โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

MG ยันรถไฟฟ้านำเข้าราคาดีสุด ชี้ลูกค้าไม่ต้องรอซีเคดี ราคาไม่ลดลงอย่างแน่นอน

AutoFun Thailand

อัพเดต 08 เม.ย. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2566 เวลา 01.08 น. • Pisan
MG (เอ็มจี) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ระบุรถยนต์ไฟฟ้าที่จะประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ในปี 2568 เป็นต้นไปนั้น ไม่มีทางทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่ารุ่นนำเข้าแบบสำเร็จรูป (ซีบียู) ได้อย่างแน่นอน
  • ชี้ต้นทุนรถผลิตในจีนถูกกว่าไทยแน่นอน
  • โอกาสทองผู้บริโภคซื้อรถไฟฟ้าในปีนี้
  • ฉลอง 10 ปีในไทย ตั้งเป้าหมายที่ 5 ตลาดรวม

MG (เอ็มจี) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในประเทศไทย ระบุรถยนต์ไฟฟ้าที่จะประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ในปี 2568 เป็นต้นไปนั้น ไม่มีทางทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่ารุ่นนำเข้าแบบสำเร็จรูป (ซีบียู) ได้อย่างแน่นอน แนะลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อภายในปีนี้ ชี้เป็นโอกาสทองของลูกค้าที่จะได้สินค้าที่ราคาคุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอน

พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ประเทศจีนนั้นถูกกว่าในประเทศไทยมาก ทั้งในเรื่องของการผลิตจำนวนมากที่ส่งผลให้เกิดความคุ้มค่ามากกว่า รวมไปถึงปัจจัยเรื่องค่าแรงในการประกอบรถยนต์ในไทย และต้นทุนการนำเข้าชิ้่นส่วนที่สูงกว่าเช่นกัน

"ตอนนี้หลายคนถามว่าเข้ามาประกอบแล้วราคาจะถูกลงไหม ผมคิดว่าไม่อย่างแน่นอน ค่ายรถส่วนใหญ่ก็คงจะเน้นการรักษาราคาจำหน่ายเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่อง เพราะต้นทุนการผลิตที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ หากลูกค้าซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงนี้ ก็จะมีออพชั่นและทางเลือกที่มากกว่า เนื่องจากการนำเข้าทั้งคันสามารถทำได้หลากหลายกว่าการผลิตที่มีข้อจำกัด"

MG (เอ็มจี) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ระบุรถยนต์ไฟฟ้าที่จะประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ในปี 2568 เป็นต้นไปนั้น ไม่มีทางทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่ารุ่นนำเข้าแบบสำเร็จรูป (ซีบียู) ได้อย่างแน่นอน

เล็งนำเข้ารถไฟฟ้าอีก 2 รุ่น ดันยอดขาย 1 หมื่นคัน

เอ็มจีตั้งเป้าหมายที่จะนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อีก 2 รุ่นในปีนี้ จากที่มีทำตลาดอยู่แล้ว 3 รุ่น ประกอบไปด้วย MG EP (เอ็มจี อีพี) MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) และ MG4 (เอ็มจี4) โดยในปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัททำได้ที่ประมาณ 4,000 คัน เป็นผลมาจากการขาดแคลนซัพพลายในด้านรถยนต์ไฟฟ้า จากปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดัคเตอร์สำหรับการผลิต ซึ่งในปีนี้ได้มีการเจรจากับบริษัทแม่ในเรื่องการจัดสรรสินค้าเข้ามาแล้ว และคาดว่าจะทำให้บริษัทมียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพิ่มเป็น 1 หมื่นคัน คิดเป็น 20% ของเป้าหมายการจำหน่ายรถยนต์ของเอ็มจี ประเทศไทยในปี 2566

MG (เอ็มจี) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ระบุรถยนต์ไฟฟ้าที่จะประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ในปี 2568 เป็นต้นไปนั้น ไม่มีทางทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่ารุ่นนำเข้าแบบสำเร็จรูป (ซีบียู) ได้อย่างแน่นอน

ยังไม่ทิ้งตลาดรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป แม้ไม่มีสินค้าใหม่

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินของบริษัทคาดว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปีนี้จะเติบโตขึ้นไปที่ระดับ 4 หมื่นคันมากที่สุด เมื่อเทียบกับตลาดรวมที่มีการคาดการณ์ที่ 9 แสนคัน จะพบว่ามีสัดส่วนไม่ถึง 5% อยู่ดี ทำให้บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าการทำตลาดรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงกลุ่มไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ยอดจำหน่ายรถกลุ่มนี้ที่ 4 หมื่นคันในปีนี้ เติบโตจากปีที่ผ่านมา ที่มียอดจำหน่ายรวม 27,293 คัน เพื่อหวังที่จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดอันดับ 5 ของประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ 10 ปีการเข้ามาในประเทศไทยของแบรนด์เอ็มจี

