื้นที่ดินเริ่มต้น 48 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยกว่า 257 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องครัว จอดรถได้ 3 คัน

นอกจากนี้ pool villa เป็นบ้านขนาด 3 ชั้น พื้นที่ 69 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 350 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องครัว ที่จอดรถ 4 คัน มีสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกหลัง ระดับราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 9.9 ล้านบาท และราคาสูงสุดอยู่ที่ 20 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 48-69 ตารางวา ซึ่งบ้านที่ขายดีที่สุดอยู่ที่ระดับราคา 15-20 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้วราว 50% ได้ส่งมอบโอนบ้านให้ลูกค้าไปแล้ว 10 ยูนิต

“เราพัฒนาโครงการนี้ในช่วงที่เกิดโควิดพอดี แต่ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ บ้านระดับไฮเอนด์ คือ กลุ่ม pool villa เติบโตมาพร้อมกับโควิด เพราะกลุ่มลูกค้าหลักส่วนใหญ่ทำธุรกิจค้าขายที่ปรับเปลี่ยนธุรกิจมาค้าขายทางออนไลน์ในช่วงโควิด เป็นเจ้าของโรงงานผลิตสินค้าที่ขายทางออนไลน์ และผู้ขายตรงผ่านออนไลน์ จัดเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงมาก สามารถตัดสินใจซื้อโครงการในราคา 15-20 ล้านบาทได้ทันทีและง่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในเชียงใหม่”

สำหรับเฟส 3 MALADA Coulee จำนวนเกือบ 200 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น โมเดิร์นสไตล์ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำที่จอดรถ 2 คัน ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 30-53 ตารางวา เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ราคาเริ่มต้น 3.9-6 ล้านบาท ขณะนี้ขายไปแล้วจำนวน 70-80 ยูนิต หรือเกือบ 50%

“ยอดขายอีก 50% ที่เหลือของบ้าน pool villa และ MALADA Coulee จะไม่เร่งรีบในการทำตลาด เพราะมองเห็น real demand มีอยู่จริง แต่อาจยังรอดูสถานการณ์ทั้งเศรษฐกิจและโควิด ตอนนี้มีสัญญาณบวกคือ ลูกค้าเดินเข้ามาดูโครงการเฉลี่ย 200 คน/เดือน เปรียบเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่แล้ว เข้ามาดูโครงการเฉลี่ย 100 คน/เดือน โดยทางโครงการตั้งเป้าไว้ว่าจะส่งมอบบ้านทั้งหมดทุกเฟสจำนวน 283 ยูนิต ภายใน 2 ปีนี้ โดยสิ้นปี 2565 คาดว่าจะส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้ราว 100 ยูนิต”

Modern J รับ New Normal

แผนในปี 2565 ได้พัฒนาเฟส 4 โซน coulee ภายในโครงการ “มาลาดา แกรนด์คูลี่” เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 20,000-30,000 บาท เป็นบ้านสไตล์ Modern Japanese (Modern J) มูลค่าโครงการราว 150 ล้านบาท ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป สมาชิกในบ้านน้อยลง ทำงานที่บ้านมากขึ้น (WFH) และคนรุ่นใหม่ต้องการบ้านขนาดเล็ก ๆ ดีไซน์ทันสมัย

“ลูกค้ากลุ่มนี้มีจำนวนมาก ต้องการบ้านที่เรียบง่าย มีครบทุกฟังก์ชั่น แต่ปัจจุบันไม่มี supply แบบนี้ออกมาเราจึงตัดสินใจทำบ้านราคา 2.99 ล้านบาท และกระแสตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด”

บ้าน Modern J มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 128 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่ด้านหน้าทางเข้าลดระดับแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า GENKAN เพื่อดักฝุ่นก่อนเข้าตัวบ้าน พร้อมมุมเก็บรองเท้า โถง double volume 5.6 เมตร เชื่อมต่อชั้น 1 และ 2 กระจกบานใหญ่มองเห็นพื้นที่สวน courtyard หลังบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้สูงสุดถึง 4 ห้องนอน ซึ่งเฟสนี้จะมีบ้านทั้งหมด 60 ยูนิต

ขณะนี้เริ่มเปิดขายโซนแรก 30 ยูนิต มียอดจองแล้ว 21 ยูนิต คาดว่าจะปิดการขายได้ภายในเดือนนี้ พร้อมส่วนลดและของแถมมูลค่ารวม 150,000 บาท ขณะที่เฟส 2 จะเริ่มเปิดการขายราวเดือนมิถุนายน 2565 และคาดว่าจะส่งมอบบ้านหลังสุดท้ายภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566

ลงทุนสวนกระแสรุกฐานใหม่

ช่วงสถานการณ์โควิด 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มลูกค้าต่างประเทศหายไป ทั้งกลุ่มคนจีนและกลุ่มลองสเตย์ แต่เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนไม่มาก เมื่อเทียบกับลูกค้าคนไทยที่เป็นกลุ่มหลัก โดยเฉพาะลูกค้าในพื้นที่เชียงใหม่ ตลาดมีชะลอไปบ้าง แต่ตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นต้นมา ลูกค้ากลุ่ม real demand เริ่มกลับมาแล้ว จึงเดินหน้าทำโครงการ “มาลาดา แกรนด์คูลี่” อย่างเต็มระบบทุกเฟส

เพราะขณะนี้ supply บ้านในเชียงใหม่ลดลง เพราะผู้ประกอบการชะลอและหยุดการลงทุน จึงเป็นโอกาสที่จะสร้าง supply ใหม่ ๆ มารองรับลูกค้าที่ต้องการบ้านจริง เป็นการลงทุนที่สวนกระแส และคู่แข่งน้อย ประกอบกับธนาคารอนุมัติสินเชื่อในการทำโครงการต่อเนื่อง ทำให้มีความพร้อมเต็มที่ในการพัฒนาโครงการอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับแผนการลงทุนระยะต่อไป เตรียมขยายการลงทุนโครงการแนวราบ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวหลายทำเลในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ โซนซูเปอร์ไฮเวย์ ดอยสะเก็ด สารภี หางดง และแม่ริม ซึ่งบางพื้นที่มีที่ดินเก็บไว้แล้ว โซนแม่โจ้สายใหม่ มีที่ดินเก็บไว้ 20 ไร่ โซนแม่ริม มีที่ดินเก็บไว้ 30 ไร่ และโซนสันกำแพงสายใหม่ 40 ไร่ ส่วนโซนอื่น ๆ อยู่ระหว่างเจรจาซื้อขายที่ดิน

“จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีโอกาสสูงมากในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพราะเมืองมีการขยายตัวตลอดเวลา ความต้องการของลูกค้าเป็น real demand ในเชียงใหม่ และภาคเหนือที่ต้องการบ้านจริง และราคาที่ดินยังอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ เช่น เมืองชายทะเลชั้นนำหลายเมือง”

CEO มาลาดาย้ำชัดว่า มาลาดาไม่ชอบเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่จะมีการเติบโตที่สม่ำเสมอ ทำตลาด niche market ที่มีคู่แข่งน้อย ตั้งเป้าสร้างบ้านได้ปีละ 100 หลัง เพื่อให้ได้บ้านที่มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นการเดินทางสายกลางกับก้าวรุกการลงทุนในวันนี้ ที่พร้อมรับการเปิดประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มผ่อนคลาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...