อ่านเพิ่มเติม: เผยภาพจริง 2023 MG7 สปอร์ตซีดานรุ่นใหญ่ ดีไซน์ดูแพง

MG (เอ็มจี) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ระบุรถยนต์ไฟฟ้าที่จะประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ในปี 2568 เป็นต้นไปนั้น ไม่มีทางทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่ารุ่นนำเข้าแบบสำเร็จรูป (ซีบียู) ได้อย่างแน่นอน

เน้นการซัพพลายสินค้าทุกเซกเมนต์ แม้แนวโน้มตลาดแข่งดุ

สำหรับแผนงานหลักของเอ็มจีในปีนี้ จะเน้นการซัพพลายสินค้าในทุกเซกเมนต์ให้กลับมามีการส่งมอบอย่างต่อเนื่องทั้งปี หลังจากที่สินค้าหลายรุ่น เช่น MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) และ MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) ไม่มีการส่งมอบสินค้าไปหลายเดือน ทำให้ยอดจำหน่ายหดตัวลงไปมากและดีลเลอร์เองไม่กล้าทุ่มทำตลาดอย่างเต็มที่ ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้อุตสาหกรรมยานยนต์จะแข่งกันรุนแรงมากขึ้น ทั้งในเรื่องของราคาและแคมเปญจากผู้ประกอบการ ประกอบกับการเติบโตของตลาดที่มีอัตราที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ซึ่งแม้ตลาดจะขยายตัว แต่ผู้ประกอบการก็ต้องการเดินหน้าทุกรายเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม: มือสองต้องรู้ MG6 โฉมแรกอายุ 8 ปีแล้ว

MG (เอ็มจี) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ระบุรถยนต์ไฟฟ้าที่จะประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ในปี 2568 เป็นต้นไปนั้น ไม่มีทางทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่ารุ่นนำเข้าแบบสำเร็จรูป (ซีบียู) ได้อย่างแน่นอน

เดินหน้าศึกษาตลาดใหม่ เล็งขยายส่งออกเพิ่มเท่าตัว

พงษ์ศักดิ์กล่าวว่านอกเหนือจากสินค้าที่ทำตลาดอยู่นั้น เอ็มจีก็อยู่ระหว่างการพิจารณาหาสินค้าใหม่ ๆ มาทำตลาดในอนาคต โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มรถตู้โดยสารไฟฟ้า ก็พิจารณาว่ามีความต้องการของหลาย ๆ หน่วยงานในประเทศไทย ก็อาจจะนำเข้ามาทำตลาดในอนาคต นอกจากนี้ จะเร่งเดินหน้าส่งออกรถยนต์ไปจไหน่ายยังประเทศในอาเซียน อย่างอินโดนีเซียและเวียดนาม ที่มีแรวโน้มจะส่งออกเพิ่ม 1 เท่าตัวในปีนี้ จากปีที่ผ่านมาที่ส่งออกไป 6,684 คัน รวมถึงการเจรจาเพื่อเปิดตลาดใหม่ ๆ อย่างตลาดมาเลเซีย ก็อาจจะเห็นเพิ่มเติมได้ในปีนี้

อ่านเพิ่มเติม: นี่คือว่าที่ MG MPV ไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ Maxus Mifa 9

MG (เอ็มจี) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ระบุรถยนต์ไฟฟ้าที่จะประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ในปี 2568 เป็นต้นไปนั้น ไม่มีทางทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่ารุ่นนำเข้าแบบสำเร็จรูป (ซีบียู) ได้อย่างแน่นอน

ชี้ตลาดรถยนต์อาจกลับมาทะลุ 1 ล้านคันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม หากดูการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมก็จะพบว่ามีความสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมา แม้ตลาดรถยนต์จะเติบโตเหนือจีดีพี แต่ก็มีปัญหาในเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบ 24 ปี ซึ่งในปีนี้ รัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวโดนจีดีพีจะอยู่ที่ 3.6% อัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ประกอบการกับขยายตัวของเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว รวมถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น น่าจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตได้ตามเป้าหมาย และหากยังมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ก็อาจจะที่จะเห็นตลาดรถยนต์ปีละ 1 ล้านคันได้อีกครั้งใน 2-3 ปีข้างหน้า

ถือเป็นเป้าหมายที่ใครก็อยากเห็นกันอีกครั้งเช่นกันสำหรับประเทศไทย…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...